Implications from Research on Group Dynamics
1.กลุ่มส่งผลกระทบที่ดีต่อประสิทธิภาพบุคคล ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเติมเต็มความต้องการที่สำคัญทางด้านสังคม
2.กลุ่มส่งผลกระทบที่ดีต่อประสิทธิภาพต่อองค์กร มีความคิด และทักษะที่มากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ และควบคุมในการทำงาน
Schachter study
|
|
High cohensiveness |
Low cohensiveness |
|
Positive induction |
Much greater productivity |
Greater productivity |
|
Negative induction |
Much less productivity |
Less productivity |
ศึกษาผลกระทบของ induction (สิ่งที่มีอิทธิพล,การเหนี่ยวนำ) cohesiveness (ความสามัคคี) และ productivity (ผล)
เมื่อมีความสามัคคีสูงก็จะมีประสิทธิภาพใน productivity มากกว่าซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางของ induction ที่จะเป็น+ หรือ – ทำให้กลุ่มที่มี cohesiveness น้อย มีความปลอดภัยในการจัดการมากกว่า
แต่ถ้าการจัดการที่ต้องการมี productivity ที่สูงที่สุด จะต้องสร้างกลุ่มมีความสามัคคี และจะต้องมี induction ที่เหมาะสมด้วยซึ่งในเวลาต่อมาก็จะกลายเป็น self-managingคือ ทีมที่ไม่มีผู้จัดการ หรือ หัวหน้าโดยที่สมาชิกจะต้องรับผิดชอบร่วมกันเองในการจัดการ , ปฏิบัติงาน และ แก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น General Motors, Pepsi Co, Federal Express.
เราสามารถใช้ผู้นำในการเป็น induction ได้ โดยจะทำให้กลุ่มมีประสิทธิภาพที่กำหนดโดยปัจจัยต่อไปนี้
1 .กำหนดทิศทางการทำงานของกลุ่ม และบทบาทที่แน่นอนในการทำงาน
2. ออกแบบโครงสร้างกลุ่มในการทำงานที่เป็นขั้นตอน
3. มีสภาพการทำงานที่สนับสนุน เช่น มีแสงไฟที่เพียงพอ ไม่มีเสียงรบกวน
4. จัดให้มีการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามัคคีของกลุ่ม
1.สมาชิกต้องมีการเห็นพ้อง ยอมรับ จุดประสงค์ของกลุ่มร่วมกัน
2.มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่เสมอ
3.ไม่มีการแข่งขันกันเองภายในกลุ่ม
Group/Team Effectiveness
ประสิทธิภาพการทำงานขึ้นอยู่กับเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1.Commitment
2.International Relation Ship
3.Exchange of Ideal
4.Feed back
ทีมคือกลุ่มหลาย ๆกลุ่มทำงานร่วมกัน ทีมคือกลุ่มที่รวมกันแล้วปฏิบัติงานที่มีประสิทธิผล
การเปรียบเทียบกลุ่มกับทีมจะเปรียบเทียบกับข้อแตกต่างดังนี้คือ
1.Decision : การตัดสินใจ
2.Disagreement : การไม่เห็นด้วย
3.Objective : วัตถุประสงค์
4.Free Expression of Ideas : การแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี
5.Self Examination : การตรวจสอบกันเอง
6.Roles : บทบาท
7.Shared Leadership : การแบ่งกันเป็นผู้นำ
วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพของกลุ่ม
1.แบ่งแยกบทบาทของสมาชิก
2.จูงใจให้กลุ่มปฏิบัติงาน
3.ยอมให้กลุ่มเลือกผู้ปฏิบัติงานร่วมกลุ่มเอง
4.เชื่อมความสัมพันธ์ของกลุ่มกับองค์การ
5.ทำให้ขนาดของกลุ่มเล็กลง
6.มีการติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างสมาชิก
Team
ความหมายของทีม
Team คือ ความเห็นพ้องต้องกันทางสังคมในคนจำนวนหนึ่งที่มีปฏิสัมพันธ์บนพื้นฐานของต้องการทำวัตถุประสงค์ที่มีรวมกันให้สำเร็จโดยต่างคนต่างก็มีความรับผิดชอบของตน และมีหน้าที่ต่างๆกันไป
ความแตกต่างระหว่างทีมกับกลุ่ม
กลุ่มการทำงาน เป็นวิธีการทำงานที่ผู้จัดการหรือหัวหน้าเป็นผู้ควบคุมการทำงานของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม และสมาชิกในกลุ่มสามารถทำงานของตนให้เสร็จสมบูรณ์ได้โดยไม่ต้องประสานงานกับสมาชิกคนอื่นๆ ดังภาพด้านล่าง แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสมาชิกในกลุ่ม โดยแต่ละคนจะทำงานตามคำสั่งของผู้จัดการ และสมาชิกจะทำงานร่วมกับผู้จัดการเท่านั้นซึ่งการทำงานในบริษัท และหน่วยงานย่อยๆ มักจะเป็นการทำงานแบบเป็นกลุ่ม โดยพนักงานจะทำตามคำสั่งของหัวหน้าแผกหรือหน่วยงาน โดยที่พนักงานแต่ละคนจะมีปฏิสัมพันธ์น้อยมาก นอกจากนี้หัวหน้างานยังเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆและประกอบงานของแต่ละคนเข้าด้วยกัน ซึ่งตรงข้ามกับทีมที่หน้าที่ดังกล่าวเป็นของสมาชิกในทีม
ภาพแสดงการทำงานเป็นกลุ่ม
ทีม เป็นเป็นกลุ่มคนเล็กๆที่แต่ละคนทักษะความสามารถที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน และทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน ดังภาพในหน้าถัดไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ สมาชิกในทีมต้องมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกด้วยกันและหัวหน้าทีม ซึ่งการกระทำของสมาชิกในทีมมีผลต่อการทำงานของสมาชิกคนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการคาดหวังให้ผู้นำเป็นผู้จัดหาทรัพยากรและแนะแนวทางในการทำงาน(coaching) ในยามจำเป็น และค่อยเชื่อมต่อระหว่างทีมกับองค์กร
ในการตัดสินใจนั้นการทำงานเป็นทีม ทีมจะเป็นผู้ตัดสินใจซึ่งเป็นการรวมเอาความชำนาญของแต่ละคนมาร่วมกันตัดสินซึ่งก็ทำให้มีกาสได้การตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น
ภาพแสดงการทำงานเป็นทีม
ในทางปฏิบัติการทำงานเป็นทีมและการทำงานเป็นกลุ่มไม่ได้ถูกแบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน แต่มักอยู่ในรูปแบบผสมผสานระหว่างคุณสมบัติของทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน
เหตุผลที่ต้องทำงานเป็นทีม
1. ปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสารและความรู้ต่างๆมากมาย ทั้งด้านวิทยาศาตร์และเทคนิคต่างๆและแหล่งข้อมูลทางธุรกิจก็มีหลายด้านหลายประเภท ซึ่งเกินกว่าที่คนเดียวจะรับรู้และเข้าใจข้อมูลหรือองค์ความรู้ต่างๆได้ทั้งหมด
3. มีการเปลี่ยนแปลงในกิจกรรมต่างๆของงาน ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่การทำงานแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย แต่ปัจจุบันด้วยแรงกดดันจากการผลิตสินค้าใหม่ๆออกมา การบริการที่มีหลากหลายมากขึ้น กระบวนการปรับปรุงคุณภาพต่างๆ จึงจำเป็นต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ซึ่งการทำงานเป็นทีมนั้นสามารถรองรับและปรับตัวเข้ากับการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
แต่อย่างไรก็ตามทีมก็ไม่ได้เหมาะสำหรับงานทุกประเภทเพราะงานบางอย่างทำเป็นรายบุคคลอาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่า
ประเภทของทีม
ทีมสามารถแบ่งประเภทได้หลายแบบ วิธีหนึ่งที่ใช้ในการในการแบ่งก็คือการแบ่งตามวัตถุประสงค์ของทีม นอกจการนี้การแบ่งประเภทของทีมอาจมีตัวแปรอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องได้เช่น ลักษณะความสัมพันธ์ Lason and La Fasto (1989) ได้แบ่งประเภทของทีมออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
Problem-resolution teams เป็นทีมที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้แก้ปัญหา สมาชิกในทีมแต่ละคนจะต้องเชื่อมั่นในกระบวนการแก้ปัญหาในระดับสูง เช่น ศูนย์ควบคุมโรค พวกซ่อมบำรุงต่างๆ
Creative teams ทีมความคิดสร้างสรรค์ เป็นทีมที่ถูกสร้างมาเพื่อพัฒนาวิธีการหรือองค์กร ซึ่งสิ่งสำคัญสำหรับทีมประเภทนี้ก็คือความเป็นอิสระ จากระบบหรือกระบวนการทำงานขององค์กร มีความอิสระในหาวิธีการ หาทรัพยากร ทีมประเภทนี้ได้แก่ ทีมพัฒนาPCของIBM ทีมวางแผนกลยุทธต่างๆ
Tactical teams เป็นทีมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปฏิบัติตามแผนการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องการความชัดเจนในเรื่องของบทบาท ทีมประเภทนี้จะประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับระดับความรับผิดชอบของสมาชิกในกลุ่ม ความเข้าใจว่าใครทำอะไร ตัวอย่างของทีมประเภทนี้เช่น หน่วย SWATทีมผ่าตัดโรคหัวใจ ซึ่งแต่ละคนต้องรู้หน้าที่ของตนเองและผู้อื่นเป็นอย่างดี
ตารางข้างล่างเป็นการแสดงถึงลักษณะของทีมแต่ละประเภท
|
|
Dominant Feature |
Process Emphasis |
Example |
|
Problem-resolution teams |
Trust |
Focus on issues |
Centers for Disease Control |
|
Creative teams |
Autonomy |
Explore possibilities and alternative |
IBM PC team |
|
Tactical teams |
Clarity |
Directive Highly Focused tasks Role clarity Well-defined operational standards Accuracy |
Cardiac surgery team |
Ad hoc team ทีมเฉพาะกิจ หมายถึงทีมที่ถูกจัดตั้งเพื่อใช้แก้ปัญหาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจะถูกจัดตั้งเป็นเวลาไม่นานมากนัก (เป็นการผสมกันระหว่าง Problem-resolution teams กับ Tactical teams)