หวังมีความสุขกับสิ่งที่ได้  จึง  มองไม่เห็นความสุขกับสิ่งที่มี

  ตอนนี้คงมีใครหลายคนผิดหวังกับสิ่งที่หวัง พลันให้เศร้า  หมดกำลังใจ ไม่มีความสุข  มองไปทางไหน ก็เจอแต่ความทุกข์  ทำงานหนักแทบตาย เจ้านายไม่เห็น 2 ขั้น ขั้นครึ่งหวังอยากได้บ้าง ก็ต้องผิดหวังปีแล้วปี่เล่า กว่าจะมีมาถึง เหมือนตัวเองไม่มีคุณค่า  ทำให้เบื่อหน่ายชีวิตไปซะงั้น   

  ก็เพราะเราไม่มักมีความสุขกับสิ่งที่ได้มาใหม่  อยู่ร่ำไปนั่นเอง  ทำไมถึงมองเช่นนั้น เหมือนกับ เสื้อผ้า รองเท้า  กระเป๋านั่นแหล่ะ  มีอยู่ในตู้จนหาที่เก็บไม่ได้  บางตัว บางชิ้น ใส่ไปครั้งเดียว  ไม่เคยหยิบขึ้นมาอีกเลย  แต่เราก็อยากซื้อใหม่อยู่ร่ำไป  ถามว่าซื้อมาใหม่ได้ หากนึกถึงประโยชน์ที่ใช้ ก็คงเท่าเดิม  แต่มันอยากได้  ได้ใหม่ แล้วมีความสุข  บางคนอยากรวย  เป็นเศรษฐี แล้ว  ชาตินี้ยังไม่รู้จะใช้เงินหมดหรือเปล่า แต่ก็ยังอยากได้เงินอีก  ยิ่งได้ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีความสุข  อย่างนั้น  มันก็เลยไม่เคยพบความสุขความพอความพอดีของตัวเองสักที 

  ให้นึกย้อยกลับอีกครั้งสมัยเรียนมัธยม  อยากเป็น นั่น นี่ เช่น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร  ก็สอบได้แล้วก็ได้เรียนแล้ว ก็ยังไม่มีความสุข  เอ้าอยากเป็นข้าราชการ  ตอนอยากก็ไม่มีความสุข  บ่นโน่นนี่นั่น  ทำไมเราไม่ได้เป็น  อ้าว พอได้เป็นข้าราชการจริงเข้า  กลับเริ่มนึกบ่น ทำไมเงินข้าราชการ น้อยจริงงานก็หนัก  นายก็ดุ  เวลาก็ไม่มี เอ! แบบนี้ลาออกดีกว่า  ก็เป็นแบบนี้ไปเรื่อย คงเจอหรอกความสุข การทำงาน

  เรามักมองออกไปนอกตัวเราเอง  แล้วดูคนอื่น มาเปรียบกับตัวเรา  ไม่เคยมองตัวเองว่า ปัจจุบันเรา มีอะไร  ขาดอะไร  จริงแล้ว ในการดำรงชีวิต เราอาจไม่ขาดอะไรเลยก็ได้  อาจมีมากเกินด้วยซ้ำ ไป แต่ทำไมเราไม่มอง  รู้มั๊ยว่าคนอื่นก็ไม่ต่างจากเราหรอก  เขาก็มองออกไปไม่มองตัวเองเหมือนกับเรานั่นแหล่ะ  แล้วคิดหรือว่า เขาจะมีความสุขน่ะ

  ลองเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเรา  สิ่งที่เรามี เป็น อยู่ คือ  ปัจจุบัน ไม่ดีกว่าหรือ  แล้วเราจะรู้ว่าความสุขไม่ได้อยู่ไกลเลย  เรามีหมดแล้วล่ะ  เพียงแต่พอไม่มี  ไม่ใช่มีไม่พอ 

  ขอให้มีความสุขค่ะ

ชลัญธร