• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

ถึงเวลาหรือยังที่มุสลิมส่วนใหญ่ผู้รักสันติต้องออกมาแก้ไขปัญหา

  ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่ผ่านมา จากความรุนแรงที่เกิดขึ้นและผู้ที่ถูกจับกุม สอบสวนส่วนใหญ่ใช้ชื่อเป็นภาษาอรับ ภาษายาวี บ่งบอกให้คนในสังคมไทยโดยรวมคิดว่าเป็นมุสลิม มันได้ส่งผลเสียหายกับมุสลิมทั่วประเทศ ในภาคอีสาน มุสลิมชายถูกทำร้ายที่สถานีรถไฟจังหวัดหนองคาย มุสลิมมะฮ์(ผู้หญิง)ถูกถากถางลวนลามว่าร้ายเรื่องภาคใต้ ยิ่งถ้าคลุมฮิญาบด้วยแล้วยิ่งน่าห่วงใย ความขัดแย้งทางศาสนาได้เกิดขึ้นในใจผู้คนจากผลพวงของความรุนแรงรอวันปะทุเป็นความคลั่งชาติ(ศาสนา)ในเรื่องนี้ไม่รู้เมื่อไหร่ ทั้งๆที่หลายเหตุการณ์มุสลิมทั่วประเทศเขาประณามการกระทำที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป้นการทำร้ายครูจูหลิง กรณีการจับ 2 นาวิกโยธินแล้วทำร้ายเขาสาหัสและสุดท้ายฆ่าเขาอีก กรณีการสังหาร วางระเบิดที่ส่งผลให้พี่น้องมุสลิมพี่น้องชาวพุทธที่บริสุทธิ์ต้องตายไมเว้นแม้แต่เด็ก สตรี และคนชรา นี่เป็นการกระทำของพวกห่านรก พวกนี้ไม่ใช่มุสลิม เพราะมุสลิมรักสันติ เคารพและปฏิบัติตามาแบบอย่างท่านศาสดามูฮัมหมัด(ซล)ขอความสันติความโปรดปราณความจำเริญจากพระผู้เป็นเจ้าเอกองค์อัลลอฮจงมีแด่ท่าน ครอบครัวของท่าน เชื้อสายวงศืวารของท่านและผู้ที่ปฏิบัติและดำเนินชีวิตตามแบบอบย่างของท่าน คนพวกนี้ของจากเป็นพวกเดนนรกแล้วยังได้สร้างความแปดเปื้อนเสียหายให้แก่มุสลิมและสร้างความเข้าใจผิดแก่ศาสนาอิสลามว่านิยมใช้ความรุนแรงทั้งๆที่จริงไม่ใช่ ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่สอนให้รักสันติ เอื้อเฟื้อแบ่งปัน และสอนให้ปฏิบัติกับผู้คนเสมือนญาติพี่น้อง และเน้นให้อยู่ร่วมกันด้วยความรักและสมานฉันท์   

     ประจักษืมาตลอด 2 ปีกว่า บอกให้เราเข้าใจไม่ยากเลยว่าใน 3-4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไดเกิดความรุนแรงยืดเยื้อมากและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  แม้ว่าจะมีการปฏิรูป ประกาศกฎอัยการศึกไปทั่วประเทศแล้วก็ตาม ความไม่สงบสุขไม่ได้ยุติ ผู้ก่อการร้ายยังคงสร้างภาพลบให้กับมุสลิมและผู้คนที่นับถือศาสนาอิสลามอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างไม่เกรงกลัวต่อบาป และการลงโทษอันรุนแรงของพระผู้เป็นเจ้าเอกองค์อัลลอฮ(ซบ)น่ารังเกียจและควรประณามมากที่สุดก็เห็นจะเป็น การเข่นฆ่าผู้บริสุทธ์ในทุกศาสนาไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กเล็ก ผู้หญิง และคนชราซึ่งวิธีการดังกล่าวไม่มีและขัดแย้งกับหลักการแห่ง อัลอิสลาม(วิถีชีวิตมุสลิม)อย่างสิ้นเชิง ในสถานการณ์เช่นนี้ ใครก็ตามที่เป็นมุสลิมจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ ในพื้นที่ทั่วประเทศ แม้แต่คนมุสลิมในภาคใต้เขาเองเขาก็รู้สึกไม่มั่นคงไม่ปลอดภัยและไม่รู้ว่าภัยจะมาถึงตัวเมื่อไหร่ ดังนั้นเพื่อยุติและไม่ให้ขบวนการเลวร้ายใดๆ สร้างภาพทำให้มุสลิม คนมุสลิม ศาสนาอิสลามถูกทำให้บิดเบื่อนเบี่ยงเบนไปสู่การเข้าใจผิดว่านิยมความรุนแรง มุสลิมส่วนใหญ่ที่รักสันติ(ปฏิบัติตามแนวทาง แบบอย่างซุนนะห์นบี(ศาสดามูฮัมหมัด ซล)ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้ทางด้านศาสนาครูสอนศาสนา เด็กเยาวชน สตรี สัปปบุรุษทุกมัสยิดทั่วประเทศ คนมุสลิมทุกองค์กร ทุกภาคส่วนต้องไม่นิ่งเฉยกับการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ในทุกกรณีต้องรีบออกมาประณาม ออกมาแก้ปัญหาสร้างเครือข่ายหา จับคนผิดมาลงโทอย่างสาสม ยิ่งถ้าสืบสวนว่าเป็นมุสลิมให้ลงโทษให้หนักและถอดออกจากการเป็นมุสลิม ประณามและเลิกคบค้ามสมาคมกับคนพวกนี้ สานกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งทั่วประเทศและต้องกล้าที่จะเปิดเผยตัวตน องค์กรออกมาต่อต้านคัดค้านความเลวร้ายของคนพวกนี้อย่างมีสติ อย่างสุดจิตสุดใจ อย่างฉลาด กล้าหาญมีแผนและวิสัยทัศน์กับการจัดการปัญหานี้อย่างขัดเจนและเป็นกระบวนการเพื่อไม่ให้ความคิดใดๆก็ตามที่ไม่ได้อยู่บนซุนนะห์ของท่านนบี ได้ออกมาแสดงบทบาทอย่างไม่ถูกต้องและก่อให้เกิดความเสียหาย  หยุดนิ่งเฉย หยุดรอดู หยุดความอ่อนแอ หยุดวิพากษ์วิจารณ์ แต่ต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างเป็นเครือข่ายทั่วประเทศและกล้าที่จะนำองค์กรออกมาประณามความรุนแรงในทุกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง อิสลามไม่เคยสอนให้เรานิ่งเฉยกับความไม่ถูกต้อง และไม่เคยสอนให้เป็นกลางกับความเลวร้าย คนชั่ว และการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย อนึงเราเองก็ขอประณามการจงใจฆ่าประชาชนผู้บริสุทธ์กรณีกรือเซะ กรณีตากใบ กรณีเยาวชนสะบ้าย้อย และทุกกรณีที่มีการอุ้มฆ่า รวมทั้งคดีของทนายสมชาย นีละไพจิตร เราขอให้ชำระประวัติศาตร์เหตุการณ์เหล่านี้และต้องหาคนกระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

  หมายเลขบันทึก: 54411
  เขียน:  
  แก้ไข:  
  อ่าน:
  สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)