เอตมฺภควตา พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย
อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ
สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา
มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมินฺติ ฯ

วงล้อคือธรรม ซึ่งไม่มีวงล้ออื่นยิ่งกว่า อันพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงให้หมุนไปแล้ว ที่ป่าอิสิมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี
อันใครๆ ในโลก จะเป็นสมณะ พราหมณ์ เทพเจ้า มาร
หรือจะเป็นพรหมก็ตาม จะให้หมุนกลับมาไม่ได้เลย ฯ


พวกภุมมเทวดาคือเทวดชั้นต่ำๆ ระดับติดดิน ได้ตะโกนยืนยันข้อความนี้... เสียงตะโกนยืนยันนี้ ดังไปถึงเหล่าเทวดาที่ประจำอยู่ในทิศทั้งสี่ ครั้นแล้วเทวดาประจำทิศเหล่านั้นก็ตะโกนยืนยันซ้ำ... เสียงตะโกนที่เทวดาประจำทิศยืนยันนี้ ได้กึกก้องไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครั้งแล้วพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ ก็ได้ตะโกนยืนยันซ้ำ....

เสียงตะโกนยืนยันเพื่อรับรองคำของเทวดาเหล่านี้ สะท้อนไปถึงสวรรค์ชั้นยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตสวัสดี... แล้วได้สะท้อนไปถึงพรหมวิมานชั้น พรหมปริสัชชา พรหมปโรหิต มหาพรหม ปริตตาภา อัปปมาณาภา อาภัสสรา ปริตตสุภา อัปปมาณสุภา สุภกิณห์ เวหัปผลา อวิหา อตัปปา สุทัสสา สุทัสสี อกนิฎฐ์.... ซึ่งทั้งสวรรค์และพรหมวิมานแต่ละชั้นๆ ก็ได้ตะโกนยืนยันรับรองชึ้นไปเป็นชั้นๆ จนถึงพรหมวิมานระดับสุทธาวาสชั้นสุงสุดคือชั้นอกนิฎฐ์ ว่าคำที่บรรดาเทวดาชั้นต่ำๆ ติดดินตะโกนยืนยันนั้น เป็นความจริง....

ธรรมดา "วงล้อ" นั้น เมื่อเด็กคนหนึ่งกลิ้งไปหรือให้หมุนไปแล้ว อาจถูกเด็กอีกคนหนึ่งยึดจับแล้วให้หมุนหรือกลิ้งกลับมาได้... เปรียบวงล้อเหมือนคำพูด พอคนหนึ่งพูดแล้ว อีกคนก็อาจขัดแย้งหรือหักล้างคำพูดนั้นๆ ได้ (ปัจจุบัน กระบวนการยุติธรรม ชัดเจนที่สุด จากดำเป็นขาว จากขาวเป็นดำ)

แต่... หลักการที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกแก่ฤาษีปัญจวัคคีย์นั้น ไม่มีใครสามารถคัดค้านได้ เหมือนวงล้อที่เด็กหมุนเล่น ไม่อาจมีใครจะให้หมุนกลับได้ ฉะนั้น

แนวคิดทำนองนี้แหละ เป็นที่มาของปฐมเทศนาที่ชื่อว่า "ธรรมจักกัปปวัตตนสูตร"

เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้