ด้วยความคิดที่ว่า ทำไมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในระดับตำบล หลาย ๆ คนจึงไม่ค่อยที่จะกล้าแสดงออก (ข้อสังเกตจากที่ประชุมเรื่องคนพิการ "อำเภอแห่งหนึ่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา") กลัวอะไร? เป็นคำถามที่ผมอยากได้คำตอบเพื่อนำไปคิดขบวนการจัดการกับลักษณะอย่างนี้ ด้วยเชื่อว่าหากเราไม่กลัวแล้ว เราจะทำในสิ่งที่เกิดปัญญาได้อีกมาก จึงลองสืบค้นดูใน Google ด้วยคำสำคัญ (Keyword) และพบดังนี้ รายการที่ 11 - 20 จากผลการค้นหาทั้งหมดประมาณ 34 รายการของคำค้น ความกลัว พุทธทาส (0.43 วินาที)

          จากนั้นก็นั่งอ่านไปเรื่อย ๆ มาสะดุดตรงที่...ความกลัว จากบทความธรรมะ ลานธรรมจักร ซึ่งก็เหมือนกับการได้บทสรุปสำหรับสิ่งที่ค้นหามาเกือบทั้งมด ต้องยอมรับว่าธรรมะจากท่านพุทธทาสภิกขุ ไม่เคยเก่าเลย ทันสมัยอยู่เสมอ ตัวอย่างความหมายของธรรมะที่ท่านเคยได้สั่งสอนไว้ว่าหมายถึงอะไร "ธรรมะ เป็นสิ่งที่ต้องศึกษาค้นคว้าและเข้าถึงโดยวิถีทางอย่างวิทยาศาสตร์ มิใช่โดยทาง ตรรกะ -นยะ -คณิตศาสตร์ -หรือฟิโลโซฟี่ ที่ต้องใช้สมมติฐาน (HYPOTHESIS) หากแต่ต้องใช้ปัญญาโดยตรง ที่รู้สึกอยู่ในจิต เป็นวัตถุสำหรับศึกษาพิสูจน์ทดลอง" เท่าที่ผมเคยจดไว้จากหนังสือของท่านนะครับ
          ความกลัว เป็นสิ่งที่มีอำนาจมากสิ่งหนึ่ง ในบรรดาสิ่งที่ทำลายความสุข สำราญ หรือ รบกวนประสาทของมนุษย์ เป็นอย่างยิ่ง ความกลัวนี้ ย่อมมีลักษณะและพิษสง มากน้อยกว่ากัน เป็นขั้นๆ ตามความรู้สึก อันสูงต่ำ ของจิต เด็ก ๆ สร้างภาพ ของสิ่งที่น่ากลัว ขึ้นในใจ ตามที่ผู้ใหญ่ นำมาขู่ หรือได้ยิน เขาเล่า เรื่อง อันน่ากลัว เกี่ยวกับผี เป็นต้น สืบ ๆ กันมา แล้วก็กลัว เอาจริงๆ จนเป็นผู้ใหญ่ ความกลัวนั้น ก็ไม่หมดสิ้นไป ความกลัว เป็นสัญชาตญาณ อันหนึ่งของมนุษย์ เหมือนกันหมด แต่ว่า วัตถุที่กลัว นั่นแหละต่างกัน ตามแต่เรื่องราว ที่ตนรับ เข้าไว้ในสมอง วัตถุอันเป็น ที่ตั้งของความกลัว ที่กลัว กันเป็น ส่วนมาก นั้น โดยมาก หาใช่วัตถุ ที่มีตัวตน จริงจัง อะไรไม่ มันเป็น เพียงสิ่งที่ใจ สร้างขึ้น สำหรับกลัว เท่านั้น ส่วนที่เป็น ตัวตน จริงๆ นั้น ไม่ได้ ทำให้เรา กลัว นาน หรือ มากเท่า สิ่งที่ใจ สร้างขึ้นเอง มันมักเป็น เรื่องเป็นราว ลุล่วงไปเสียในไม่ช้านัก บางที เราไม่ทันนึก กลัว ด้วยซ้ำไป เรื่องนั้นก็ได้มาถึงเรา เป็นไปตามเรื่อง ของมัน และ ผ่านพ้นไปแล้ว มันจึงมิได้ ทรมานจิต ของมนุษย์มาก เท่าเรื่อง หลอก ๆ ที่ใจสร้างขึ้นเอง 
          เมื่อปรากฏว่า ความกลัว เป็นภัย แก่ความผาสุก เช่นนี้แล้ว บัดนี้ เราก็มาถึง ข้อปัญหาว่า เราจะเอา ชนะความกลัว ได้อย่างไร สืบไป เพราะเหตุว่า การที่ทราบแต่เพียงว่า ความกลัว เป็นภัย ของความผาสุกนั้น เรายังได้รับผลดีจากความรู้นั้น น้อยเกินไป เราอาจปัดเป่า ความกลัวออกไปเสียจากจิต โดยววิธีต่างๆ กัน แต่เมื่อจะสรุปความ ขึ้นเป็นหลักสำคัญๆ แล้ว อย่างน้อย เราจะได้สามประการ คือ
          ๑. สร้างความเชื่ออย่างเต็มที่ ในสิ่งที่ยึดเอาเป็นที่พึ่ง
          ๒. ส่งใจไปเสียในที่อื่น ผูกมัดไว้กับสิ่งอื่น
          ๓. ตัดต้นเหตุ ของความกลัวนั้นๆ เสีย
                                        พุทธทาสภิกขุ
                                     ๑ สิงหาคม ๒๔๗๙
ที่มา : จาก หนังสือ ชุมนุมเรื่องสั้น พุทธทาสภิกขุ พิมพ์ ครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๓๘
          โดย สำนักพิมพ์สุขภาพใจ
ที่มาภาพประกอบจาก จังหูดอทคอม