เมื่อตกลงกันเรื่องการจัดเรียงโครงสร้างเนื้อหาเรียบร้อยแล้ว  การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในหน่วยย่อยก็เริ่มต้นขึ้น 

 

ขั้นตอนเริ่มคิดจากความรู้สะสมที่มีมาก่อนหน้า (met before)  

ครูระบุว่าเมื่อนักเรียน


          ๑.  เห็นรูป   

                -  สามเหลี่ยมที่มีลักษณะรูปร่างต่างๆ แล้ว สามารถบอกได้ว่าเป็นรูปสามเหลี่ยม

                -  สี่เหลี่ยมที่มีลักษณะรูปร่างต่างๆ แล้วสามารถบอกได้ว่าเป็นรูปสี่เหลี่ยม

         

           ๒. สามารถนำรูปสามเหลี่ยมมาประกอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมต่างๆ ได้

 

ความรู้ ทักษะ สมรรถนะที่ผู้เรียนต้องพัฒนาต่อไปในบทเรียนนี้ คือ

 

๑.  สามารถสร้างคำจำกัดความของ concept รูปสามเหลี่ยมได้ด้วยตัวเอง  

            ๒.  สามารถระบุได้ว่ารูปใดเป็นรูปสามเหลี่ยม รูปใดไม่ใช่รูปสามเหลี่ยม เพราะเหตุใด

 

ในการประชุมออกแบบกระบวนการเรียนรู้  สิ่งสำคัญที่ครูต้องคำนึงถึงคือ การสร้างเงื่อนไขให้ผู้เรียนสามารถนำเอาความรู้สะสมที่มีอยู่ มาเผชิญกับความไม่รู้ (โจทย์สถานการณ์) อย่างเหมาะสมกระทั่งเกิดความรู้ใหม่ขึ้น

 

 

ครูฝึก คือ คุณครูปาด - ศีลวัต  ศุษิลวรณ์  ช่วยมองหาวิธีการจัดเรียงความคิดของทุกคนให้เป็นกระบวนระบบที่มีความถูกต้องตั้งแต่แนวคิดรากฐาน  แผนการเรียนรู้ในที่สร้างขึ้นในการประชุมครั้งนี้  เป็นไปตามกระบวนการของ Open Approach ที่ประกอบไปด้วยการเรียนรู้  ๕  ขั้นตอน คือ

๑.  ขั้นแนะนำ ภาวะพร้อมเรียน  แรงบันดาลใจ

๒.  ขั้นเปิดโจทย์สถานการณ์

๓.  ขั้นแก้สถานการณ์

๔.  ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้

๕.  ขั้นสรุป

 

ในการสร้างแผนและการจัดกระบวนการเรียนรู้ในครั้งนี้  คุณครูปาดพาให้ครูหนึ่งต้องสร้างวิธีการอธิบายด้วยการยกเหตุผลทั้งแบบอุปนั* และนิรนัย**  เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่กระจ่างแจ้ง ซึ่งเป็นคำถามที่นำไปสู่การสร้างระบบและโครงสร้างวิธีคิดของตัวเองให้เป็นลำดับ และแม่นยำยิ่งขึ้น

 

* การให้เหตุผลแบบอุปนัย คือ การเอาประสบการณ์ที่เพียงพอสู่การสร้างเหตุผล ที่เป็นการอ้างอิงจากตัวอย่างหลายๆ ตัวอย่างที่เป็นทำนองเดียวกัน จากการสังเกตหรือการได้ทดลองหลายครั้ง จากกรณีย่อยๆ สถานการณ์ย่อยๆ แล้วนำสู่การสรุปเป็นความรู้ เป็นหลักการ กฎเกณฑ์ สูตร หรือ ทฤษฎี การสร้างความเข้าใจ

 

** การให้เหตุผลแบบนิรนัย คือ การนำเอาเหตุผล ไปสร้างเหตุผลต่อเนื่องอย่างเป็นลำดับ การให้เหตุผลแบบนิรนัย จะเป็นการนำความรู้พื้นฐาน ข้อตกลง กฎ บทนิยาม ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้มาก่อนและยอมรับว่าเป็นจริง เพื่อหาเหตุนำไปสู่ข้อสรุป 

 

 

ในขั้นของการสร้างความเข้าใจนี้เอง ที่คุณครูปาดได้เปิดพื้นที่ให้ครูหนึ่งผู้เปิดชั้นเรียนได้ทดลองคิด  ทดลองทำ  ทดลองหาคำตอบด้วยตนเอง  พร้อมไปกับการตั้งประเด็นคำถามให้คิดไปทีละขั้นอย่างเป็นระบบ จนกระทั่งตัวครูหนึ่งพบกับตัวเองว่า คงจะถึงเวลาแล้วที่จะต้องเอาใจใส่กับเรื่องของการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตัวเองละเลยมานาน ก่อนหน้านี้ครูหนึ่งไม่เห็นความสำคัญว่าทำไมจะต้องคิดให้เป็นระบบ เพราะชินกับการทำงานด้วยความคิดที่ปิ๊งขึ้นมา ซึ่งเมื่อนำไปทำทีไรก็ให้ผลดังตั้งใจทุกครั้ง

 

 

ต่อเมื่อต้องมาออกแบบแผนการเรียนรู้ที่ต้องอาศัยการคิดเชิงเหตุผลอย่างเป็นลำดับเป็นตัวเดินเรื่องจึงเห็นตัวเองได้ชัดว่าตัวเองเป็นคนคิดเร็ว และคิดไม่เป็นระบบเลย ทำให้สร้างความรู้ที่ต้องใช้ตรรกได้ไม่ดีนัก  การต้องมาคิดให้เป็นลำดับขั้น และอธิบายในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาอย่างเป็นลำดับ จึงเป็นกระบวนการที่เข้ามาช่วยจัดระบบคิดของตัวเองได้มาก อีกทั้งยังช่วยให้ความคิดที่เคยแล่นปรู๊ดปร๊าดของตัวเองช้าลง เพราะเหตุว่าต้องไตร่ตรอง ย้อนถามตัวเองมากขึ้น  ซึ่งคำถามเหล่านั้นก็ได้มาจากประเด็นคำถามที่สมาชิกในวงช่วยกันถาม เพื่อระดมความคิดและวิธีการมาร่วมกันสร้างบทเรียนนั่นเอง