ถ้าเธอไม่ยกระดับคุณภาพของความเป็นครูที่นี่ แล้ว เธอจะไปยกระดับ คุณภาพตัวเองที่ไหน เมื่อไหร่ เพราะที่นี่มันง่าย สอนเด็กทั้งห้องแค่ ๔ คน หรือง่ายเกิน จนทำให้เธอมักง่าย

   

  คุณหมอจะนัดพวกบ้าน ที่เป็นครูโรงเรียนเดียวกัน มาโรงพยาบาลประจำ

จังหวัดสุพรรณบุรี ปีละ ๔ ครั้ง ผมต้องขับรถให้ ตอนสายหมอเรียกตรวจเลือด 

รับผลเลือด ๑๑.๐๐ น. บ่าย พบหมอใหญ่ เพื่อดูอาการและรับยา สุดท้ายหมอ

มักพูดว่า "ผลเลือดดีขึ้น คุณกินยาไปเรื่อยๆนะ โรคของคุณไม่หายหรอก ต้อง

กินยาไปทั้งชีวิตแหละ แต่หมอจะค่อยๆลดยานะ"


      ระหว่างรอตรวจ ผมมีเวลาคิดเยอะ เห็นคนไข้มารอหมอ เต็มโรงพยาบาล 

นึกขึ้นได้ว่า วิวัฒนาการของโลกเจริญขึ้น โลกยุค ไอซีที มีการคมนาคมที่

สะดวก มีเครื่องบำรุงบำเรอจิตใจมากมาย แต่กายของคนจะป่วยมากขึ้น และ

มากขึ้น จะบอกว่าคุณหมอมีน้อยลงคงไม่ใช่ เข้าใจว่าน่าจะเกิดจากมลพิษทาง

อากาศ สิ่งแวดล้อมรอบตัว การรับประทานอาหารที่มีสารพิษ และการไม่ดูแล

รักษาระบบร่างกายให้ถูกต้อง น่าจะเป็นที่มาของโรคต่างๆ


       มีเวลาพอให้คิดว่า วันนี้เสียเวลาการบริหารจัดการโรงเรียน และเสียเวลา

สอนไป..จะทำไงได้ สุขภาพของคนใกล้ชิด ถ้าไม่พาเขามาซ่อม เดี๋ยวเกิดสอน

อยู่ เป็นอะไรที่หนักหนาสาหัส สายเกินแก้ จะทำให้ระบบโรงเรียนที่เป็นองค์

รวมเสียสูญได้ ครู ๑ คน ก็เป็นอะไรที่มีคุณค่ามาก สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก


         แต่จะว่าไป..ประมวลภาพเหตุการณ์งานชีวิตที่ผ่านมา ๔ - ๕ ปี ก็เป็น

ทำนองนี้ แต่ผมก็เอามันอยู่ คือบริหารได้ตลอดรอดฝั่ง มีผลงานบางตัวที่เข้ม

แข็งเสียด้วยซ้ำ..นั่นหมายถึงว่า ผมต้องทำงานหนักอยู่เรื่อยๆ (ใช่ไหม)


         คิดถึงโรงเรียนอยู่ ๒ เรื่อง จะทำอะไรอย่างไร เมื่อสัปดาห์ก่อน ให้เงินเติม

น้ำมันครูนิรุตไป ๕๐๐ บาท ให้ช่วยไปเอา "ต้นแฝก" ที่สำนักงานพัฒนาที่ดิน

จังหวัด ๒ พันต้น อยากปลูกมานานแล้ว ครููและนักเรียนได้ยินแต่ชื่อ วันนี้ได้

เห็นตัวจริง พร้อมเอกสารข้อมูล พร้อมจัดการเรียนรู้ แต่ต้องประชุมครู คุยกัน

ก่อน ว่าจะปลูกตรงไหน ใครจะเป็นเจ้าภาพดูแล และจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อ

การเรียนการสอนได้อย่างไร


          เรื่องต่อไป..เป็นเรื่องที่เด็กต้องฝึกคิด แต่เรากลับคิดเอง ดังนั้น กลับเข้า

โรงเรียน ต้องพาเด็กไปยังแหล่งเรียนรู้ แล้วตั้งประเด็นคำถามเสริมต่อให้เด็ก

ตั้งปัญหา คือ แก๊สชีวภาพของโรงเรียน ทำจากเศษอาหาร นับวันกากแก๊สที่

เป็นน้ำเหลวๆสีดำจะมากขึ้น ถ้านำไปรดผักที่แปลงเกษตร สงสัยผักน๊อคตาย

แน่ จะทำอย่างไรดีหนา..เราก็ไม่มีประสบการณ์ความรู้เสียด้วย สงสัยต้องให้

เด็กทดลองอะไรสักอย่าง.....


           เรื่องสุดท้าย รีบคิดเพราะจะหมดเวลา คิดแล้วเขียน จะได้บันทึกไว้ แล้ว

ลืมมันซะ ในความที่เป็นผู้บริหารที่ไม่เอาไหนของเรา..ที่ไม่ต้องใหใครมา

ประเมิน ประเมินตนเองนี่แหละ เร็วทันใจ ไม่เป็นมืออาชีพหรือไม่มีจรรยา

บรรณอะไรก็แล้วแต่ รับได้ไม่หนีปัญหาอยู่แล้ว..


            เรื่องมีอยู่ว่า..ครูสาวเอกคอมพิวเตอร์ ประสบการณ์สอน ๓ ปี ป.โท 

หมาดๆ จ่อเรียน ดร. นำงานวิจัยในชั้นเรียนของปี ๒๕๕๕ มาส่ง เพื่อให้ 

ผอ.ตรวจสอบและเตรียมงานประกันคุณภาพภายใน เราเองก็ไว้ใจ วางงานไว้

ที่โต๊ะนิทรรศการเพื่อรับแขก..จากนั้น..วันเสาร์ที่ผ่านมา ก็จะนำเก็บเข้าแฟ้ม

มาตรฐาน ก็เลยถือโอกาสเปิดดู แม่คุณเอ๋ย..อย่างนี้ก็มีด้วย       


  เอกสารวิจัย เล่มบางๆ คำว่า คำนำ สารบัญ บทที่่  ฯลฯ ตัวพิมพ์ร่วงมาอยู่

ท้ายกระดาษ..แถมบทที่ ๔ ผลการวิจัย...ไม่มีอะไรเลย...ก็เลยเรียกมาคุยกัน

แบบยาวๆ เป็นหนังชีวิตอันรันทด


          บอกครูว่า  " ผอ.ให้เกียรติเธอมาตลอด ด้วยเห็นว่า เป็นครูที่คล่องแคล่ว 

ไม่มีภาระ หัวไว เรียนสูง อะไรก็รู้หมด แต่สิ่งที่ขาดมาก คือ ความรอบคอบ 

และมักคิดว่า ผอ.คงไม่ตรวจ เท่ากับดูถูกผอ.และตัวเธอเอง ผอ.อยากบอกว่า 

พิมพ์งานให้โรงเรียนทุกครั้ง เธอพิมพ์ผิด เพราะไม่ตรวจทาน ทุกครั้ง ทั้งที่มัน

เป็นหลักฐานราชการ ที่บ่งบอกความเป็นครูและองค์กร เพราะฉะนั้น อย่า

มั่นใจในตัวเองมากนัก และอย่าหลงตัวเอง ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์คน ตอน

นี้..ผอ.ได้พิสูจน์ตัวเธอมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ปล่อยให้ผ่านง่ายๆ

แล้ว...."


   ถ้าเธอไม่ยกระดับคุณภาพของความเป็นครูที่นี่ แล้ว เธอจะไปยกระดับ

คุณภาพตัวเองที่ไหน เมื่อไหร่ เพราะที่นี่มันง่าย สอนเด็กทั้งห้องแค่ ๔ คน  

หรือง่ายเกิน จนทำให้เธอมักง่าย.......แรงนะเนี่ย