เมื่อได้สัมภาษณ์เชิงลึกในแต่ละกรณีศึกษาแล้ว พบว่าสิ่งสำคัญที่ปรากฏนอกเหนือจากปัญหาศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนภายนอก ซึ่งคนที่มีปัญหาสถานะและสิทธิทุกคนประสบไม่ต่างกัน แต่ที่แตกต่างชัดเจน คือความเจ็บปวดและความน้อยใจที่แสดงออกในถ้อยคำของผู้ให้สัมภาษณ์ที่เป็นคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งมีความสำนึกว่าตนเองเป็นลูกหลานไทย แต่ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนไทยในบ้านเกิดเมืองนอนของบรรพบุรุษนั้น มีมากกว่ากรณีศึกษาซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่ไม่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย หรือมีไม่เข้มข้น
<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ซึ่งความสำนึกในความเป็นไทยของคนไทยพลัดถิ่นนี้ ได้แสดงปฏิกิริยาออกมาผ่านเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นด้วยการปฏิเสธแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของภาครัฐ ซึ่งกำลังดำเนินการตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘ ที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์การกำหนดสถานะ ข้อ ๑ กรณีบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ว่า หากเป็นบุคคลเชื้อสายไทยที่มีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ ให้ดำเนินการให้สถานะโดยวิธีการแปลงสัญชาติ</p> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ขณะที่เครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น กลับยิ่งรู้สึกว่าการใช้วิธีการแปลงสัญชาติของภาครัฐแสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ได้ยอมรับว่ากลุ่มคนไทยพลัดถิ่นมีสัญชาติไทยมาก่อน นอกจากนี้คนไทยพลัดถิ่นเองก็ไม่อาจยอมรับได้ว่าตนเคยมีสัญชาติอื่น แล้วจึงมาขอแปลงเป็นสัญชาติไทย ดังนั้นจึงยืนยันวิธีการเรียกร้องขอคืนสัญชาติไทย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p> สภาพปัญหาอันมีผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว </p><p> ประเด็นความรู้สึกเจ็บปวดของคนเช่นนี้ เป็นสิ่งละเอียดอ่อนและเปราะบางที่ไม่อาจมองข้าม เพราะหากไม่ให้ความสำคัญในการพยายามฟังซึ่งกันและกันให้เข้าใจแล้ว ไม่เพียงการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลสำหรับคนกลุ่มนี้จะไม่สำเร็จลุล่วงตามนโยบายและสูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังอาจกลายเป็นประเด็นที่นำไปสู่ความขัดแย้งที่ลุกลามในพื้นที่ได้ ซึ่งความรู้สึกของคนที่อยู่ในประเทศไทยมานาน แต่ไม่มีสัญชาติไทยเช่นนี้ คงเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมองเห็นและตระหนักดี จึงมีพระราชดำรัสเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔ ให้รัฐบาลเร่งแก้ไข</p>
ไม่ชี้ข้อเท็จจริงหรือว่า มีคนไทยพลัดถิ่น ๒ กลุ่ม กล่าวคือ (๑) กลุ่มที่เป็นลูกหลานของคนเชื้อชาติไทยที่ตั้งบ้านเรือนในมะริดก่อนการเสียดินแดน และ (๒) กลุ่มที่ตั้งบ้านเรือนในมะริดหลังการเสียดินแดน ???
ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ จะเป็นประโยชน์ที่สังคมไทยและคนไทยพลัดถิ่นเองจะเข้าใจได้ว่า คนที่เกิดจากคนที่เสียสัญชาติเพราะเสียดินแดนเท่านั้นที่ต้องไปแปลงสัญชาติเป็นไทย
ส่วนคนกลุ่มหลัง ไม่เสียสัญชาติ ต้องพิสูจน์สัญชาติไทยเท่านั้น
จะกล่าวเพิ่มเติมค่ะ และจะโยงไปถึงรายละเอียดในบทที่จะกล่าวถึงเรื่องคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งกำลังเขียนเพิ่มเติมอยู่ค่ะ โดยเฉพาะข้อเสนอของตี๋