ปัญหาอุปสรรคสำคัญของการปลูกงาขาวหลังทำนาปี

ถ้าใช้สารเคมีขับไล่และกำจัดกองทัพหนอนห่อใบงา เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก แต่ถ้าเราคำนึงถึงผลกระทบที่มีจะมีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมต้องใช้สารชีวภาพ

งาขาว เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ผมได้ทดลองปลูกหลังการทำนาปี ผมอยากรู้ว่า งาขาว จะมีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีเพียงใดในสภาพที่ดินมีความชื้นจำกัดหลังจากการทำนาปี แต่ก็ไม่ได้ทำในเชิงวิชาการมากนัก ทำเพราะอยากเรียนรู้


ขั้นตอนและวิธีการปลูกงาขาว เริ่มจากฉีดน้ำหมักชีวภาพและไถกลบตอซังข้าว ( วันที่ 25 ธันวาคม ) เนื่องจากการปลูกงาขาวใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ปีนี้ปริมาณน้ำฝนมีน้อย และพื้นดินตรงนี้เป็นดินทรายปนร่วน เกรงว่าความชื้นจะไม่เพียงพอจึงสูบน้ำในบ่อใส่พอชุ่มดิน หว่านปุ๋ยหมัก แล้วไถพรวนและคราดให้เสมอ หว่านงาขาวและคราดกลบ ( วันที่ 6 มกราคม )

ผมใช้พื้นที่ปลูกงาขาวทั้งหมด 2งาน ประมาณ 1 อาทิตย์ งานขาวเริ่มงอก เมล็ดมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงมาก ดูจากจำนวนต้นกล้าในอาทิตย์ที่ 2 และ 3 ( ภาพล่าง )


ยังไม่เคยมีประสบการณ์หว่านงาขามาก่อน บางจุดก็ถี่มาก บางจุดก็ห่างเกินพอดี ถ้าเป็นแบบนี้ครั้งต่อไปเดินโปรยเมล็ดเป็นแถว เว้นระยะห่างให้เหมาะสม ก็น่าจะแก้ปัญหานี้ได้


ต้นเดือนที่ 2 งาขาวเจริญเติบโตได้เร็วมาก ไม่แสดงอาการเฉาให้เห็นในตอนกลางวัน แสดงว่าความชื้นในดินมีเพียงพอ หรืองาขาวแทงรากลึกจนสามารถใช้ความชื้นจากดินชั้นล่างได้แล้ว

ช่วงเวลานี้เริ่มมีแขกที่เราไม่ได้เรียนเชิญมาเยี่ยมเยียนแปลงงา แรกๆ ก็พบเห็นไม่มาก เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย แต่พอนานๆ เข้า ( กลางเดือนที่ 2 หรือเดือนกุมภาพันธ์ ) รู้สึกว่าจะมีเยอะจนผิดสังเกต ไปค้นคว้าข้อมูลมาจึงได้คำตอบ แขกที่พูดถึง คือ หนอนห่อใบงา


ช่วงที่งาขาวเริ่มออกดอก หรือประมาณต้นเดือนที่ 3 ช่วงนี้ผมมีภารกิจต้องเดินทางไปๆ มาๆ บ่อยครั้งเลยไม่มีเวลาดูแลแปลงงามากนัก ปล่อยให้งาดูแลตัวเองเป็นส่วนใหญ่


หนอนห่อใบงาเลยได้ใจ มีการแผ่ขยายอาณาจักรครอบครองแปลงงาเกือบทั้งหมด


ถ้าใช้สารเคมีขับไล่และกำจัดกองทัพหนอนห่อใบงา เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก แต่ถ้าเราคำนึงถึงผลกระทบที่มีจะมีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมต้องใช้สารชีวภาพ ผมยอมรับครับว่าไม่ได้เตรียมการในเรื่องนี้ จึงปล่อยให้การปลูกงาขาวในปีนี้เป็นบทเรียนแห่งความล้มเหลว แต่ผมก็มีโจทย์ที่ต้องการคำตอบว่า สภาพอากาศหรือฤดูกาลจะมีผลต่อการแพร่ระบาดของหนอนห่อใบงาเพียงใด

ผมไม่คิดมากครับเพราะนี่คือการเรียนรู้ ผมลงทุนไม่มาก อย่างน้อยๆ ผมก็ได้ไถกลบตอซัง ได้ใส่ปุ๋ยหมักปรับปรุงดินนา และหว่านเมล็ดผักเสี้ยนไว้รอเก็บผลผลิตในตอนต้นฤดูฝน หรือก่อนที่จะลงมือทำนาดำในฤดูกาลต่อไป




สถานที่ บ้านแกงเลี้ยว ตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

www.doae.go.th


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้จากสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

ได้เห็นการเติบโต ได้เห็นการต่อสู้แย่งชิงของธรรมชาติ

เป็นกำลังใจให้ครับ

ขอเป็นกำลังใจ และขอชื่นชมในการสังเกตและเก็บบันทึกผลการทำงานนะครับ

ทำให้เราสามารถพัฒนางานได้ถูกทางและง่ายยิ่งขึ้นในอนาคตนะครับ

ชยพร   แอคะรัจน์

- เราต้องเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติให้มากขึ้น

- ผมจะเก็บประสบการณ์นี้ไว้เพื่อเป็นแนวทางการปลูกงาในครั้งต่อไป

- ขอบคุณทั้งสองท่านที่ให้กำลังใจ

เขียนเมื่อ 

...ในการศึกษาวิจัยเริ่มต้นจากการสังเกตพบปัญหาอุปสรรคก็ทำการศึกษาถึงสาเหตุมีการค้นคว้าศึกษาหาข้อมูลและข้อเท็จจริงด้วยหลักวิชาการ...มาถูกทางแล้วนะคะ..ต่อไปก็เป็นการแสดงผลที่ศึกษาออกมาเป็นตัวเลข...แล้วก็อธิบายเป็นข้อสรุปว่าที่ศึกษามาทั้งหมดได้อะไรบ้าง?คิดเป็นค่าของตัวเลขอย่างง่ายเช่นคิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ...สุดท้ายจะนำไปใช้ปรับปรุงแก้ไข พัฒนา อย่างไร? และจะนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ให้ใครบ้าง?...เท่ากับงานวิจัย เรื่องการศึกษาสภาพปัญหาที่เป็นอุปสรรคสำคัญของการปลูกงาขาวหลังทำนาปี...ขอชื่นชมมากค่ะ

ขอบพระคุณมากครับ ที่เสนอแนะวิธีการและแนวทางการวิจัย ซึ่งทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณท่านเกษตรกรเรียนรู้ ที่นำประสบการณ์ตรงมาแบ่งปัน ศัตรูที่สำคัญของงาคือหนอนห่อใบ  จำเป็นที่ต้องคอยสุ่มตรวจตั้งแต่ระยะที่ผีเสื้อไข่ลงใบงา หากใช้สารชีวภาพต้องเป็นระยะที่เป็นตัวอ่อน หากหนอนอยู่ในวัยแก่ ก็จะกำจัดยากเช่นกัน

ขอบคุณมากครับท่านเขียวมรกต ที่ให้ความรู้เพิ่มเติม เป็นการปลูกงาขาวครั้งแรกครับ ต่อไปผมต้องเรียนรู้วงจรชีวิตของหนอนห่อใบงา รวมทั้งการป้องกันและกำจัดด้วยสารชีวภาพ   

ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันสาระดีๆเช่นนี้ค่ะ

ขอบคุณมากครับที่ให้ความสนใจเรื่องปัญหาอุปสรรคของการปลูกงาขาว