อีกหนึ่งความผิดพลาดของระบบการศึกษาของไทย

โดยหลัก "ธรรมชาติ" หรือ "ธรรมะสัจจะ" นั้น

วิทยาศาสตร์ กับ ธรรมปรมัตถ์ ก็คือเรื่องเดียวกัน

เพียงแตการเข้าถึงต่างวิธีกัน จึงได้ผลลัพธ์ ต่างกัน

และการเข้าถึงโดยหลักวิทยาศาสตร์นั้น ก็ได้แค่รูปธรรมหยาบๆเท่านั้น

รูปธรรมละเอียดๆ และรูปธรรมที่เกิดขึ้นแล้วดับอย่างรวดเร็วในหนึ่งส่วนล้านวินาที ก็ยังเข้าไม่ถึง
และยิ่งนามธรรมนั้น ยังไม่มีหลักวิทยาศาสตร์ใดๆเข้าถึงได้เลย...

นี่คือความเข้าใจของผมในขณะนี้ครับ

ดังนั้นการศึกษาธรรมะโดยหลักวิทยาศาสตร์นั้น สูงสุดก็จะจึงยังไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง
แต่ถ้าศึกษาวิทยาศาสตร์โดยหลักธรรมะนั้น จะทะลุปรุโปร่งอย่างรวดเร็ว

เสียดาย ที่เราไม่บรรจุ "หลักธรรมะ" ไว้ในระบบการศึกษา

นี่คือ

อีกหนึ่งความผิดพลาดของระบบการศึกษาของไทย

 นี่คือความรู้ที่ได้จากการศึกษาพระอภิธรรมครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

Yes It is sad ...เสียดาย ที่เราไม่บรรจุ "หลักธรรมะ" ไว้ในระบบการศึกษา.. and

more so ...เสียดาย ที่เราไม่เรียน "หลักธรรมะ" ที่มีอยู่รอบตัว...

Ariya-sacca is a scientific principle and magga is a scientific code of conduct, gaalaamsutta specifies rules of research, Khandha measures the level of research with the 52 cetasikas to position research for human aspects.

I agree with you. And I say we do have a solid scientific foundation ready for use -- it's a pity we don't use it!

เขียนเมื่อ 

Here in Prince of Songkla University, we have "สื่อบ่มเพาะ" for our lecturers to teach our students in this regards. Although, a bit superficial, it's better than none.

ปัจจุบัน วิชา "ศีลธรรม" ที่เคยมี ก็หายไปจากหลักสูตรเสียแล้ว

 

และแม้จะมีอยู่ก็ผิวเผินจนไม่สามารถทำให้ใครได้ประโยชน์ในระดับที่จะมาเชื่องและเป็นฐานให้กับการเรียนทางสายวิทยาศาสตร์

 

เพราะจริงๆแล้ว องค์ความรู้ใน "สภาวะความเป็นจริง" ของธรรมชาตินั้นเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น มิได้แยกจากกัน

มีแต่ระบบการเรียนที่ผ่านมา และในปัจจุบันเท่านั้นที่ทำให้แยกจากกัน

และหลักของ "ธรรมชาติ" เท่านั้น ละมั้งครับ ที่จะทำให้องค์ความรู้ต่างๆ กลับเข้ามารวมเป็น "หนึ่ง"เดียว ได้อีกครั้งหนึ่ง

นอกนั้นผมยังมองไม่เห็นทางครับ

เขียนเมื่อ 
  • วันก่อนได้คุยกับครูท่านหนึ่ง
  • ท่านเล่าว่า เราเปลี่ยน รมต บ่อย
  • เปลี่ยนที นโยบายเปลี่ยน เปลี่ยนบ่อย
  • นโยบายไม่คงที่
  • ทิศทางสับสน
  • น่าสงสาร การศึกษาไทยครับ
  • เลขา สกอ เรา ก็เปลี่ยนใหม่ครับ มาจาก กพร คราวนี้ Kpi คงเพียบ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  อาจารย์แสวง

- สมัย เด็ก ๆ เรียนชั้นประถมต้น ประมาณ ป.3-6   ได้เรียนวิชา " หน้าที่ศีลธรรม"  /  วิชา  "หน้าที่พลเมือง" /

  มีหนังสือ ประกอบการเรียน เล่ม บาง ๆ ..../ บาง ชั่วโมง ทางโรงเรียน  ก็นิมนต์  พระมาเทศน์ (สอน ในชั้นเรียน)

 หนู ยังจำบรรยากาศ การเรียนเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี ...... ที่ทำให้ รู้จัก "การเตือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร"....และ การทำบัตรประชาชน...อื่น ๆ  อีกมากมาย....

รวมทั้งมีวิชา ที่ชื่นชอบมากมาก  คือ  วิชา"ขับร้อง" และ วิชา "ทำอาหาร" ... ทุก วันศุกร์   ได้นำวัตถุดิบ มาทำอาหาร แบ่งกันรับประทาน --- แบ่งกันชิม---- วิชาขับร้อง  ก็ ต้องเตรียมเพลง มาร้องหน้าห้อง  ให้เพื่อน ๆ ฟัง...มีความสุขมากค่ะ  

เขียนเมื่อ 

นึกถึงสิ่งที่เรียน และบรรยากาศการเรียนการสอนสมัยเด็ก ๆแล้วมีความสุขคิดว่าเราโชคดีกว่าเด็กสมัยนี้เยอะ

พูดถึงหลักสูตร เราไดีเรียนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม มีพุทธประวัติ เด็กชอบมาก ตอนเย็นก่อนครูปล่อยกลับบ้านมีท่องอาขยาน สูตรคูณ บุคคลสำคัญกันระเบ็งเซ็งแซ่ทั้งโรงเรียน ตามด้วยสวดมนต์เสร็จแล้วก็กรูกันออกนอกห้องเรียนกลับบ้านบ้างก็เดินกลับ บ้างก็พายเรือข้ามฟากกลับพร้อมพี่ๆ น้องๆ ไม่ค่อยมีผู้ปกครองไปรับกลับ

การศึกษาธรรมะโดยหลักวิทยาศาสตร์นั้นดีแน่ค่ะ แต่จะหาครูที่สอนได้นั้นยาก เคยมีอาจารย์สอนจริยธรรมท่านหนึ่ง นักศึกษารู้กันว่าตอบอย่างไรจะได้คะแนน ถ้าไม่ตอบแบบนี้จะไม่ได้ อาจารย์โกรธด้วย สะท้อนว่าสอนเรื่องเหล่านี้ให้เด็กเกิดรู้แจ้งเห็นจริงยากกว่าสอนวิทยาศาสตร์ด้วยซ้ำ