ป่าไม้ในโรงเรียน..ผืนป่าแห่งสุดท้ายของชุมชน


หรือเขาเรียนรู้ในห้องแอร์ ในป่าคอนกรีต จึงเห็นคุณค่าเพียงแค่เงิน ตรา แต่อนาคตชาติ และลูกหลานไทยเป็นอย่างไร ไม่สนใจ

         ประมาณสิบปีเห็นจะได้ วันนั้น เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ 

สิงหาคม ได้รับฟังพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรม

ราชินีนาถ จำความตอนหนึ่งได้ว่า...ตั้งแต่พระองค์ทรงอภิเษกสมรสกับ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงตรัสเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่า

มาตลอด แต่ก็ยังไม่เห็นผล..จนพระองค์ทรงรู้สึกท้อ....เท่าที่ผมสังเกต 

หลังจากที่พระองค์ทรงตรัสแล้ว รัฐบาลก็เร่งรณรงค์เรื่องป่าไม้ อย่าง

เอาจริงเอาจังอยู่ ๒ - ๓ เดือน จากนั้นก็เงียบหายเหมือนเคย  และมีข่าว

ป่าไม้ถูกลักลอบตัดทำลายต่อไป


        หรือภาครัฐ ล้มเหลวเรื่องป่าไม้ของชาติ อย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่ง ขณะนี้ป่า

ไม้ชุมชน ก็แทบจะไม่มีเหลือ แล้วหน่วยงานที่ชื่อ"ป่าไม้จังหวัด"เขาทำอะไร

อยู่ จึงดูแลไม่ถึง ก็เลยนึกต่อไป หรือว่าจะจริงอย่างที่เขาพูดกัน ว่าป่าเริ่มหมด 

ตั้งแต่มีกรมป่าไม้ จนเปลี่ยนชื่อแล้วในปัจจุบัน ที่นับวันถูกทำลายไปมากกว่า

เดิม


        จากข้อมูลที่รับรู้ได้โดยทั่วไป ถึงผู้มีอำนาจและอิทธิพล ที่บงการให้

ตัดไม้ทำลายป่า ล้วนมีการศึกษา มีฐานะที่ร่ำรวย บางคนมีตำแหน่ง

ทางการเมือง และบางคนเป็นข้าราชการ ตลอดจนบางคนทำกันเป็น

อาชีพหลักของครอบครัว ทำกันมาชั่วลูกชั่วหลาน...เหมือนกับว่าการ

ศึกษาและการอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ไม่ได้ทำให้พวกเขา

ตระหนักในคุณค่าป่าไม้ของชาติ


       หรือเขาเรียนรู้ในห้องแอร์ ในป่าคอนกรีต จึงเห็นคุณค่าเพียงแค่เงิน

ตรา แต่อนาคตชาติ และลูกหลานไทยเป็นอย่างไร ไม่สนใจ


       ผมคิดว่า ถ้าดูภาพถ่ายทางอากาศ สิ่งที่เรียกว่าป่า  นอกจากป่าไม้

บนภูเขาแล้ว ก็คงจะพบได้ในบริเวณวัด สำนักสงฆ์ และโรงเรียน  ที่พูด

เช่นนี้ เพราะผมอยู่ในอำเภอรอบนอกที่ไกลเมืองมา ๑๐ กว่าปี ตอนมา

อยู่ใหม่ๆ พบว่ามีป่าหนาทึบ เป็นป่าชุมชนบ้าง ที่ของนายทุนบ้าง แม้ว่า

จะเป็นป่าที่ไม่มีไม้เศรษฐกิจ แต่ก็ให้พื้นที่สีเขียว ให้ระบบนิเวศน์กับสิ่ง

แวดล้อม


       ปัจจุบัน ป่าดังกล่าว นับพันไร่ กลายเป็นไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ที่

เป็นพืชเชิงเดี่ยว ที่ราคาไม่แน่นอน ต้นทุนสูง ปีไหนราคาดี ป่าหลัง

หมู่บ้านหรือต้นไม้หลังบ้านก็ต้องถูกตัดด้วย โทษฐานเกะกะการทำไร่ 

และอยากได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ..โลกจะร้อนก็ช่างมัน


      ผมจึงเริ่มต้นที่จะให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องนี้  โดยใช้

ป่าไม้ในโรงเรียนเป็นเครื่องมือให้เด็กรักและเห็นคุณค่าของป่า ด้วย

เรื่องราวง่ายๆใกล้ตัว คือไปสำรวจและสัมผัสกันจริงๆ อาจต้องทำซ้ำ 

ต่อยอด และเสริมแรง ให้เกิดการ "หยั่งรู้" และ สำนึกรัก อย่างแท้จริง 

การปลูกฝังเรื่องนี้ เชื่อว่าต้องใช้เวลา


การเข้าป่าครั้งแรก..ผมมีประเด็นคำถาม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตอบ 

อภิปราย แสดงความคิดเห็น...เพราะนักเรียนจะต้องนำไปเขียนความ

เรียงที่เป็นบันทึกแหล่งเรียนรู้ ที่มีหัวข้อ "ป่าไม้ในโรงเรียน" ซึ่งนักเรียน

ต้องเขียนสาระสำคัญ..และ..ประโยชน์ที่ได้รับ


        คำถามของผม

       นักเรียนพบต้นไม้อะไรบ้าง  ( ต้นเหียง  ต้นสะเดา  ต้นขี้เหล็ก  ต้น

ประดู่  ต้นก้ามปู  ต้นแจง)

       นักเรียนพบต้นอะไรบ้างที่กินได้ (ตำลึง  โสมไทย  ย่านาง  หน่อไม้)

        นักเรียนรู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ในป่า (  ชอบมาก  เย็นดี  เพลิดเพลิน 

 มีสมาธิ  เงียบสงบ)

       นักเรียนกลับออกมาจากป่า ผมคิดประเด็นปัญหา ที่จะบูรณาการ

เชื่อมโยงต่อยอดการเรียนรู้ในวันต่อไปได้เลย  ทั้งภาษาไทย (การเขียน

ตามคำบอก)  วิทยาศาสตร์ (ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของต้นไม้นั้นๆ) การ

งานอาชีพ (การปรุงอาหารจากพืชผักในป่าข้างโรงเรียน) เกษตร (การ

ขยายพันธุ์ต้นไม้)


       ป่าไม้ในโรงเรียน..ผืนป่าแห่งสุดท้ายของชุมชน มีประโยชน์อย่างนี้

นี่เอง แล้วท่านล่ะ ได้ใช้ประโยชน์แล้วหรือยัง................


 

 

                      
        

                                        


 

                      


 

               

                                     



                        

 


หมายเลขบันทึก: 543538เขียนเมื่อ 24 กรกฎาคม 2013 22:56 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 กันยายน 2013 21:29 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (19)

ผมคนเมือง ขอฝากผืนป่าไว้กับท่านที่อยู่ในพื้นที่ ขอให้กำลังใจและขอบคุณครับ

ป่าไม้ในโรงเรียน..ผืนป่าแห่งสุดท้ายของชุมชน...ขอบคุณมากๆ...และเป็นกำลังใจนะคะท่านผอ.ชยันต์

เห็นภาพบรรยากาศแล้วเหมือนกับที่โรงเรียนเลย สวนป่าชุมชน แหล่งเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น ทุกสิ่งที่อยู่ภายในสวนป่าคือสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้เราช่วยกันดูแลรักษาให้คงอยู่สืบไปค่ะ ขอบคุณนะคะที่นำกิจกรรมดีดี มาให้อ่านกันค่ะ 

                              

 

ป่ายังคงเป็นป่า เพราะยังไม่ถูกรุกราน

ช้างเผือกมักอยู่ในป่า หากไม่ทำลายป่า ช้างเผือกจะยังอยู่คู่กับป่า

ป่า ป่า ป่า ยังเหลืออยู่เท่าใดแล้ว ณ ขณะนี้

ขอบคุณค่ะ ที่ยังช่วยกันรักษาป่าไม้ของบ้านเมืองเราค่ะ

ชอบค่ะป่าไม้สวยงามเขียวธรรมชาติดีดูแลใว้นานๆนะค่ะ

อาจารย์ที่มีความคิดดีอย่างนี้ ต้องให้กําลังใจมากๆ

มีไผ่หลายชนิดเลยครับ

น่าสนใจมากๆๆๆ

 

 

     ...."ป่าไม้ในโรงเรียน" ...ของ   ท่านอจ. ชยันต์  เยี่ยมมากค่ะ.....

ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน    ผมมีความรู้สึกที่คิดถึงทุกท่าน คงได้หาโอกาสไปเยี่ยมเยือนท่านบ้าง   ณ วันนี้ มีเรื่องราวทางการศึกษา ที่น่าคิดวิเคราะห์มากมาย ผมกำลังรวบรวม เพื่อมาแลกเปลี่ยนกัน ช่วยติดตามด้วย นะครับ

อ่านอย่างมีความสุขกับการรณรงค์และเผยแพร่การอนุรักษ์ป่าของพวกเราค่ะ...พี่ใหญ่เป็นคนเมืองที่มีป่าในบ้านค่ะ...

..ต้นไม้เป็น..ครู..ประหลาด..พูดไม่ได้...(แต่ให้..คุณมหันต์..ต่อ..สิ่งแวดล้อม..ที่มนุษย์..พึง..เรียนรู้..ต่อ..ครูผู้นี้...)...ยายธี

สุดยอดเลย รักษาสุขภาพด้วย นะครับ

หนูอยากไปเที่ยวป่าที่โรงเรียนจังเลยค่ะ ผอ.

ปลูกป่า..ช่วยพัฒนาชาติ

อนุรักษ์ป่า..พาชาติมั่นคง

รักษาป่าไม้ในโรงเรียนไว้ให้นานนานนะคะ

ดีค่ะ ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมเอาไว้

มีป่าในโรงเรียนด้วย ดีจังค่ะ

เขียวสดชื่น ร่มรื่นมากค่ะท่านอาจารย์ 

ขอบคุณกิจกรรมดีดีนี้ค่ะ ;)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี