เรามักได้รับการบอกเล่าว่า หากเราอยู่กับปัจจุบันเท่านั้นได้ เราก็จะไม่ทุกข์

บางทีเราก็อาจสงสัยว่า การอยู่กับปัจจุบัน คือการที่เราไม่ต้องวางแผนอนาคตเลยหรือ

คำว่า ปัจจุบันธรรม นี้ เป็นอีกคำที่ชวนให้ชาวพุทธสับสน เพราะเรามักเข้าใจกันว่า อยู่กับปัจจุบัน คือ
อยู่กับสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า ไม่ใส่ใจอนาคต หรือ สิ่งที่ล่วงไปแล้ว

อันที่จริง ปัจจุบันธรรม แยกออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ ปัญญามองเห็นธรรมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงในปัจจุบัน และ สภาพจิตที่อยู่กับปัจจุบันขณะ

ในแง่ของปัญญาที่ทำให้คิด พูด ทำ บนพื้นฐานความเป็นจริงในปัจจุบัน (ไม่ใช่บนพื้นฐานของความอยากซึ่งอาจเป็นจริงไม่ได้ในปัจจุบัน) เราจึงนำเรื่องในอดีตมาคิดสอบสวนต้นเค้าได้ (หนึ่งในวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ) เพื่อหาข้อผิดพลาด อันนำไปสู่การแก้ไข หรือ วางแผนการสำหรับอนาคต อันเป็นการกำหนดวิธีการทำงานในปัจจุบันเพื่อให้บรรลุผลตามที่ต้องการในอนาคต

ซึ่งหากไม่มีการวางแผนอนาคตเลย จะกลับกลายเป็นความประมาทไป

ส่วนสภาพจิตที่อยู่กับปัจจุบันขณะนั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญญาที่เห็นปัจจุบันธรรม เพราะเมื่อวางแผนแล้ว ก็ค่อยๆทำไป จิตรู้อยู่กับสิ่งที่ทำในปัจจุบัน (เช่น รู้อิริยาบถ รู้วัตถุประสงค์ในขณะที่ทำงานใดๆ รู้เวทนาที่เกิด) ไม่ฟูมฟายกับอดีตที่แก้ไขไม่ได้ ไม่ฝันเฟื่องในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงอันทำให้ฟุ้งซ่าน หวั่นไหว

เพราะพอใจในสิ่งที่พึงมี พึงได้ ตามกำลังของตนในปัจจุบัน ปัจจุบันธรรมจึงสัมพันธ์กับสันโดษ

มนุษย์ หากอยู่กับปัจจุบันธรรมได้ ก็ลดทุกข์ไปเยอะแล้วค่ะ