หากจะถามถึง Definition& Meaning : Spiritualในมุมมองของข้าพเจ้าคือจิตสำนึกในด้านดีที่มีอยู่ในหัวใจของคนแต่ละคนเช่นความเมตตากรุณา/การเป็นผู้ให้และแบ่งปัน/อยากเห็นคนอื่นพ้นทุกข์/การเห็นอกเห็นใจ/ให้อภัย/ความกตัญญู/การสำนึกรู้บุญคุณ

                    ส่วน SHAในความคิดของข้าพเจ้าเป็นการนำเอาศิลปะการดูแลมาผสมผสานกับศาสตร์การรักษาทางการ แพทย์(ซึ่งความจริงก็มีระบุไว้ในใบประกอบโรคและศิลปะแต่ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตามบาทีเราอาจลืมเลือนข้อเท็จจริงนี้ไป)  SHA มีกระบวนการและเครื่องมือหลากหลายมาช่วยจุดประกายให้คนทำงานหันมามองในมุมแห่งมิติจิตใจที่เราควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันและยังมีทางเลือกหลากหลายให้เราได้ใช้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพตามบริบท/สภาพความเป็นจริง/ข้อจำกัด/ความเป็นไปได้รวมถึงวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละพื้นที่

                Turning Point : จุดเปลี่ยนของตนเอง  ข้าพเจ้ามานั่งนึกทบทวนว่าที่จริงข้าพเจ้ามีต้นทุนเดิมอะไรอยู่บ้างต้นทุนแรกที่องค์กรมอบให้และประทับใจทำให้มีพลังมากมายให้การทำงานคือการได้เข้าอบรม OD ในปี 2541หลังจากเข้าเป็นสมาชิกรุ่นที่1ข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสเป็นพี่เลี้ยงให้กับสมาชิกรุ่นต่อมาจนครบทุกรุ่น ความสุข ใจที่ได้เห็นคนในองค์กรมีความสุขกับมิตรภาพที่งอกงามในองค์กรครั้งนั้นเราได้กลุ่มเพื่อนร่วมอุดมการณ์เสียสละและทำทุกอย่างเพื่อองค์กรที่เรารัก

                -12ปีผ่านไปข้าพเจ้ายังได้มีโอกาสได้ร่วมทำงานกับกลุ่มงาน/ฝ่ายต่างๆมากมายทั้งในหน้าที่และงานจิตอาสาได้มีโอกาสเรียนรู้กับบุคลากรในทุกวิชาชีพ และจนท.ทุกระดับ ทั้งในและนอกโรงพยาบาล แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิตข้าพเจ้ากลับรู้สึกถึงความเหนื่อยท้อแท้ และเริ่มหมดแรง

              -ปี2553 ได้มีโอกาสเข้าร่วม workshop Salutogenesis&Self Transcendence แทนพี่หัวหน้าอีอาร์ซึ่งท่านป่วยและเห็นว่าข้าพเจ้าได้ทำงานคุณภาพให้กับอีอาร์มาตั้งแต่แรกทุกกระบวนการและกิจกรรมแต่ละworkshopที่ข้าพเจ้าได้ร่วมเรียนรู้สามารถสะท้อนเรื่องราวในตนเองให้แจ่มชัด ข้าพเจ้าได้มีโอกาสกลับมาอยู่กับตัวเองและได้ย้อนมองตัวเองได้มีโอกาสหยุดคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งสุขและทุกข์ ทั้งดีและร้าย   ข้าพเจ้ามาคิดได้ว่าตนเองโชคดีมากมายที่ได้มีโอกาสได้เข้ามาอยู่ใน วิชาชีพพยาบาลที่มีเกียรติ /ได้ทำงานเป็นข้าราชการของในหลวง/ได้มีอาชีพที่มั่นคงได้เลี้ยงดูครอบครัวที่เป็นที่รักเป็นที่พึ่งของพ่อแม่ได้เข้าใจความหมายของการมีชีวิตอยู่การได้กลับไปตามหาความฝันในวัยเด็กการได้เติมเต็มส่วนที่ขาดในชีวิตพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีและเป็นและที่มากกว่านั้นการค้นพบศักยภาพมากมายในตัวตนเองทั้งจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ข้าพเจ้านำมันออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและคนรอบข้างรวมถึงองค์กรบ้านหลังที่สองของข้าพเจ้า   การที่เราเข้าใจตนเองและมีพื้นที่ในใจแบ่งให้คนอื่น รู้จักฟังคนอื่นเปลี่ยนมุมมองตัวเองที่มีต่อคนอื่นได้ค้นพบความสุขจากการเป็นผู้ให้ คุณประโยชน์ทั้งหมดที่ข้าพเจ้าได้รับจาก Salutogenesis &SelfTranscendence ข้าพเจ้าจึงตั้งใจว่าจะคืนสิ่งดีดีนั้นกลับไปให้คนองค์กรเพราะเขาไม่ได้มีโอกาสได้รับเหมือนที่ข้าพเจ้าได้รับ   หลังกลับมาข้าพเจ้าได้เขียนถ่ายทอดบทเรียนต่างๆออกมาเป็นบันทึกเล่มเล็กๆแจกให้ FA ทุกคนและขอลงบทเรียนเหล่านั้นในIntranetของโรงพยาบาลและถูกแชร์ผ่านชุมชนคน Gotoknowมีคนสนใจเข้ามาอ่านและร่วมออกความคิดเห็นทั้งในและนอกรพ.ทำให้ได้กัลยาณมิตรที่ดีในGTKอีกหลายคนและยังคบกันมาจนทุกวันนี้  (เป็นบันทึกแบบบ้านๆที่เขียนจากก้นบึ้งหัวใจเป็นความชอบส่วนตัวไม่มีรูปแบบเพราะไม่เคยได้เรียนการเขียนจากที่ไหนเลย )จากคำตอบรับกำลังใจข้าพเจ้าขอเขียนเรื่องเล่าประสบการณ์เกี่ยวการงานเยียวยาผู้ป่วยในIntranetและได้พูดคุยขายความฝันกับประธานFAและรอง พรบส ท่านได้สนับสนุนให้มีการประกวดเขียนเรื่องเล่า การดูแลผู้ป่วยด้วยมิติจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ spiritual care ขึ้นและมันทำให้ข้าพเจ้าได้พบเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกมากมาย    เออนะทำให้ข้าพเจ้ามาคิดถึงคำที่อจ.แอ็ดพูดว่า

บางสิ่งที่เราคิดว่าไม่มี...เป็นเพราะมันไม่มีหรือเป็นเพราะ...เรามองไม่เห็นมัน

             ด้านชีวิตการทำงานข้าพเจ้าได้ปฏิบัติงานทั้ง ICU และ ER ได้เห็นการเกิด แก่ เจ็บ ตายเกือบทุกวันทำให้ได้มองเห็นสัจจะธรรมและความไม่เที่ยง(แบบว่า พอจะปลงกับเขาได้บ้าง หากจะเล่าถึงประวัติการเจ็บป่วยข้าพเจ้ามีประสบการณ์ในการได้เป็นผู้ป่วยหลายครั้งนับที่ผ่าตัดก็ 3 ครั้ง  ที่หนักสุดเข้าขั้น Admit  ICU (ไม่มีญาติเลยตอนนั้นสามีไปราชการส่วนลูกๆไปโรงเรียน )  ในเวลานั้นก็มีแต่เพียงตัวเราผู้เดียวที่จะเป็นกำลังใจให้ตัวเองก้าวผ่านเรื่องราวต่างๆที่เลวร้ายที่สุดไปให้ได้  ข้าพเจ้าสวดมนต์ภาวนาและขอให้บุญกุศลที่เคยได้ทำนำพาให้ข้าพเจ้าผ่านช่วงคืนนั้นไปอย่างปลอดภัยไม่ลืมบอกตัวเองว่าถ้ารอดตายคราวนี้ชีวิตที่เหลืออยู่..คือกำไร  ข้าพเจ้าจะไม่ทำให้ใจตัวเองทุกข์และความสุขที่เหลือข้าพเจ้าจะแบ่งปันให้คนอื่นๆ  ข้าพเจ้าจึงเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยได้อย่างไม่ต้องใช้ความพยายาม

          ก่อนจะเป็น Healing Environment  ข้าพเจ้าปรึกษากับหัวหน้างานที่เคยไป Saluto มาด้วยกันจัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านงานบริการของER เพื่อให้จ.น.ททุกระดับได้มีโอกาสหยุดคิดย้อนมองตนเองได้เห็นคุณค่าของตนเองและข้าพเจ้าเรียนรู้และเข้าใจผู้ร่วมงานแต่ละระดับได้เห็นศักยภาพของจ.น.ทแต่ละคนที่แอบซ่อนอยู่เราดึงศักยภาพของเขาเหล่านั้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนงานคุณภาพเพราะเราอยากเป็นERที่สวยที่สุดในประเทศไทยเราได้แลกเปลี่ยนมุมมองความต้องการกับผู้ป่วยและญาติที่มารับบริการที่ERโดยมีFAคุณจารุภาช่วยให้คำปรึกษาและมีทีมนำให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ (บวกกับความฝันอยากเรียน ด้านInteriorในวัยเด็ก)   วันนี้เกิดเป็นความสำเร็จและภาคภูมิของเราเมื่อได้รับรางวัล Healing Environment Award ในปี 2555 จาก SHA conference and sharing ของสรพ. ได้รับคัดเลือกนำเสนอโปสเตอร์หัวข้อ เยียวยาคนเยียวยางาน ใน HA Forum ครั้งที่ 14 มี.ค 2556พร้อมการผ่านประเมิน Re-accredit ครั้งที่ 2 ของโรงพยาบาลพิจิตร

          วันนี้ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้เป็น FA  และเขาก็เรียกข้าพเจ้าว่า FA  soft science    ที่น่ายินดีองค์กรของข้าพเจ้ากำลังจะมีโครงการเพาะกล้าพันธ์ SHA รุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรมในไม่ช้าส่วนข้าพเจ้าเองยังคงเดินตามเก็บเกี่ยวความฝันอีกหลายอย่างตามที่ตั้งใจไว้ค่อยๆทำไปทีละเรื่องๆและที่สำคัญข้าพเจ้าก็กำลังสร้างทายาทคนต่อไปด้วยเช่นกัน ค่อยๆปั้นค่อยๆปลูกเมล็ดพันธ์ SHA

 

           ป.ล ขอบคุณ อจ.จากสรพ.ทุกท่านที่เป็นผู้สร้าง สาน ความฝันแรงบันดาลใจให้พวกเราเสมอมา

 

-