ใครที่เคยไปดูงานแสดงภาพเขียนของศิลปินในดวงใจ คงจำได้ถึงความอิ่มเอิบใจที่ได้สัมผัส ความอิ่มเอิบใจนี้ไม่สามารถเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดได้ บางภาพทำให้เราน้ำตาคลอคลองด้วยความตื้นตันใจ ดิฉันคิดเสมอว่างานแสดงศิลปะบ้านเรามีน้อยเกินไป หาดูได้ยากเกินไป มีการประชาสัมพันธ์น้อยเกินไป จนทำให้คนมีโอกาสดูงานศิลปะดีๆ มีจำนวนน้อย คนจึงไม่ได้เรียนรู้จากงานศิลปะเท่าที่ควร ความจริงบ้านเรามีคนทำงานศิลปะเก่งๆ มากมาย แต่ดูเหมือนว่าคนที่ได้เห็นงานของท่านเหล่านั้นมีจำนวนจำกัด ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าในที่ทำงานของดิฉันเอง จะหาคนที่มาร่วมชื่นชมกับภาพเขียนของอาจารย์ประเทือง เอมเจริญก็น้อยจนนับคนได้ โดยเฉพาะเด็กรุ่นยุควาย (Generation Y) โอกาสที่จะได้เสพงานศิลป์ดีๆ ที่จะช่วยยกระดับจิตวิญญาณมีน้อยมาก เพราะสื่อที่รายรอบตัวปัจจุบันเป็นเรื่องของการตลาดที่สร้างกระแสการเสพเพื่อการซื้อ ดิฉันเชื่อมั่นในงานศิลปะอย่างแรงกล้า เชื่อว่าจิตสำนึกของคนในสังคมจะดีขึ้นแน่นอนหากทุกคนรักในงานศิลปะไม่ว่าแขนงใด แต่ศิลปะในความหมายของดิฉันคือศิลปะบริศุทธิ์ไม่ใช่การตลาดนะคะ
ศิลปะกับจิตวิญญาณ
ความอิ่มเอิบในการได้เสพศิลปะบริสุทธิ์จะช่วยยกระดับจิตวิญญาณ
ผมอ่านบันทึกนี้ ...
ได้รู้จักคุณมิลินทร์อีกมุมหนึ่ง... "หายาก" ครับที่ใครสักคนจะตื้นตันใจหากมองภาพศิลปะ ที่ชื่นชม
หรือ "หาไม่ยาก" ครับ ผมก็เป็นเหมือนกันในบางครั้ง
ว่างๆมาซึมซับสุนทรียะแห่งธรรมชาติที่แม่ฮ่องสอน ครับผม