ประชุมวิชาการอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ครั้งที่ 3    สิทธิและการเข้าถึงอนามัยการเจริญพันธุ์:ประเทศไทยสู่อาเซียน       วันที่ 10-11 ก.ค.56  สถานที่  โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท 11 กรุงเทพมหานคร  ............................................................................................................................

วันที่ 10  กรกฎาคม 2556      รับรางวัลเกียรติบัตรโรงพยาบาลหนองม่วง ผ่านการประเมินการดำเนินงานตามมาตรฐาน “บริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน” Youth Friendly Health Service Clinic Award  ระยะเวลา  รับรอง 9 เมษายน 2556  –  8 เมษายน 2559 นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ประเทศไทย :ความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดย ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล    เนื้อหา ประวัติของประชาคมอาเซียน อาเซียนหรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Assciation of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ได้ลงนามใน “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) เพื่อจัดตั้งสมาคมความร่วมมือกันในการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม การพัฒนาวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิก และการธำรงรักษาสันติภาพและความมั่นคง ในพื้นที่และเป็นการเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิกอย่างสันติของระดับภูมิภาคของประเทศต่างๆ ในเอเชีย ในเวลาต่อมาได้มี บูรไนดารุสซาราม  (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 8 มกราคม 2527)สาธารณรัฐสังคมคมนิยมเวียดนาม (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2538) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) สหภาพพม่า (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) ราชอาณาจักรกัมพูชา (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 30 เมษายน 2542) ตามลำดับทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10ประเทศ  ตกลงร่วมกัน 3 ประเด็น 1.เรื่องการเมืองและความมั่นคง 2.ความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ 3.การพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม

บรรยายพิเศษ เรื่องแผนพัฒนาประชากรของประเทศสาธารณรัฐจีน  และประเทศสาธารณรัฐสิงค์โปร์    การนำเสนอผลงานทางวิชาการ วิจัย   มีบทคัดย่อในเล่มการประชุม       1.แนวทางในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่นในจังหวัดฉะเชิงเทรา     วัตถุประสงค์  1.เพื่อศึกษาประสบการณ์ชีวิตของวัยรุ่นที่ชักนำสู่การตั้งครรภ์ไม่พร้อม     2.เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่น      2.พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา      วัตถุประสงค์  เพื่อสำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ความรู้เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิด การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเพศและการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น    3.ความคิดเห็นและพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นในภาคตะวันออก    วัตถุประสงค์  ศึกษาความคิดเห็นและพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ความรู้การเข้าถึงบริการความรู้ คำปรึกษา และบริการ เกี่ยวกับเรื่องเพศ และการป้องกันตั้งครรภ์ ของวัยรุ่น และ หาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ ศึกษาประสบการณ์ชีวิตของวัยรุ่นที่ชักนำสู่การตั้งครรภ์ไม่พร้อม       2.เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่น     กลุ่มตัวอย่าง   นักเรียนชั้น ม.2 และ ปวช.2      ข้อเสนอแนะ -ข้อมูลพฤติกรรมต้องแยกชายหญิง    -หาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิด     -ข้อมูลที่ได้จากการเข้าถึงบริการการให้คำปรึกษา ควรนำมาพัฒนาต่อไป 

วันที่ 11  กรกฎาคม 2556      เสวนา เพศศึกษาที่วัยรุ่นอยากรู้ ทางออกที่ควรเป็น    - ได้ฟังมุมมองของ ครูนคร สันติโยธิน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  มีกิจกรรมที่หลากหลายให้เด็กๆเข้ามาร่วมกิจกรรมกระตุ้นให้เด็กเกิดความคิด มีการเชื่อมโยงความคิด สรุปความรู้ได้ และสอดแทรกในการเรียนการสอนของครู  

การคุมกำเนิดและอนามัยการเจริญพันธุ์  โดย รศ.นพ.สุรศักดิ์ อังสุวัฒนา ภาควิชาสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล     กลุ่มของวิธีคุมกำเนิดจำแนกตามประสิทธิภาพ ประโยชน์ และอันตรายต่อสุขภาพ    กลุ่มของวิธีคุมกำเนิด     ประสิทธิภาพ   ประโยชน์ต่อสุขภาพ   อันตรายต่อสุขภาพ    1. งดร่วมเพศ   สูงที่สุด   ไม่มี    ไม่มี    2. หลั่งภายนอกช่องคลอด   ต่ำ  ไม่มี     ไม่มี     3. วิธีขวางกั้น  ปานกลาง   มีบ้าง     ไม่มี

4. ฮอร์โมนคุมกำเนิด   สูงมาก   มีมาก   มี

5. ห่วงอนามัย   ทำหมัน   สูงมาก  ไม่มี   มีบ้าง    ชนิดของยาเม็ดคุมกำเนิด    1. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (combined oral contraceptives หรือ COCs)    2. ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีโปรเจสโตเจนอย่างเดียว (progestogen-only pills หรือ POPs)    การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดยาเม็ดคุมกำเนิดเริ่มต้นรับประทานระหว่างวันที่ 1- 5 ของรอบระดู สำหรับยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนต่ำ ในแผงแรกให้เริ่มรับประทานในช่วงวันที่ 1-5 ของรอบระดูเช่นเดียวกันแต่ควรรับประทานให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวันเพื่อป้องกันการลืมยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด 21 เม็ด ทุกเม็ดจะมีฮอร์โมน เมื่อรับประทานหมดแผงแล้วต้องงดเว้นการรับประทาน 7 วัน เพื่อให้มีระดู แล้วจึงเริ่มรับประทานแผงใหม่สำหรับยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด 28 เม็ด นั้น 21 เม็ดแรกเป็นฮอร์โมน ส่วนอีก 7 เม็ดเป็นยาหลอกดังนั้น จึงรับประทานเริ่มยาที่เป็นฮอร์โมนวันละเม็ดได้ทุกวันไม่ต้องงด ซึ่งประจำเดือนจะมาในช่วงการรับประทานยาหลอก 7 เม็ด นั้น    สตรีที่กำลังมีประจำเดือน เริ่มต้นรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดได้ภายใน 5 วันหลังจากเริ่มมีประจำเดือน โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีคุมกำเนิดวิธีอื่นควบคู่ไปด้วย      สตรีที่ยังไม่มีประจำเดือน สามารถเริ่มรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดเมื่อใดก็ได้หากมั่นใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ แต่ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ถุงยางอนามัยควบคู่ไปอีก 7 วัน      สตรีหลังคลอดบุตรและไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ควรเริ่มรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดภายใน4 - 6 สัปดาห์หลังคลอด โดยไม่ต้องรอให้มีประจำเดือน    สตรีหลังแท้ง ควรเริ่มรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดทันที โดยเริ่มตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังแท้งบุตร    ลืมรับประทานยาเม็ดฮอร์โมน 1 เม็ด รีบรับประทานยาเม็ดที่ลืมทันทีเมื่อนึกได้ และรับประทานยาเม็ดต่อไปตามเวลาปกติที่เคยรับประทาน      ลืมรับประทานยาเม็ดฮอร์โมน 2 เม็ด ให้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดเพิ่ม 1 เม็ดภายหลังอาหารเช้า 2 วัน และรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดในแผงตามเดิม      ลืมรับประทานยาเม็ดฮอร์โมน 3 เม็ด ให้หยุดรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดในรอบเดือนนั้น แล้วรอให้ระดูมาจึงเริ่มรับประทานตามวิธีที่กล่าวมาแล้ว      ลืมรับประทานยาหลอก ให้รับประทานยาไปตามปกติ  และการคุมกำเนิดประเภทอื่นๆ

มีเอกสารการอบรม 1 เล่ม และได้เอกสารคู่มือเพื่อมาจัดอบรมให้กับ อสม ครู และเจ้าหน้าที่ ตามโครงการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี