เยาวชนของไทยทุกคนในวันนี้ น่าห่วงใยเป็นที่สุด ยิ่งดูภาพเยาวชนในมหาวิทยาลัยแล้วยิ่งเศร้าใจ เป็นปัญญาชนพันธ์ใหม่ที่น่ากลัว น่าห่วง ซึ่งมีผลกับสังคมอย่างมาก คนพวกนี้สนใจของฟุ่มเฟือย หรูหรา ติดเกมส์ออนไล เล่นพนันฟุตบอล นิยมเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือราคาแพงเพื่อโอ้อวดกัน นิยมของหรูหราราราคาแพง ไม่สนใจบาปบุญคุณโทษ อยู่กันเป็นคู่ผัวตัวเมีย โดยไม่สนใว่พ่อแม่จะรู้สึกอย่างไร ขาดการยับยั้งชั่งใจ ในสมองไม่ค่อยมีอะไรนอกจากสนใจเรื่องของตัวเอง คู่รักและการใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย พลาญเงินพ่อแม่ไปวันวัน แม้ว่าจะกู้เงินเรียนแล้วก็ตามแต่ด้วยในสมองเป็นซากเดนทุนนิยมก็ยังต้องขูดรีดจากพ่อแม่อยู่ดี สนใจแต่ ความสวยความหล่อ หาคู่รักและการคิดเรียกเงินคืนจากสังคม เพราะลงทุนไปกับการเรียนมากแล้ว คนพวกนี้จบไปไม่มีอะไรมากคิดแต่หาเมียสวยๆมีรถดีดี มีลูกสักคนสองคน เสาร์อาทิตย์ก็พากันไปเที่ยวไปปิคนิค ถ้าสังคมมีคนคิดอย่างนี้มากๆ น่าเศร้าใจแทนผู้คนในสังคมเหลือเกินที่มีอนาคตของสังคมไร้ค่าเช่นนี้ ใครจะสนใจคนยากไร้ คนด้อยโอกาส คนไร้ค่า คนตกงาน คนจน คนเร่ร่อน เด็กขอทาน เด็กถูกทารุณกรรม คนชราถูกลูกทอดทิ้ง คนไร้การศึกษา ยาเสพติด ใครจะหันสนใจใยดีกับสิ่งเหล่านี้บ้าง นี่คือสำนึกสาธารณะที่ควรต้องปลูกฝังในเยาวชน ให้เกิดสำนึกรับใช้สังคม รับใช้ประชาชน ให้เขาตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ ใช้โอกาสในการเรียนรู้ทำกิจกรรมโครงการลงไปสัมผัสปัญหาไม่ใช่ออกค่ายหวานแหววหาคู่กัน สนุกสนานกันโดยไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชน เพราะบ้านเมืองเราไม่ได้สวยหรูจึงต้อง ปูทางเหยียบคนอื่นให้เป็นใหญ่เป็นโตและท้องทิ้งผู้คนด้อยโอกาสเหล่านี้ไว้เบื้องหลัง เราจะต้องรอการพัฒนาและหาวิธีการปลุกจิตสำนึกสาธารณะให้กับเยาวชนอีกนานสักแค่ไหน เมื่อเขาได้กลายพันธ์เป็นเยาวชนพันธ์ใหม่ในยุคทุนนิยม ที่กู่ไม่กลับแล้ว และที่น่าเสียดายเยาวชนเหล่านี้ยี้กับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง คนพวกนี้รังเกียจการใช้แรงงาน พ่อแม่ผู้ปกครองที่ดูแลเยาวชนเหล่านี้ ครูอาจารย์ในรั้วมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบกับผลพวงของสติปัญญาของเขาที่จะส่งผลกับสังคมในข้างหน้าหรือไม่ ตอบผมด้วย
เมื่อไหร่เยาวชนไทยจึงจะได้รับการปลุกจิตสำนึกสาธารณะ
เยาวชนในสังคมไทยปัจจุบัน มีหลายคนพูดว่าหาแก่นสารยาก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และไม่ค่อยสนใจคำทักท้วงของพ่อแม่ ผู้อาวุโส หลงไหลอยู่กับวัฒนธรรมทุนนิยมจนแยกไม่ออกถึงคุณค่าของคำว่าพอเพียง หลงอยู่กับการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือราคาเหยียบ2หมื่นทั้งๆที่ยังแบมือขอเงินพ่อแม่
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ยูมิ · 13 ต.ค. 2549
นาย ดนัย รักขิตตธรรม · 13 ต.ค. 2549
Keen · 13 ต.ค. 2549
Keen · 13 ต.ค. 2549
บุตระ · 13 ต.ค. 2549
แวะมาทักทายค่ะ
*มีข้อคิดที่ดีมากค่ะ และมีประโยนช์มากสำหรับสังคมไทย *
ขอบคุณคุณปารินุช มากที่วะเข้ามาดูและให้ความสนใจเรื่องเยาวชนมาช่วยกันนะครับผมอยากเห็นเยาวชนของเราสร้างสรรมากกว่านี้
สวัสดีค่ะ
เรียนเชิญอ่านที่นี่ค่ะ
ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร
ขอบคุณค่ะที่มีเวทีให้แสดงความคิดเห็น
ครูอ้อย
ให้กำลังใจครูอ้อยครับ แต่ครูครับอย่าละเลยเด็กขี้เกียจเขาอาจมีปัญหาที่เรายังแกะไม่ถึง บางทีหากิจกรรมให้เขาทำงานสร้างสรรเรื่องนี้ด้วยกัน ให้กลุ่มช่วยสะท้อน เป็นพลังการเรียนรู้และทำประโยชน์ร่วมกันของเด็ก มันจะเป็นทางหนึ่งที่กระตุ้นเกได้นะครับ ผมทำมาแล้ว ได้ผลดีครับ ขอบพระคุณอาจารย์อ้อยที่แลกเปลี่ยนรู้มาครับ
เยาวชนในสังคมไทยปัจจุบัน มีหลายคนพูดว่าหาแก่นสารยาก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และไม่ค่อยสนใจคำทักท้วงของพ่อแม่ ผู้อาวุโส หลงไหลอยู่กับวัฒนธรรมทุนนิยมจนแยก
------------------------------------------------------------------------------------------
อยากจะบอกว่าเข้าใจผิดเล็กน้อย ตรงจุดนี้ถ้าจะบอกว่าพวกเขามีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่จริงเลย แต่เพราะมีความเป็นตัวของทุนนิยมสูงต่างหาก เขาถึงเป็นแบบนี้ เขาอยู่กับวิถีชีวิตที่ทุกอย่างถูกเซ็ตไว้หมดแล้ว เรียน-ล้างผลาญ-เรียนจบ-ทำงาน-มีครอบครัว-มีลูก-ลูกเรียน-ลูกล้างผลาญ-ลูกเรียนจบ-ลูกทำงาน..... เขาเลยคิดเองไม่ได้ว่าอะไรที่ควรจะทำ คิดไม่ได้ว่าตัวเองมีดีอะไรที่อยู่ใน เขาไม่รู้ว่าในตัวของเขามีพลังอะไรดีกว่าที่คิด เขาใช้มันไม่เป็น เขาเลยนึกว่าเขาไม่มี และวัตถุก็คือที่พึ่งของเขา
------------------------------------------------------------------
หวังว่าบทความนี้คงเตือนสติใครได้หลายคน เพราะเริ่มรู้สึกว่าคนเดี๋ยวนี้ชักไม่ไหวแล้ว สายลมแสงแดดมันมาแล้ว
ครูอ้อยไม่เคยว่าเด็กนักเรียนของครูอ้อยเลย รักและปรารถนาดีกับนักเรียนประดุจลูกหลาน
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาติชม
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาติชม เราต้องช่วยกันจริงๆแล้วละครับไม่เช่นนั้นอนาคตของชาติเราแย่แน่ๆเลย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ เยาวชนหลายตนก็พยายามจะพัฒนาจิตสำนึกสาธารณะครับ แต่มีกำลังน้อย จิตแบบทุนนิยมมันมากกว่าก็เลยอ่อนแอ
เยาวชนแย่ เพราะผู้ใหญ่ไม่สั่งสอน…หรือสั่งสอนไม่ถูกวิธี…คงเป็นวงจรอุบาทว์ไปอีกนานครับ และคงจะแย่ลงเรื่อย ๆ เพราะเยาวชนเหล่านี้จะเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า…และคงเพาะเชื้อความเห็นแก่ตัวเหล่านี้ขยายไปชั่วลูกชั่วหลานทีเดียว…แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวโลกก็แตกแล้ว…