ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและแก่งแย่งกันกินกันอยู่ภายใต้ระบบประชาธิปไตยที่มีฐานเศรษฐกิจแบบทุนนิยมแบบไร้สติ ทำให้เกิดสภาพของการพยายามกอบโกยความมั่งคั่งเขาหาตนเองอย่างไม่รู้จักพอของคนบางกลุ่ม บางพวก ระบบธุรกิจที่กระตุ้นความอยากของคนให้ตกอยู่ใต้ลัทธิบริโภคนิยมเกินขอบเขต ส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบสังคมไทยที่เริ่มไร้แกนยึดเหนี่ยวเพราะถูกโจมตีด้วยวัฒนธรรมต่างชาติทั้งฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ทำให้เกิดความหลากหลายที่ไม่พึงปรารถนา เกิดการกระทำที่ไม่เคยมีมาก่อนโดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเพศ ครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ครอบครัวขยายมีองค์ประกอบไม่ครบเช่นขาดพ่อหรือแม่ อยู่แต่ปู่ย่าตายาย และเริ่มมีครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวที่มีแต่แม่หรือพ่อ สังคมในเมืองเหมือนชีวิตมายา โปะหน้าทาแป้งตบแต่งพฤติกรรมกันจนสังคมหลงเคลิบเคลิ้มในภาพแห่งความสวยงาม เกิดสภาพหลายๆอย่างเกิดขึ้นอย่างตัวอย่างที่ผมยกมานี้ก็คงเป็นความจริงอีกด้านของสังคมไทย ผมได้มาจากอีเมล์ของเพื่อนคนหนึ่งส่งมาให้อ่านเล่นๆ เหมือนจะให้สนุกๆ แต่ผมก็อดคิดไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นเรื่องเล่นๆแต่มันมีจริงในสังคมไทย กับสิ่งที่เรียกกันว่า คู่แต่ง คู่รัก คู่ขา ซึ่งผมคัดลอกมาให้อ่านเล่นๆ ถ้าไม่คิดมากอย่างผมก็จะไม่เครียดครับ

 

 

คนเรามีคู่ด้วยกัน 3 ลักษณะ 1 คู่แต่ง 2 คู่รัก 3 คู่ขา ข้อ 2 และ 3

 

สามารถพัฒนาเป็นคู่แต่งได้

 

 

คู่รัก...นัดเจอกันในงานเลี้ยง

 

คู่ขา...นัดเจอกันหลังงานเลี้ยง

 

คู่แต่ง...เธออยู่บ้านฉันจะไปงานเลี้ยง

 

 

คู่รัก...เปิดหนังโรแมนติกร้องไห้ด้วยกันตอนจบ

 

คู่ขา...เปิดหนังเอ็กซ์ดูด้วยกันไม่ทันจบ

 

คู่แต่ง...ซื้อทีวีรุ่นจอเดียว แยกได้สองช่อง

 

 

คู่รัก...ไม่พยายามคิดเรื่องทะเลาะกัน

 

คู่ขา...ไม่พยายามคิดเรื่องเป็นคู่กัน

 

คู่แต่ง...พยายามคิดเรื่องเป็นโสด

 

 

คู่รัก...โลกนี้เป็นของเราสองคน

 

คู่ขา...เรื่องนี้รู้แค่เราสองคน

 

คู่แต่ง...เรื่องทั้งโลกกลายเป็นเรื่องระหว่างเราสองคนได้ทั้งนั้น

 

รวมทั้งเรื่องของพ่อตาแม่ยาย และญาติสนิทมิตรสหาย

 

 

คู่รัก...โทรศัพท์ถึงคุณเพื่อบอกว่า รักเธอเหลือเกิน

 

คู่ขา...เซ็กซ์โฟน

 

คู่แต่ง...โทรศัพท์หาเพื่อบอกว่า กลับดึกไม่ต้องรอ

 

 

คู่รัก...ทุกครั้งที่เขียนใส่สมุดบันทึก คือบทกวีหวานกลั่นจากหัวใจ

 

คู่ขา...ทุกครั้งที่เขียนใส่สมุดบันทึก คือหมายเลขของคู่ขาใหม่

 

คู่แต่ง...ทุกครั้งที่เขียน คือเช็คส่วนบุคคล กับบันทึกค่าใช้จ่าย

 

 

คู่รัก...สบตากันริมถนน

 

คู่ขา...ลิ้นพันกันบนโซฟา

 

คู่แต่ง...หลังชนกันบนเตียง

 

 

คู่รัก...แสดงความอาทรให้เขาสังเกต

 

คู่ขา...แสดงอาการเมื่อโดนสะกิด

 

คู่แต่ง...แสดงอารมณ์โดยไม่สะกิด

 

 

คู่รัก...กล่าวคำอำลาว่า ฉันรักเธอ

 

คู่ขา...กล่าวคำอำลาว่า อย่าลีมกินยาคุม

 

คู่แต่ง...กล่าวคำอำลาว่า ซักผ้าด้วย

 

 

คู่รัก...เรียกคุณว่า ที่รักด้วยเสียงอ่อนหวาน

 

คู่ขา...เรียกคุณว่า ที่รักด้วยเสียงกระเส่า

 

คู่แต่ง...เรียงคุณว่าที่รัก ขอกาแฟแก้ว

 

 

คู่รัก...สนใจขนาดของนิ้วสวมแหวน

 

คู่ขา...สนใจขนาดของยกทรง

 

คู่แต่ง...สนใจรอยลิปสติกที่ปกเสื้อ

 

 

คู่รัก...เมื่อคุณเล่าเรื่องตลก เขาตั้งใจฟังและขำกลิ้ง

 

คู่ขา...เมื่อคุณเล่าเรื่องตลก เขาบอกว่า หยุดเถอะ วันนี้ต้องทำเวลา

 

คู่แต่ง...เมื่อคุณเล่าเรื่องตลก เขาบอกให้คุณช่วยอธิบายหน่อยอีกห้านาทีพยักหน้า แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ?

 

 

จากสิ่งที่อ่านมาก็จะเห็นภาพว่าทำไมสังคมไทยจึงมีคำว่ากิ๊กทำไมดาราบ้านเราถึงคลอดก่อนกำหนดกันมากแล้วลูกก็ครบสมบูรณ์น้ำหนักตัวใหญ่กว่าลูกชาวบ้านทั่วๆไปที่ครบกำหนด ทำไมถึงมีวีซีดีแอบถ่ายจำหน่ายอย่างเป็นล่ำเป็นสรร ทำไมบางคนถึงเปลี่ยนคู่ควงบ่อยแล้วก็ชอบเป็นข่าวให้เยาวชนเลียนแบบ ทำไมอายุ 30 กว่ามีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งแล้วประจำเดือนขาดก็ไม่รู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ทั้งที่มีการศึกษาดี อย่างนี้จะไปโทษเด็กนักเรียน นักศึกษาที่แอบไปทำแท้งเถื่อนว่าเด็กไม่รักดี อันนี้อาจต้องมองว่าเพศศาสตร์ศึกษาบ้านเราคงไม่ได้เรื่องจริงๆ ทำไมดาราเยาวชนไทยที่ได้รางวัลต่อต้านยาเสพติดจึงถูกตรวจพบฉี่สีม่วงในผับ ก็คงมีอีกหลายๆทำไม ตัวอย่างเหล่านี้คืออาการแสดงของภาวะภูมิคุ้มกันทางสังคมบกพร่อง(SIDS : Social Immunodeficiency Syndromes) ที่ทำให้ระบบต่างๆในสังคมไทยล้มเหลว ส่งผลให้คน(เซล)ตกเป็นเหยื่อของระบบที่ไม่ดี ทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลง