ที่บ้านแม่มีของกินได้อยู่ทั่วไป ทั้งในสวนและบริเวณรอบๆ บ้าน

วันนี้ดิฉัน สามี และพี่สาวไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายกกัน ออกเดินทางเมื่อเวลาประมาณเกือบ 09 น. เราเดินทางตามเส้นทางเดิมคือจากถนนเกษตรนวมินทร์แล้วเข้ากาญจนาภิเษกไปเข้าถนนเลียบคลองรังสิต-นครนายก ก่อนหน้านี้อ่านหนังสือพิมพ์เจอว่าแถวคลอง 6 มีร้านอาหารครัวมรกตที่มีอาหารอร่อยหลายชนิด เราผ่านไปเห็นร้านเปิดแล้วจึงเลี้ยวเข้าไปจอดรถใกล้โรงพัก แล้วเดินย้อนไปที่ร้าน

เจอแม่ค้าแม่ครัว 3 คน มีอายุพอสมควร บอกว่ายังเตรียมอาหารไม่เสร็จ กำลังย่างหมูแดงในถังใบใหญ่ ช่วงนี้ไม่ได้ทำห่อหมกปลาช่อนเพราะน้ำมากไม่มีปลาช่อน ร้านจะเปิดประมาณ 10.30-17.00 น. เราเลยซื้อได้แต่มะม่วงกวนเท่านั้น 

ขับรถไปต่อเรื่อยๆ จนถึงแยกองครักษ์ เจอตำรวจตั้งด่านอีกแล้ว ทำให้รถติดเป็นแถว ดิฉันเปิดกระจกรถลง มีคุณตำรวจมาสวัสดีแล้วขอดูใบขับขี่ ดิฉันหยิบใบขับขี่จากกระเป๋า พอคุณตำรวจเห็นใบขับขี่แบบโบราณ (ใบใหญ่) เลยบอกว่าไม่ดูแล้ว ผมก็อยากมีใบขับขี่แบบนี้แต่ก็ไม่มี (ฮา ไม่ออก) ดิฉันถามว่าทำไมถึงชอบมาตั้งด่านให้รถติด คุณตำรวจบอกว่าก็ติดบ้างเล็กน้อย (ตอบไม่ตรงคำถาม)

เราเดินทางต่อ เห็นน้ำในลำคลองริมถนนเยอะมาก ต้นไม้สองข้างทางและที่เกาะกลางถนนงามใบเขียวทั้งหมด ใกล้ถึงดงละครเห็นชาวบ้านปลูกข้าวโพดและบวบในที่ดินริมฝั่งคลอง ทุ่งนาสองข้างถนนจากดงละครถึงบ้านแม่มีต้นข้าวเขียว ในนามีน้ำใสสูงระดับหนึ่ง สมัยเมื่อดิฉันยังเป็นเด็ก ไม่มีถนนจากดงละครไปที่บ้าน ช่วงนี้เราเรียกหน้าน้ำ การเดินทางจะต้องใช้เรือ ถ้าจะตัดตรงจากดงละครไปที่บ้านจะต้องถ่อเรือผ่านไปตามทุ่งนาเหล่านี้ พอเจริญขึ้นหน่อยก็นั่งเรือที่มีเครื่องยนต์ ซึ่งจะต้องวิ่งอ้อมไปตามลำคลอง จะวิ่งผ่านทุ่งนาไม่ได้

ระหว่างทางเข้าบ้านเจอรถน้องชายวิ่งนำหน้าเราอยู่พอดี ไปถึงบ้านพร้อมๆ กัน แม่ดูแข็งแรงดี ลุกนั่งได้ พูดคุยเสียงดัง จำดิฉันและน้องชายได้ แต่นึกชื่อพี่สาวไม่ออก เพราะพี่สาวไปอยู่กับลูกสาวที่นอร์เวย์ ไม่ได้มาเยี่ยมแม่เสีย 6 เดือน แม่ยังคงกินอาหารและขนมต่างๆ ได้ดี 

เราพี่น้องต่างก็ซื้ออาหารสดมาฝากแม่ ทั้งหมู ปลาทูนึ่ง ผักสด ผลไม้ และซื้ออาหารเช้ามาด้วย มีขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ และข้าวคลุกกะปิ เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว เราก็ช่วยกันจัดเตรียมอาหาร สับหมู หั่นหมู แบ่งใส่กล่องเล็กๆ ใส่ตู้เย็นไว้ สำหรับให้น้องสาวนำมาทำอาหารแต่ละอย่างได้สะดวก 

เราเดินไปสวน พื้นดินดูชุ่มชื้น ขนุนที่เห็นเมื่อเดือนที่แล้วน้องสาวบอกว่าสุกคาต้นเลย เนื้อหนาและหวานมาก ตามขอบบ่อมีผักบุ้งทอดยอดอวบเยอะแยะ เราเก็บแต่ยอดอ่อนๆ มากำใหญ่ กล้วยหอมและกล้วยน้ำว้าออกเครืองามดี มะพร้าวก็ออกลูกเยอะ 

 

ทุ่งนาข้างสวน มีน้ำมากแล้ว

 

เจอกล้วยน้ำว้าสุกหนึ่งเครือ ที่กล้วยถูกกินไปเกือบหมดแล้ว

 

ค้างคาวตัวโต (น้องสาวบอกว่าเป็นค้างคาวแม่ไก่) เกาะอยู่ที่ต้นกล้วยใกล้ๆ คงกินกล้วยจนอิ่ม บินหนีไม่ไหว

 

ในสวนยังมีกล้วยน้ำว้าที่แก่แล้วให้เราตัดมาหนึ่งเครือใหญ่ (เอากลับกรุงเทพฯ อีกตามเคย)

 

เห็ดนานาชนิดที่กินไม่ได้ ไม่เหมือนที่คุณอักขณิชอยู่ที่พบเห็ดอร่อยหลายอย่าง

 

เราไปเก็บยอดขี้เหล็กพร้อมดอก นำมาต้มน้ำให้คลายความขม เอากลับกรุงเทพฯ จะให้พี่สาวแกงให้กิน

 

ในสวนของดิฉันยังมีหญ้าสูงท่วมหัว มีต้นโสนออกดอกเหลือง แต่เข้าไปเก็บไม่ได้ เราตั้งใจจะไปดูต้นไผ่หวานหนองโดน ได้เห็นยอดไผ่หนึ่งกอสูงพ้นต้นหญ้า ก็พอใจ รู้ว่าต้นไผ่ยังไม่ตาย

ระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน เราแวะเก็บมะพร้าวมา 4 ลูก เพราะอยากกินมะพร้าวอ่อน ปรากฏว่าแก่ไปหน่อย แต่น้ำก็หอมหวาน เนื้อหนา 

 

บ่อที่ใช้เลี้ยงปลา

 

แมลงปอสีสด เกาะกิ่งไม้ริมบ่อ

 

กลับจากสวนฝนก็ตกพอดี เราทำอาหารเย็น มีน้ำพริกปลาร้าผักต้ม (ผักบุ้ง หัวปลี มะเขือยาว) ยอดมะระขี้นกและดอกโสนผัดน้ำมัน ปลาทูทอด ผัดพริกผักบุ้งกับหมู แต่ละคนกินข้าวกันไปหลายจาน ต้องออกเดินสำรวจรอบๆ บริเวณบ้านให้อาหารย่อย เก็บพริกขี้หนู ใบกะเพรา ตัดตะใคร้ เอากลับกรุงเทพฯ และไม่ลืมตัดยอดชะอมเอากลับไปฝากหลานชายตัวน้อยที่ชอบกินชะอมทอดไข่

ที่บ้านแม่มีของกินได้อยู่ทั่วไป ทั้งในสวนและบริเวณรอบๆ บ้าน

 

ถั่วพูต้นนี้ ดิฉันเอาเมล็ดมาจากสวนครัวข้างสำนักงานที่นครศรีธรรมราช

เวลาประมาณ 17 น. กว่า เราก็ลาแม่กลับกรุงเทพฯ แม่บอกว่าให้มาเยี่ยมอีก เมื่อชวนไปกรุงเทพฯ ด้วยกัน แม่บอกว่าไปไม่ไหว ขากลับรถไม่ติดเลย เข้าใจว่าเป็นเพราะหน้าฝนและเป็นช่วงกลางเดือน อาจจะมีนักท่องเที่ยวน้อย

 

วัลลา ตันตโยทัย

วันที่ 15 กันยายน 2556