ช่วงสองสามวันนี้อากาศร้อนมากจนผมอยากถอดเสื้อทั้งวัน ทำให้ผมฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่า "ทำไมผมต้องใส่เสื้อด้วย?"

ผู้ชายไทยแต่โบราณนั้นไม่ได้ใส่เสื้อ นั่นคือการแต่งตัวที่น่าจะเหมาะสมกับอากาศแบบประเทศไทยที่สุดแล้ว เพราะเราพิสูจน์กันมาเป็นหลายร้อยปีว่าเราไม่ควรใส่เสื้อให้ร้อนอบอ้าวอย่างปัจจุบันนี้ เพราะถ้าประเทศไทยเหมาะสมที่จะใส่เสื้อนั้นคนไทยเราก็คงใส่เสื้อเพราะเรามีความสามารถในการตัดเย็บเสื้อผ้ามาตั้งนานแล้ว แต่เราเลือกที่จะไม่ใส่ ไม่ใช่เราไม่มีความสามารถที่จะมีเสื้อผ้าใส่

ในอดีตแม้เจ้านายในรั้วในวังก็ไม่ใส่เสื้อแม้ในการประชุมต่างๆ หรือแม้กระทั่งการเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว เจ้านายทั้งหลายเริ่มใส่เสื้อก็สมัย ร.4 ที่ทรงเห็นว่าจะได้ไม่ดูด้อยกว่าฝรั่งซึ่งแต่งตัวหรูหราใส่เสื้อผ้าหลายชั้นมาเข้าเฝ้า (ซึ่งเดาว่าฝรั่งเหล่านั้นก็คงร้อนตับแลบแต่ก็ต้องทน) ในสมัยนั้นเราจำเป็นต้องปรับตัวตามวัฒนธรรมฝรั่งที่กำลังล่าอาณานิคมอย่างเอาเป็นเอาตาย เราก็พลอยต้องใส่เสื้อไปด้วย

แต่ในสมัยนี้นั้น "นาย" กลับกลายเป็น "ลูกน้อง" เราเริ่มเห็นฝรั่งเดินเตะฝุ่นหางานทำในประเทศไทยจนชินตา เปิดเว็บอ่านข่าวก็มีแต่ข่าวเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกาอยู่ในสภาวะง่อนแง่นจะล้มหรือจะลุกไม่มีใครกล้าพยากรณ์ ส่วนประเทศแถวเอเซียกลับเติบโตกันจนมีแต่ข่าวว่าจะโตเกินพอดี ประเทศบางประเทศที่ไม่ได้โตอย่างเขาเพราะมัวทะเลาะกันเองก็ไม่ได้อยู่ในสภาวะเลวร้ายหนักหนาอย่างประเทศฝรั่ง

ดังนั้นตอนนี้เราเป็น "นาย" แล้วนะครับ ถึงเวลาหรือยังที่เราจะถอดเสื้อเสียที?

ผู้ชายไทยควรสามารถถอดเสื้อทำงานได้ แล้วใส่โจงกระเบนด้วย เดี๋ยวนี้มีโจงกระเบนที่ถอดง่ายใส่ง่ายไม่ต่างจากกางเกงทั่วไปวางขายอยู่มากมาย ผ้าที่ทำโจงกระเบนนั้นให้ทำจากผ้าไทยลายสวยๆ ไปเลย แล้วใส่รองเท้าแตะสานอีกด้วย ใส่อย่างนี้นั้นเย็นสบายทั้งตัว ตรงตามภูมิปัญญาของไทยโบราณ

ชุดอย่างนี้ควรจะเป็นชุดมาตราฐานสุภาพของคนทำงานทั่วไปนะครับ ขอเน้นคำว่า "สุภาพ"

ลองนึกภาพว่าเดินเข้าไปในธนาคารแล้วพนักงานผู้ชายใส่ชุดอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าดีมากทีเดียว อาจจะมีสายสะพายโลหะติดยี่ห้อธนาคารเพื่อบอกความแตกต่างแทนเสื้อก็ได้

ส่วนเสื้อเชิ๊ตฝรั่งแล้วมีผ้าผูกคอรัดถึงคอหอย กางเกงขายาว รองเท้าหนัง แล้วตามด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตซ้ำอีกชั้นที่ออกแบบไว้รองรับอากาศหนาวนั้นไม่ควรจะใส่ในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เราควรใส่ก็ต่อเมื่อเดินทางออกนอกประเทศไทยไปประเทศฝรั่งเท่านั้น

ถ้าเมื่อไหร่การถอดเสื้อทำงานถือว่าเป็นชุดสุภาพแล้ว เราจะประหยัดพลังงานมากทีเดียว สถานที่ต่างๆ ที่ปัจจุบันต้องติดแอร์ตัวใหญ่ๆ กินไฟฟ้ามหาศาลจนประเทศไทยแทบจะต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้วนั้นก็ต้องเปลี่ยนไปเปิดหน้าต่างแทน เพราะคงไม่มีใครทนถอดเสื้ออยู่ในห้องแอร์ได้นานๆ เป็นแน่ครับ

เขียนมาถึงตรงนี้แล้วผมยังมองไม่เห็นข้อเสียของการถอดเสื้อทำงานเลย

ส่วนชุดผู้หญิงเองก็น่าจะเปลี่ยนโดยใส่เสื้อผ้าแต่น้อยเหมือนกัน ใส่ให้เหมือนกับที่คนไทยโบราณใส่กันในชีวิตประจำวันปกตินั่นละครับ แต่ผู้หญิงถ้าใส่ชุดอย่างนั้นปัจจุบันนี้จะถือว่าเป็นชุดที่โป๊อย่างมากทันที เมื่อลองคิดดูแล้วน่าแปลกที่ภายในเวลาร้อยกว่าปีชุดที่ใส่กันมานับหลายร้อยปีก่อนหน้านั้นกลายเป็นชุดที่ไม่สุภาพ สังคมมนุษย์เรานี้ช่างประหลาดจริงๆ

แต่ใครจะว่ายังไงผมไม่รู้ล่ะ ผมจะถอดเสื้อนุ่งผ้าขาวม้าอยู่บ้าน แล้วพยายามใส่เสื้อผ้าให้น้อยชิ้นที่สุดหากจะต้องไปไหน