" ครูไทย หัวใจท้อ..แต่..ไม่ถอย " ปากว่าไม่...แต่ความห่วงใยเหลือคณา...

 

กิจกรรมยุวบรรณรักษ์ของห้องสมุดโรงเีรียนของคุณมะเดื่อ กำลังเดินหน้าไปด้วยดี

ซึ่งนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมเกือบทั้งหมดคือนักเรียนชั้น ป.๒ - ป.๖  ซึ่งเป็นธรรมดา

ที่กิจกรรมอ่าน - เขียน ที่จัดขึ้นเหมาะสำหรับนักเรียนที่อ่านออกเขียนได้แล้ว  ส่วนน้อง ๆ 

ชั้น ป.๑ ก็ได้แต่่มาเลียบ ๆ เคียง ๆ ดูพี่ ๆ ทำกิจกรรม

 

จนวันนี้ น้องหนูคนนี้ มาบอกคุณมะเดื่อว่า อยากทำเหมือนพี่ ๆ บ้าง  คุณมะเดื่อจึงถามว่า

" หนูอ่านหนังสือ เขียนหนังสือได้ไหม" เด็กหญิงมองหน้าคุณมะเดื่อนิ่งเฉย ในใจคงนึก

บ่นว่าคุณมะเดื่อแล้วว่า " ครูก็รู้ว่าหนูอยู่ ป.๑ ไม่น่าถามเลยว่า อ่านได้เขียนได้ไหม" 

 

 

 

นี่คือปัญหาของกิจกรรมนี้ ที่คุณมะเดื่อทราบดีอยู่แล้ว  แต่ไม่เป็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้หรอก

คุณมะเดื่อจึงส่งกระดาษให้เด็กหญิงไป ๑ แผ่น พร้อมกับให้ไปเลือกหนังสือ ๑  เล่ม แล้ว

ให้คัดลอกตาม  ทำอย่างนี้ให้ครบ ๕  เล่ม แล้วนำมาขึ้นรางวัลได้

 

 

 

เด็กหญิงยิ้มแป้น รีบทำตามที่คุณมะเดื่อบอกทันที

 

หลังเลิกเีัรียน คุณมะเดื่อยังคงสอนพิเศษให้เด็ก ๆ ที่อ่าน - เขียนไม่คล่องอีกเช่นเดิม

จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะสอนแค่ ๓ - ๔  คน เท่านั้น  แต่ก็มีผู้ปกครองหลายคนมาฝากให้ช่วย

สอนลูกหลานเขาด้วย  รวมทั้งเด็ก ๆ อีกหลายคนที่ขออนุญาตผู้ปกครองมาเรียนพิเศษด้วย

 

 

ดังนั้น หลังเลิกเรียน ในห้องสมุดจึงคึกคักด้วยเด็ก ๆ ที่เข้ามาเรียนพิเศษ ซึ่งมีนักเรียน

ตั้งแต่ ป.๑ - ป. ๖ ( ไม่ได้นับว่ากี่คน ) คุณมะเดื่อ จะเน้น การอ่าน และการเขียน

เป็นหลัก

 

 

คุณมะเดื่อจะสอนตั้งแต่  ๔ - ๕ โมงเย็น แต่กว่าผู้ปกครองจะมารับเด็กหมด ก็ตกราว ๆ

๖ โมงเย็น  จึงต้องอาศัย " บ้านอยู่ทางเดียวกัน ก็ไปด้วยกัน" แบบนี้แหละ

 

" ครูไทย หัวใจท้อ..แต่..ไม่ถอย "  ปากว่าไม่...แต่ความห่วงใยเหลือคณา...