การเรียนรู้บนสภาพปัญหา (PBL)
หนึ่งปีกับการเรียนรู้บนสภาพปัญหา (PBL) ของพวกกลุ่มฮักนะเชียงยืน สิ่งมุ่งหวังที่ข้าพเจ้าต้องการให้เกิดในตัวตนของนักเรียนกลุ่มนี้ คือการเจริญงอกงามที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่เก่งเรียน แต่ควรเก่งดีด้วย และทำงานร่วมกับสังคมอย่างมีความสุข
กลุ่มฮักนะเชียงยืน เป็นกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม เป็นกลุ่มเป้าหมายที่การจัดการเรียนรู้หน่วยบูรณาการ เรื่องวิถีชีวิตพอเพียง ด้วยการสอนแบบโครงงาน โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคามในโครงการ LLEN (Local Learning Enrichment Network) หนึ่งปีเต็มที่นักเรียนกลุ่มนี้ถูกฝึกการสรุปบทเรียนด้วย mind mapping การนำเสนอองค์ความรู้ของตนเองในรูปแบบที่หลากหลายเช่นคลิปวีดีโอ การบ่มเพาะด้วยกระบวนการจิตตปัญญา การให้โอกาสพวกเขาแสดงความสามารถได้เต็มศักยภาพ เช่นการออกค่ายกิจกรรมจิตอาสา ต่าง ๆ
เป็นการเฝ้าดูผลผลิตที่เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ของข้าพเจ้าเพราะสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการลึก ๆ ไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงแต่เป็นรอคำตอบว่า“เด็กที่เรียนเก่งเห็นแก่ตัวไหม? MQ เกิดในตัวเขาไหม?”
เมื่อโครงการปลูกใจรักษ์โลกของมูลนิธิกองทุนไทย ผ่านมาเป็นโอกาสทองที่ข้าพเจ้าต้องการพิสูจน์ว่าการเรียนไม่จำเป็นต้องเรียนในชั้นเรียนเท่านั้น เรียนบนสภาพปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในชุมชน เรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนด้วยความพอใจของผู้เรียน ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาเอง โดยครูใช้เทคนิคการฝึกตั้งคำถาม การชง ให้คำปรึกษา การเติมพลัง
การยอมรับศักยภาพและเสริมศักยภาพ
มูลนิธิกองทุนไทย : ให้โอกาส, เติมเต็ม, เสริมพลัง, เสริมความมั่นใจ
ฝึกตั้งคำถาม : ปกติเด็กจะคุ้นเคยกับการตอบคำถาม แต่กลุ่มนี้จะฝึกให้ตั้งคำถาม
กับตัวเอง กับชุมชน เช่นให้เป็นผู้สอบเค้าโครงงานรุ่นน้อง เป็นพี่เลี้ยง
กลุ่มโครงงาน เป็นพี่เลี้ยงกลุ่มงาน
เทคนิคการชง : ทุกครั้งที่มีโอกาสจะชงทันที
ให้คำปรึกษา : ทั้งด้านการงานและส่วนตัว
เติมพลัง : ลืมไม่ได้คือวันเกิดของพวกเขา สิ่งที่เขาประสบความสำเร็จแม้จะเล็ก ๆ
ยอมรับศักยภาพ : เป็นพี่เลี้ยงกลุ่มโครงงาน มอบหมายให้รับผิดชอบกิจกรรมหรือโครงการของโรงเรียน
เสริมศักยภาพ : เด็กกลุ่มนี้แต่คนมีความพรสวรรค์ไม่เหมือนกัน ต้องเสริมตามพรสวรรค์ที่มีเช่น
คนชอบร้องเพลง เสริมโดยการให้แต่งเพลงด้วย
คนพูดเก่ง เสริมโดยการให้เป็นพิธีกร
คนกล้าแสดงออก เสริมโดยการให้เป็นพิธีกร
คนพูดไม่เก่ง เสริมให้เขียน เป็นผู้วางแผนงาน
คนที่ชอบ IT เสริมโดยการหาโปรแกรมใหม่ๆ มาเล่น
เป็นต้น
พบปัจจัยความสำเร็จ
1. พื้นฐานทางครอบครัวของแต่ละคน พบว่า
1.1 ผู้ปกครองที่ดูแลกรอบความประพฤติแต่ปล่อยกรอบการคิด เป็นตัวหนุนเสริมที่ดี
1.2 ผู้ปกครองที่ดูแลกรอบความประพฤติมากเกินไปจะสกัดการคิดสร้างสรรค์ของเด็ก
1.3 ผู้ปกครองที่ไม่มีเวลาดูแลความประพฤติแต่เมื่อเด็กอยู่ในบรรยากาศเพื่อนที่เข้าใจ เป็นตัวหนุนเสริมที่ดี
2. กระบวนการกลุ่มทำให้เด็กยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
3. การทบทวนตัวเองบ่อย ๆ ทำให้เด็กๆ ได้ค้นพบตัวเอง
4.ครูต้องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
อุปสรรค ที่บั่นทอนจิตอาสา
1. การไม่บูรณาการของหลักสูตร คือเมื่อเขาทำจิตอาสาทำจริงรู้จริงเผยแผ่เป็นที่ยอมรับของชุมชน ควรยกหน่ว
ยการเรียนบางวิชาให้พวกเขาเช่น รายวิชา IS
2. การไม่บูรณาของบุคลาการ ทำให้เด็กกลุ่มนี้เรียนหนักกว่ากลุ่มอื่น
ผลผลิต เก่งเรียน เก่งดีและมีสุข ที่ข้าพเจ้าต้องพิสูจน์แม้จะได้ผลไม่เป็นไปตามที่ต้องการเพราะอุปสรรค แต่น่าจะเป็นวัคซีนที่ดีในตัวเขา 
กำลังสอนวิชา IS สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ อยู่ค่ะ....วิชานี้สำคัญฝึกคิด ปลุกจิต ให้กำลังใจเด็กๆ เพื่อค้นหาที่ตนเองอยากรู้
ผมชอบประโยคนี้ครับ….. ยกการเรียนบางรายวิชาให้พวกเขา เช่น วิชา IS
ดีมากค่ะครุหยินเห้นด้วยเป้นอย่างยิ่งเลย
.... ใช่เลยเรียนรู้ .. บนปัญหาและความจริง ==> Management by Fact ...นะคะ ...