สัปดาห์สุดท้ายของการสอนภาระหน้าที่ของครูเข้มข้นมากๆ ด้วยเวลาในการจัดการเรียนการสอนน้อยแต่องค์ประกอบอื่นๆ ยังคงเดิม วันนี้ครูนกเลยทำการทดลอง ๓ การทดลองในเวลา ๕๐นาที สาเหตุที่ทำได้เนื่องจากเป็นการทดลองไม่ซับซ้อนหากวางแผนดีๆ คนในกลุ่มต่างลงมือปฏิบัติจะเสร็จภายในครึ่งชั่วโมงคือ การตกผลึกกำมะถัน การเปรียบเทียบความดันไอของของเหลว และการแพร่ของแก๊ส หลังจากที่ครู Talk Lab เสร็จก็เป็นภารกิจของนักเรียนซึ่งครูนกได้เน้น ช่วยกันทำงาน วางแผนก่อนล่วงหน้าและงานจะเสร็จทันเวลา
เมื่อเวลาผ่านไปสิบนาทีครูนกเริ่มเห็นภาพคุ้นตาปรากฏคือ
- สัมภาระ หนังสือและอุปกรณ์การเรียนวางเต็มโต๊ะทดลอง
- บางกลุ่มจะมีผู้ทำน้อยกว่าผู้ชม
- กลุ่มที่ผู้นำเผด็จการทำเองคนเดียว ไม่ไว้วางใจให้คนอื่นทำ
- กลุ่มที่มีพลังงานศักย์สูง ไม่ยอมเคลื่อนที่
ทำให้ครูนกต้องใช้ยุทธศาสตร์กล้องถ่ายรูปกระชับพื้นที่การเรียนรู้ ประกาศผ่านระบบเครื่องเสียงว่า หลังจากนี้ครูจะเริ่มถ่ายภาพทุกๆกลุ่ม เพื่อประเมินความพร้อมของโต๊ะทดลอง ความพร้อมในการทำงานเป็นทีม แต่วันนี้ครูนกก็ไม่ได้ถ่ายภาพอย่างที่ตั้งใจเนื่องจากแบตเตอรี่หมดในจังหวะที่ไม่เอื้อต่อครูนกเลย โชคดีนักเรียนวุ่นอยู่กับงานการทดลองทำให้ไม่ได้สนใจว่าครูบันทึกภาพหรือไม่
สิ้นสุดเสียงประกาศสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปในทิศทางเชิงบวก
- มีการจัดอุปกรณ์เครื่องเขียน และหนังสืออย่างเป็นระบบ
- ผู้ปฏิบัติงานในกลุ่มมีเพิ่มขึ้น
- การแบ่งงานกระจายงานมีเพิ่มขึ้น สังเกตจากการเคลื่อนตัว และความก้าวหน้าในการทดลอง
- นักเรียนที่นั่งนิ่งๆ ประจำกลุ่ม หายไปจากกลุ่ม
ยุทธศาสตร์นี้ครูนกเริ่มใช้ปีการศึกษาเนื่องจากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่ำ ๕๕ คนต่อห้อง ทำให้การสังเกตหรือการบันทึกพฤติกรรมไม่สามารถทำได้อย่างครอบคลุมและทันเหตุการณ์ต้องใช้กล้องถ่ายภาพบันทึกภาพ แล้วกลับมานั่งสังเกตบทบาทของกลุ่มได้อีกแนวทางหนึ่ง แต่มีข้อเสียคือ ไม่เหมาะกับเหตุการณ์หรือปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างทันเวลา
ขอบคุณที่ครูนกบันทึกภาพบรรยากาศต่างๆ ทำให้นักเรียนคิดว่า ครูต้องประเมินจากภาพถ่ายอย่างต่อเนื่องทำให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่คงทนคงต้องอาศัยเวลาปลูกฝังและฝึกฝนไปอีกระยะเวลาหนึ่ง
ขอชื่นชมค่ะ...การใช้กล้องถ่ายภาพเพื่อการสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน ...มีหลักฐานชัดเจนช่วยให้การประเมินผลตรงตามสภาพจริงนะคะ
ขอบคุณดอกไม้กำลังใจจากใจทุกๆท่านค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ดร.พจนา แย้มนัยนา
ใช่เลยค่ะเป็นประโยชน์อีกแง่มุมที่ทำให้การประเมินชัดเจนมีหลักฐานมากขึ้น ที่สำคัญทำให้เด็กๆสร้างภาพที่ดี ภาพที่กระตือรือร้นค่ะ
เป็นกลยุทธที่ชาญฉลาดมากค่ะ ครูนก เด็กสมัยใหม่ยิ่งชอบถูกถ่ายรูป จะได้ช่วยกันสร้างภาพดีๆ เดี๋ยวก็ติดเป็นนิสัยได้ค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องว่าที่ ครูอาร์ม
สวัสดีค่ะ พี่โอ๋-อโณ
ขอบคุณค่ะ...เป็นกลยุทธ์ที่เกิดโดยบังเอิญหรือสถานการณ์ชักพาไปค่ะ....แต่ก็ทำให้เราใช้ประเมินได้อีกช่องทางหนึ่งค่ะ
กลยุทธ์ดีค่ะครูนก (ตั้งชื่อบันทึกดึงดูดใจมาก 5555)
แต่คิดอีกทีแปลว่าเด็กๆ ขาดแรงจูงใจภายในที่จะเรียนรู้ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอnui
ขอบคุณนะค่ะ....สำหรับคำชมชื่อบันทึก ส่วนเรื่องเด็กขาดแรงจูงใจภายใน....พบว่า๒ ปีมาแล้วครูนกพบแนวโน้มใหม่ที่น่าตกใจสำหรับตนเองคือ เด็กเรียนวิทยาศาสตร์แต่ไม่ชอบทดลอง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีเด็กๆชอบทำการทดลอง....ซึ่งที่ค้นพบเด็กๆ จะทำอะไรหลายๆอย่างไม่เป็นค่ะ แม้แต่การจุดไม้ขีด หรือการจับบีกเกอร์ที่ร้อนเล็กน้อย สรุปอะไรที่ลำบาก เหนื่อยดูเหมือนเขาจะยอมแพ้ค่ะ............เป็นแนวโน้มที่ต้องปรับทัศนคติกันด่วนเลยค่ะ