หินแร่ภูเขาไฟ ช่วยให้ปุ๋ยละลายช้า เขียวนาน เขียวทน ประหยัดปุ๋ย ต้นทุนต่ำ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับพี่น้องเกษตรกรเสียก่อน โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาที่ได้รับความเมตตาปราณีจากรัฐบาลทบทวนการลดราคารับจำนำข้าวเปลือกให้กลับมาอยู่ ณ จุดเดิม ถึงแม้จะเป็นการแสดงความยินดีที่ล่าช้าไปบ้างก็ถือว่ายังดีกว่าไม่ได้มีส่วนร่วมเอาเสียเลย เนื่องด้วยข้อมูลและการข่าวที่กระชับฉับไวในยุคปัจจุบันนั้นรวดเร็วทันใจล้ำสมัยไปกับเทคโนโลยี  wifi และ 3G หรือ
4 G ที่มีขึ้นในยุคนี้เสียเหลือเกิน เพราะเดี๋ยวมีข่าว่าจะปรับลดราคาจำนำก็ “ปรับลด” เผลอแว๊บแป๊ปเดียว มีข่าวว่าจะดีดราคารับจำนำกลับขึ้นมาเหมือนเดิมก็กลับขึ้นมาเหมือนเดิมได้อย่างทันใจทันท่วงที ไม่เยิ่นเย้อเอ้อระเหยเหมือนกับสมัยก่อนๆ ที่พี่น้องเกษตรกรจะเรียกร้องในเรื่องอะไรสักอย่างนั้น จะต้องใช้ระยะเวลานานเป็นเดือนหรือหลายเดือนหรือบ้างก็เป็นปี

ถึงแม้ราคารับจำนำข้าวเปลือกที่รัฐบาลได้เพิ่มกลับมายังราคาเดิมคือ 15,000 บาท แต่ก็ยังไม่ได้บอกว่าจะยั่งยืนยาวนานตลอดไปจะใช้ไปจนถึงประมาณสิ้นปี แต่ราคาค่าปุ๋ยค่ายาต่างๆ  ที่ล้วนเป็นต้นทุนในการเพาะปลูกพืชไร่ไม้ผลนั้นได้ขึ้นล่วงหน้าไปเสียนานแล้ว
โดยแทบจะไม่ได้อิงแอบกับนโยบายใดๆ ของรัฐบาลเลย ชาวนาชาวไร่จึงควรต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายให้มากๆ โดยเฉพาะการผลิตยิ่งต้องหมั่นทำความเข้าใจและสังเกตุการเจริญเติบโตและใช้ปัจจัยการผลิตอย่างสมเหตุสมผล การตรวจวัดค่าความเป็นกรดและด่างของดินเป็นเรื่องสำคัญ ค่าพีเอชที่เหมาะสมจะต้องอยู่ระหว่าง 5.8-6.3 ไม่เป็นกรดจัดหรือด่างจัดมากจนเกินไป


การใส่ปุ๋ยก็จำเป็นจะต้องให้ข้าวได้รับแร่ธาตุสารอาหารให้ครับทั้งธาตุหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุรอง แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน  ธาตุอาหารจุลธาตุ  เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม นิกเกิล ฯลฯ และธาตุเสริมที่ช่วยทำให้พืชแข็งแรง สร้างภูมิต้านทาน อย่าง ซิลิสิค แอซิด (Silisic Acid)ไคโตซาน (Chitosan)  เหตุและผลที่ต้องการให้พืชได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนก็เพียงเพื่อให้ข้าวหรือพืชสามารถนำแร่ธาตุสารอาหารที่ครบครันเหล่านี้นำไปสร้างอาหารเสริมสร้างกระบวนการผลิตได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลผลิตที่ออกมามากเพียงพอต่อการนำไปจำหน่ายให้ได้ผลผลิตนำมาจำหน่ายมีรายได้เพียงพอต่อการประทังชีวิตเลี้ยงปากเลี้ยงท้องหรือนำไปชำระหนี้สินหรือใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่างๆ ได้อย่างไม่สูญเสียโอกาสของการรับรายได้

อีกแง่มุมหนึ่งคือเรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีที่นับวันจะมีราคาแพงเพิ่มขึ้นทุกวันคือการทำให้ปุ๋ยที่ละลายเร็ว สูญเสียไปกับสายลม แสงแดดได้อย่างรวดเร็วนั้น กลับกลายเป็นปุ๋ยที่ค่อยๆ ละลาย ละลายออกมาอย่างช้าๆ เพียงพอและทันการณ์ต่อการดูดกินอาหารของต้นข้าวและพืช มิฉะนั้นพืชจะได้รับแร่ธาตุสารอาหารเพียง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ และอีก 70-80 เปอร์เซ็นต์นั้นสูญสลายหายไปกับสายลมแสงแดด ทำให้สิ้นเปลืองปุ๋ยไปโดยเปล่าประโยชน์ เทคนิคการทำปุ๋ยละลายช้าก็ทำได้ง่ายๆ เพียงใช้ ปุ๋ยเคมี (สูตรใดใดก็ได้) 2 กระสอบ (100 กิโลกรัม) นำมาเทกองกับพื้นและพรมน้ำพอชุ่ม หลังจากนั้นใช้หินแร่ภูเขาไฟ พูมิช (Pumish)  1 กระสอบ (20 กิโลกรัม) โปรยลงไปบนกองและโกยกลับไปกลับมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จนได้ที่แล้วจึงนำไปหว่านลงแปลงนาหรือนำไปใช้ประโยชน์ ในส่วนที่เหลือก็ยังคงรูปของการเป็นปุ๋ยละลายช้าเก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 081-313-7559

 

มนตรี   บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หินแร่ภูเขาไฟ (Zeolite)



ความเห็น (0)