ภาวะผู้นำ หรือ Leadership ที่ผมพูดถึงนี้แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ทุกคนมีอยู่ในตัวกันอยู่แล้วครับ มากบ้างน้อยบ้างอาจจะแตกต่างกันไป เพียงแต่ว่ามันซ่อนอยู่ภายในตัวคน จะเรียกว่าเป็น Hidden Leadership ก็ได้ รอวันเวลาหรือสถานการณ์ที่จะมาดึงมันออกมาใช้เท่านั้น แต่จากการที่ได้ไปสัมผัสกับองค์กรมากมาย สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือผมพบว่าผู้บริหารองค์กรส่วนใหญ่กลับไม่ได้ exercise คือไม่ได้งัดเอาภาวะผู้นำที่ว่านี้ออกมาใช้แต่อย่างใด

          เท่าที่ดูผมคิดว่าเป็นเพราะระบบบริหารและโครงสร้างองค์กรส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะภาคราชการ) ยังคงติดอยู่ในวิถีคิดเชิงอำนาจ โอกาสที่ผู้บริหารระดับสูงหรือผู้นำองค์กรจะดึงภาวะผู้นำที่ซ่อนอยู่ในตนออกมาใช้กลับกลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ ยิ่งพอถูกแรง (จากโครงสร้างอำนาจ) กดทับมากเข้า ภาวะผู้นำที่ว่านี้ก็ยิ่ง “หลบใน” หายเข้ากลีบเมฆไปเลย ทำให้ผู้นำองค์กร (โดยตำแหน่ง) เหล่านั้นถึงจะดูมีบทบาทสำคัญ แต่ที่ทำจริงกลับเป็นเพียงแค่ “หัวโขน” เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นผู้นำที่ “ไม่มีจุดยืน” เป็นผู้นำที่ไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืน เป็นผู้นำที่ต้อง “ไหลลื่น” ไปตามนโยบาย(จากเบื้องบน) เท่านั้น

          องค์กรที่อ่อนแอภาวะผู้นำเช่นนี้ แม้จะมีการ “สร้างภาพ” ให้มอง (จากภายนอก) แล้วดูดี แต่สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ก็คือโรคเรื้อรังที่กำลังบั่นทอนกัดกินคนภายในองค์กร คนทำงาน “หมดพลัง” หมดไฟในการทำงาน ซังกะตายทำไปวันๆ โดยไม่คิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ไม่กล้าปรับเปลี่ยนอะไร เพราะเกรงว่าผู้ที่อยู่เหนือกว่าจะไม่พอใจ ทำไปเพียงเพื่อให้ผ่าน “ตัวชี้วัด” ที่ (เบื้องบน) กำหนดมา ทำงานแบบ “หาเช้ากินค่ำ” ทำเพียงเพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ และนั่นคือที่มาขององค์กรแบบ “ดูโกเดเด” (do go day day = ทำไปวันๆ) ที่มีมากขึ้นทุกวันเพราะความอ่อนแอในเรื่องภาวะผู้นำ