บ่นปนกลอน : บ้านริมน้ำ

บ้านริมน้ำ

                        

 

นานแล้ว ที่คุณมะเดื่อไม่ได้จับพู่กัน ไม่ได้สัมผัสกับสีน้ำ  ซึ่งก่อน ๆ เคยวาดภาพสีน้ำอยู่

เสมอ ๆ  ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้สอนศิลปะในตอนนั้น  ด้วยใจรักการวาด การเขียน เป็นทุนเดิม

จึงทำให้เกิดจินตนาการอันสวยงานขึ้นในมโนภาพทุกครั้งที่เห็นกระดาษเห็นพู่กันและสีน้ำ

 

                กระดาษขาว     เกิดลวดลาย     คล้ายชีวิต

                วาดความคิด    วาดฝัน            อันเฉิดฉาย

                วาดภาพเสริม   เติมลายเส้น      เน้นลวดลาย

                แล้วระบาย      สีสัน               อันงดงาม

 

คุณมะเดื่อไม่ได้ร่ำเรียนด้านงานศิลป์มาแต่อย่างใด  เพียงชอบทุกครั้งที่เห็นภาพวาด จะ

ยืนมอง นั่งมอง ได้นาน ๆ  ภาพความงามของเส้นสาย  ลวดลาย และสีสัน จึงซึมซับ

อยู่ในมโนภาพ   ที่ชอบมาก ๆ ก็คือ  ภาพทิวทัศน์ชนบท  ภาพธรรมชาติ  โดยเฉพาะ

ถ้าภาพใดมีน้ำเป็นองค์ประกอบในภาพด้วยแล้ว....ช้อบ..ชอบ

 

             บ้านหลังน้อย    ริมน้ำ        นำความฝัน

             ว่าสักวัน        ฉันอาจมา    พักอาศัย

             บ้านหลังน้อย   ขอพัก       ทั้งกายใจ

             เป็นสุขใน      บ้านริมน้ำ    ทุกค่ำคืน

 

การที่ในวัยเด็ก คุณมะเดื่ออยู่กับท้องไร่ ท้องนา  อยู่กับธรรมชาติ  ซึมซับกับความสวยงาม

ของแสงเงินแสงทองในยามเช้า  ได้เห็นฟ้าสีหมากสุกในยามเย็น  ได้เห็นละอองน้ำค้าง

บนใบหญ้ายามรุ่งอรุณ   ได้เห็นบัวบานรับน้ำค้างยามค่ำ  เสียงนกกาเหว่าร้องเรียกหากัน

อยู่บนยอดไผ่  ทำให้คุณมะเดื่อได้เก็บภาพเหล่านี้ไว้ในจิตสำนึกตลอดมา  รอเวลาที่จะไ้ด้

ถ่ายทอดเป็นภาพบนแผ่นกระดาษ

 

            สำเนียงเสียง    กาเหว่า    เจ้ากู่ก้อง

            เรียกร้อง        หาคู่         อยู่ยอดไผ่

            เรืองแสง        สีทอง       ผ่องอำไพ

            ยามอาทิตย์     อุทัย        ตระการตา

 

จนวันนี้  ได้มาจับพู่กันอีกครั้ง   เพราะต้องสอนศิลปะให้กับเด็ก ๆ  ครูศิลป์ (จำเป็น ) 

อย่างคุณมะเดื่อ  ก็ต้องพยายามป้ายสีบนแผ่นกระดาษไปตามแต่ใจจะคิดได้  

 

          จะวาดเวียน        เขียนอะไร      เขียนไปเถิด

          ให้มันเกิด          เป็นภาพ        ก็ใช้ได้

          เด็กกับครู          เรียนรู้            คู่กันไป

          ใครวาดสวย       กว่าใคร          ได้รู้กัน

 

ภาพ บ้านริมน้ำ ภาพนี้ เป็นภาพล่าสุดที่คุณมะเดื่อใช้ความพยายามวาดเสร็จเมื่อวานนี้

(5 กันยายน 56)  วาดเสร็จก็มีนักเรียนและผู้ปกครองมายืนชื่นชมให้กำลังใจ บอกว่า

" ถ้ามีบ้านแบบนี้ อยู่ริมน้ำแบบนี้สักหลัง  คงจะอยู่ได้อย่างมีความสุขที่สุด

ทำให้คุณมะเดื่อต้องมองภาพนี้อีกครั้ง.....ภาพบ้านริมน้ำ หลังนี้ คุณมะเดื่อวาดจาก

มโนภาพ ที่ออกมาสื่อถึง การพักผ่อน (สังขาร) ท่ามกลางความสงบ  สวยงามของ

ธรรมชาติ.....สักวัน คุณมะเดื่อคงได้อยู่บ้่านริมน้ำแบบนี้...แต่...มันอยู่ที่ไหนล่ะหว่า..??

 

               

 

                                                                                                 คุณมะเดื่อ

                                                                              ลูกบิดกลายพันธุ์

                                                                                  06/09/56

 

 

.......................................................................................................................................

 

 

 

                

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ณ เส้นขอบฟ้า



ความเห็น (24)

เขียนเมื่อ 

...รักท้องฟ้า...แต่ชอบบ้านริมน้ำ...ก็ต้องเป็นนกน้ำนะคะคุณมะเดื่อ...นอนหลับฝันดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

เป็นนวัตกรรมใหม่อีกแล้ว  มีครบชุด ภาพวาดสวย  บทกลอนไพเราะ บทเพลงซึ้งๆ  แล้วอย่างนี้จะไม่เคลิ้มไหวรึ ^_^

เขียนเมื่อ 

แต่งลูกบิดเก่งนะเนี่ย 555

เขียนเมื่อ 

เยี่ยมมาก! คุณมะเดื่อมีพรสวรรค์หลายด้านนะคะ เพลงเพราะเข้ากับภาพมากค่ะ 

เขียนเมื่อ 

คราวนี้ลูกบิด  สงสัย คราวหน้า เป็นบานเลื่อน  

เขียนเมื่อ 

ต่อไปเป็นประตูกดเปิดอัตโนมัติ 555

เขียนเมื่อ 

ภาพสวยครับ

เขียนเมื่อ 

ชอบภาพวาด บ้านริมน้ำ..สวยมากค่ะ..^_^

เขียนเมื่อ 

อย่าลืมวาดภาพที่ตรังด้วยพร้อมบทกลอน พกปากกามาด้วยน่ะค่ะ

คนอะไรเอ่ย  เก่งรอบด้าน...

555

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะท่าน ดร.พจนา  คุณมะเดื่อชอบนกเป็ดน้ำจ้ะ  ตัวเล็ก ๆ ว่ายอยู่ตามชายคลอง

บางทีมีลูก ๆ ตัวน้อย ๆ ว่ายน้ำตามสองสามตัวด้วย น่ารักมาก ๆ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีจ้ะคุณครูดาหลา  เรียกว่าเป็นบันทึกแห่งการผ่อนคลายก็ได้จ้ะ เบา ๆ สบาย ๆ คลายเครียดจ้ะ  ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีน้อง อ.ขจิต  แค่ลูกบิดก็อาจจะขึ้นสนิมแล้ว คงเป็นบานเลื่อนอัตโนมัติยากเต็มประดาล่ะจ้ะ...อิ อิ  ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบใจ ขอบใจ หนูพญาไพร  แค่ลูกบิดก็เหนื่อยแล้วจ้ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะคุณพิชัย  ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะคุณสีตะวัน ขอบคุณที่ให้เกียรติมาทักทาย และให้กำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีจ้ะคุณครูหยินคนเก่ง  เอางั้นเหรอ  สงสัยจะไหวหรือเปล่าเนี่ยะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ คุณครูมะเดื่อ ชอบมากครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณเช่นกันจ้ะคุณเขียวมรกต  สำหรับการทักทายและกำลังใจ

เขียนเมื่อ 

ตามมาให้กำลังใจ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะพี่หมอเปิ้น  ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

เพลงก็เพราะ  ลูกบิด เอ๊ย กลอนก็งาม

เป็นหลายอย่างนะน้อง ชื่นชมจริงๆ 

ป.ล. ถ้าพี่จะห่างหายไปบ้างก็อย่าเคืองกันนะ  จะแอบไปทำงานบางชิ้นให้เสร็จน่ะ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะพี่นุ้ย  ธรรมดาจ้ะพี่นุ้ย  เป็นครู ก็ต้องเป็น " เป็ด " ด้วย คือ บินก็ได้ เดินก็ได้ ว่ายน้ำก็ได้  แต่ครูมะเดื่อเป็นแบบเป็ด ๆ ที่เอาดีไม่ได้สักอย่างนะ  อิ อิ  ไม่เป็นไรจ้ะเสร็จ

งานเมื่อไรก็กลับมาละกัน ... ฝากความระลึกถึงมาอยู่ใกล้ ๆ จ้ะพี่นุ้ย ขอบคุณสำหรับกำลัง

ใจที่มอบให้คุณมะเดื่อจ้ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  ครูมะเดื่อ

ครูมะเดื่อ  มีความสามารถ  เป็น "ศิลปิน" ได้รอบด้านจริงๆ ค่ะ ทั้งบทกวี ทั้งจิตรกรรม  ....

"ฟ้าสีหมากสุกในยามเย็น"....มโนภาพ  ได้ อรรถรส  เยี่ยมยอด....  

เพราะบ้านตัวเอง อยู่ริมคลอง จวบจนปัจจุบัน หลายสิบปีมาแล้ว..... เห็นภาพ ที่ครูมะเดื่อ ถ่ายทอด  ได้อย่างชัดเจนค่ะ

สวัสดีด้วยรอยยิ้มค่ะครูมะเดื่อ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะคุณ Joy  คุณมะเดื่อผ่านถนนชีวิตที่ขรุขระมายาวไกล ก็ได้แต่ฝัน ได้แต่หวังว่า ในวันเวลาอันไม่ไกลนัก คงได้ถึงเวลาพักสังขาร...นั่งดูอาทิตย์ตกน้ำ เหมือนเพลงนี้จ้ะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ