กราบญาตธรรมที่เคารพขดองกระผม.......วันนี้ขอน้อมนำคำสอนของหลวงปู่มากราบเรียนเพื่อจริญปัญญาของญาติธรรมที่เคารพของกระผมทุก ๆ ท่าน ... จากข่อสงสัยว่า..การตั้งอยู่ในศีล การทำสมาธิให้เกิด การยังวิปัสสนาปัญญาให้แจ้งตามที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้นั้น ในทางปฏิบัติจะทำอย่างไร ศีล สมาธิ ปัญญา อยู่ที่ตรงไหน ? เอาอย่างนี้ครับ ..ในขณะที่ญาติธรรมของกระผมทำสมาธิ หรือการกำหนดจิต เมื่อหายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้ ว่า หายใจเข้าพองหนอ หายใจออก ยุบหนอ ในแต่ละครั้งเรารู้อยู่ทุกขณะจิต..นั่นแหละเป็นการปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา..
จิตที่คอยระวังในการพอง ยุบ เป็นตัว ศีล ... จิตที่แนบแน่นอยู่กับการพอง ยุบ เป็นตัวสมาธิ ตัวที่ทำให้รู้ว่าพอง รู้ว่ายุบ เป็นตัวปัญญา 

ศีล สมาธิ ปัญญา มีทั้งฝ่าย โลกียะ และ โลกุตตระ  ...  โลกิยศีล  คือ ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ เป็นศีลที่ทำให้ผู้ปฏิบัติเป็นคนดี มีศีลธรรม รู้จักผิดชอบชั่วดี รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์  เพื่อให้ทุกชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความร่มเย็นและเป็นสุข ... แต่ โลกุตตรศีล เป็นศีลในทางปฏิบัติ เป็นศีลในองค์มรรค ดังคำสรุปที่ว่า...สีเลนะสุคติงยันติ สีเลนะโภคะสัมปทา ศีล ๒ อย่างนี้ เป็น โลกียศีล คือไปเกิดดีได้ก็เพราะศีล จะมี
โภคะได้ก็เพราะศีล แต่..
สีเลนะนิพพุติงยันติ ข้อนี้เป็นโลกุตตรศีล คือจะไปนิพพานได้ก็เพราะศีล......เป็นไงครับนั่งยิ้มเชียว...พอจะเริ่มเข้าใจกันเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติการฝึกจิตแล้วสินะ....ต่อไปเราก็จะเริ่มเรียนรู้ให้ลึกซึ้งกันอีกต่อไป...วันนี้กระผมขอกราบท่านผู้เป็นญาติธรรมที่เคารพของกระผมทุกคนเพียงแค่นี้ก่อน ก่อนจากขอฝากคติธรรมกันตามธรรมเนียมว่า.....โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ   กตตฺโถ นาวพุชฺฌติ    อตฺถา ตสฺส ปลุชฺชนฺติ เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา....แปลความว่า...ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน แต่ไม่รู้สึก(พระคุณของเขา) ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมฉิบหาย ตรงกันข้ามกับ โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ   กตตฺโถ มนุพุชฺฌติ    อตฺถา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา....แปลความว่า...ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน ย่อมสำนึก (พระคุณของเขา) ได้ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ.....สาธุ