" ใก้ลเดือนกันยายนทีไรพวกเราหลายคนก็คงได้มีโอกาสไปร่วมงานเกษียณ "
ลองนึกเล่นๆไปถึงตัวเองในอีก 13 ปีข้างหน้าถ้าเราอายุ 60 ปีเราจะเป็นเช่นไรบ้างนะ เรายังจะคงอยู่ในวิชาชีพนี้จนวินาทีสุดท้ายหรือเราอาจเจ็บป่วยจนทำงานต่อไปไม่ได้ก็เลยไม่ได้อยู่ถึงเกษียณ หรือเราอาจลาออกไปทำอะไรที่เราอยากทำหรือว่าไม่แน่บางทีเราอาจต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันสมควรซึ่งวัยอันสมควรของแต่ละคนก็คงไม่เหมือนหรือไม่เท่ากันอยู่ดี ( อิอิ เขียนมาถึงตรงนี้ได้ไง คิดฟุ้งซ่านไปรึเปล่านี่ ) ไม่ใช่อะไรหรอกนะ บังเอิญว่าหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่ามาอ่าน เจอประโยคที่ อจ. สกล สิงหะ เคยพูดไว้ ( ก็คนชอบจดนี่นะเลยจดไว้ทุกคำพูด ) เคยอยากเขียนถ่ายทอดไปเมื่อหลายปีก่อน แต่มีประเด็นที่แทรกเข้ามา ทำให้ไม่ได้เล่าถึงเรื่องนี้สักที
" ถ้าเราเกษียณ เราจะสง่างามด้วยอะไร ตำแหน่งที่ทำให้คนเคารพจะยังมีอยู่หรือไม่ "
ประโยคเหล่านี้ได้สะกิดใจให้ข้าพเจ้าได้คิดว่า เราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่อทำอะไร พลังแห่งจินตนาการ Inner drive ในจิตวิญญาณ แต่มาคิดๆดูคงจะเริ่มหาคำตอบกับคำว่า Unconditional Love ( รักอย่างไม่มีเงื่อนไข ) ซะก่อนเพื่อจะได้เดินต่อแล้วค่อยย้อนกลับมาถามตัวเองต่ออีกทีว่าเราจะเป็นได้ไหมผู้ให้ ผู้หล่อเลี้ยง ลองดูสักตั้งนะเพื่ออุดมการณ์ของตัวเอง อย่างมากตอนนี้เราก็ได้เริ่มลงมือทำ
ชอบครับ
มามอบดอกไม้
และกดติดตามครับ
ชอบประโยคนี้มาก
เราจะเป็นได้ไหมผู้ให้ ผู้หล่อเลี้ยง ลองดูสักตั้งนะเพื่ออุดมการณ์ของตัวเอง อย่างมากตอนนี้เราก็ได้เริ่มลงมือทำ
หลวงพ่อชา สอนว่า ให้ฝึก
ตายก่อนตาย
ไม่ฟุ้งซ่านหรอกครับ
เป็นกำลังใจให้ครับ
เป็นกำลังใจนะคะ
เป็นสัจจธรรมค่ะ
คนข้างตัวผม พูดถึง อาจารย์หมอสกล หลายต่อหลายครั้ง
แต่ยังไม่เคยได้ยินคำพูดนี้นะครับ
" ถ้าเราเกษียณ เราจะสง่างามด้วยอะไร ตำแหน่งที่ทำให้คนเคารพจะยังมีอยู่หรือไม่ "
ขอบคุณแง่คิด...ที่ได้อรรถรสของชีวิตมากเลยนะครับ
...ขอเป็นหนึ่งกำลังใจนะคะ
ขอให้กำลังใจ เห็นด้วยกับข้อคิดที่ว่า ถ้าเราเกษียณ เราจะสง่างามด้วยอะไร ตำแหน่งที่ทำให้คนเคารพจะยังมีอยู่หรือไม่ " ขอบคุณครับ