กรกฎาคม ๒๕๕๖
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านท่เคารพรักทุกท่าน
วันเสาร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ ตื่นเช้ามาจัดกระเป๋าเดินทางอีกรอบหนึ่งหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ลงไปทานข้าวที่ชั้น ๒ เป็นอาหารฝรั่งและพื้นเมืองตุรกี พริกของเขาเม็ดใหญ่มาก แต่ไม่เหมือนพริกหยวกของเรา ลองมาห่อด้วยเบคอนเนื้อก็เผ็ดเอาเรื่องเหมือนกัน วันนี้พวกเราต้องเดินทางเข้าเมือง burgas ของประเทศ bulgaria โดยทางรถยนต์ ผมดูระยะทางจากแผนที่ iPad ห่างไปทางตะวันตกประมาณ ๓๔๐ กม. แต่คุณปราโมทย์ ขจรภัย บอกว่าใช้เวลาประมาณ ๗ ชั่วโมง รถออกจากหน้าโรงแรมประมาณ ๑๐ โมงเช้า มุ่งหนัาตามถนนหล้กผ่านตัวเมืองอิสตันบูลฝั่งยุโรปไปเรื่อย ๆ วันนี้เป็นวันเสาร์รถไม่มาก ภูมิประเทศเป็นเนินสูง ๆ ต่ำ ๆ ไล่เรียงกันไป

บ้านเรือนส่วนใหญ่ก่อด้วยอิฐ หลังคาสีอิฐแต่มีปล่องไฟทุกหลังไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ คงเตรียมพร้อมสำหรับหน้าหนาว พอผ่านตัวเมืองออกมาภูมิประเทศก็ยังคงมีสภาพสูง ๆ ต่ำ ๆ ไปตลอด แต่สองข้างทางจะเป็นไร่ที่กำลังปลูกต้นทานตะวัน สลับข้าวโพด แปลงใหญ่ ๆ ทั้งซ้ายและขวา บางแห่งเป็นตอซังของข้าวสาลีดูสุดลูกตา นาน ๆ จะเจอสวนไม้ยืนต้น รู้จักแต่สวนอัลมอนด์ นอกนั้นไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นไม้อะไร รถมาจอดให้เข้าห้องน้ำที่พักรถริมทางประมาณ ๑๑ นาฬิกา นอกจากจะมีห้องน้ำแล้ว ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ขนม ของชำ เครื่องมือช่าง เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์จำพวกเหล้าและไวน์ เรียกว่าครบวงจร นอกจากนั้นยังมีรถมาเปิดท้ายขายของจำพวกผลไม้สดจากไร่อีกด้วย แตงโมของเขาลูกใหญ่มาก มันฝรั่งใส่ถุง ๑๐ กก.ขาย

จากนั้นรถก็ผ่านเส้นทางที่มีสภาพโล่ง สลับไร่ทานตะวันไปตลอด ประมาณ ๑๒.๓๐ น. จึงจอดอีกครั้งบริเวณที่พักรถริมทางเพื่อให้พวกเรารับประทานอาหารเที่ยง อาหารเที่ยงเป็นข้าวสวย ไก่ทอดและเนื้อทอด ที่คุณนิจวดี ขจรภัย ให้ไกด์ชาวคลองขลุงจัดมาให้จากอิสตันบูล มีทั้งข้าวเหนียวข้าวจ้าว นั่งรถผ่านไร่ผ่านชุมชมของตุรกีมาจนเวลาประมาณ ๑๔.๓๐ น. จึงมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง ตั้งอยู่บนเนินเขามีค่ายทหารอยู่ฝั่งขวา ด่านตรวจคนเข้าเมืองอยู่ฝั่งซ้าย ลงไปประทับตราออกนอกประเทศตุรกี เขาทำได้รวดเร็วไม่มากเรื่อง จากนั้นนั่งรถเข้าไปให้เจ้าหน้าที่ชายแดนขึ้นมาตรวจพาสปอร์ตอีกครั้ง พอมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของบัลแกเรีย เจ้าหน้าที่ขึ้นมารวบรวมพาสปอร์ตจากเราที่บนรถ ไปตรวจและประทับตราใช้เวลาค่อนข้างนานจนเวลาประมาณ ๑๕.๔๕ น. จึงออกจากด่านไปได้

จากนั้นถนนแคบลงเหลือสองเลนรถวิ่งสวนไปมา แต่รถมีน้อย ทางเปลี่ยวสองข้างทางเป็นป่าเขาเหมือนเราเดินทางขึ้นเขาใหญ่หรือน้ำตกป่าละอูของหัวหินกลัวช้างกลัวเสือ แต่ก็เพลิดเพลินและรมรื่นดี จนเวลาประมาณ ๑๗ นาฬิกาจึงพบชุมชนบ้างและเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ จนเข้าเขตเมือง Burgas เป็นสภาพเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่เงียบ ๆ คล้ายหัวหิน-ชะอำ รถไม่มากและไม่ติด มีต้นไม้ร่มรื่นไปทั้งเมือง รถมาจอดให้พวกเราไปลงทะเบียนกับเจ้าภาพ แล้วไปส่งที่โรงแรมที่พักชื่อ Bulgaria Hotel เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ทันสมัยและคลาสสิค ที่บอกว่าทันสมัยเพราะมี wifi บริการฟรีทุกห้อง ที่ว่าคลาสสิค เพราะเครื่องมือเครื่องใช้เป็นของแปลกจากที่เคยเห็นมา เช่น ลิฟของโรงแรมต้องเปิดประตูเข้าออกด้วยมือเราเอง กุญแจต้องไขเปิดและปิดด้วยมือ

ได้เข้าห้องพักประมาณ ๑๙ นาฬิกา ผมพักคู่กับ ผอ.สมยศ ศิริบรรณ ห้องพัก ๐๘๑๐ บรรยากาศดี ชั้น ๘ มองเห็นตัวเมืองและทะเลอยู่ลิบ ๆ ลงไปทานข้าวประมาณ ๒๐ นาฬิกา ต้องเดินทางอาคารด้านหลังโรงแรม อิ่มแล้วเดินเล่นถนนหน้าโรงแรมจนถึง ๒๑ นาฬิกาจึงขึ้นห้องพัก เวลา ๓ ทุ่มของที่นี่ยังสว่างเหมือนกลางวันนะครับ คนยังพลุกพล่าน เว้นแต่ร้านค้าปิดประมาณ ๒ ทุ่ม
วันอาทิตย์ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๗.๓๐ น.ลงไปทานข้าวที่ชั้น ๒ ของโรงแรม ลองกินโยเกิตของบัลแกเรียเพราะมีคนบอกว่ากินแล้วอายุยืน รสชาติก็พอฝืน แต่สรุปว่าไม่ชอบเลย หาข้อมูลการท่องเที่ยงจากเจ้าหน้าที่ของโรงแรม เพราะวันนี้ฟรีเดย์ สรุปว่าจะไปห้างสรรพสินค้า Mall Galleria Burgas จัดทีมได้ ๔ คน มีผม ผอ.สมยศ ศิริบรรณ ผอ.เกษม ศุภรานนท์ ครูชัชวาล เลิศไกร ให้ตำรวจที่มารักษาการณ์เรียกแท็กซี่ให้ ตกลงราคา ๕ เลฟ ประมาณ ๑๐๐ บาท เป็นห้างสรรพสรรพสินค้าขนาด ๓ ชั้น มีห้าง Carrefour และโรงหนังรวมอยู่ด้วย ทานอาหารกลางวันกันที่นี่ด้วยอาหารพื้นเมืองบัลแกเรีย

ผมสั่งข้าวผัดกับปลาแซมมอลทอดชิ้นโต อร่อยดีราคาไม่แพง เดินชมห้างอีกรอบใหญ่เป็นสินค้านานาชนิด เหมือนโรบินสันบ้านเรา คนบัลแกเรียมาเดินห้างกันมากในวันหยุด ส่วนใหญ่มาแบบครอบครัว มีทั้งคนแก่และเด็ก หน้าตายังซื่อดูบ้านนอกอยู่มาก มีน้ำใจ เป็นมิตร กลับโรงแรมที่พักประมาณ ๑๔ นาฬิกา นอนพักเอาแรงจนเวลา ๑๖ นาฬิกาลงไปเดินเล่นกับ ผอ.สมยศ ศิริบรรณ เดินไปแวะชมสินค้าประเภทของที่ระลีกและนาฬิกาไปจนถึงสถานีรถไฟ

ที่เราเข้าใจว่าเป็นโบสถ์ พอดีรถเมล์สาย ๒๒ มาจอดป้ายพอดี ปลายทางเขียนว่า Sunny Beach ชวนกันขึ้นไปนั่งเพราะอยากไปริมทะเลและเข้าใจว่าเป็นรถเมล์ในเมือง รถพาออกนอกเมืองไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านสวนสาธารณะซึ่งอยู่ติดทะเล ออกนอกเมืองผ่านไร่ทานตะวัน ผ่านสนามบิน ผ่านชุมชนไปจนถึงสถานีปลายทางรถประจำทาง Sunny Beach เวลา ๑๗.๓๐ น. ค่าโดยสารคนละ ๖ เลฟ พวกเราเดินลัดเลาะชมเมืองจนถึงชายหาด ผมซื้อหมวกแคปมาหนึ่งใบราคา ๑๐ เลฟ


เดินกลับมาขึ้นรถที่สถานีขนส่งต้นทางกลับเข้าเมืองมาลงที่สถานีรถไฟ เข้าไปสำรวจเวลาเดินรถ ได้ข้อมูลไม่มากเพราะเจ้าหน้าที่ไม่ค่อยร่วมมือเท่าที่ควร กลับถึงโรงแรมที่พักเวลา ๒๐ นาฬิกาฟ้าแจ้งจางปาง ต้มมาม่ากิน ๑ ถ้วย จากประสบการณ์การเที่ยวนอกเส้นทางกับ ผอ.สมยศ ศิริบรรณ เราเคยทำที่ไต้หวันเมื่อปีที่แล้ว แต่เป็นรถไฟลอยฟ้าและใต้ดิน คนบัลแกเรียมีความเป็นมิตรสูง ถามอะไรจะอธิบายจนเข้าใจ เคยวางแผนว่าจะนั่งรถไฟไปเมืองหลวงโซเฟีย ดูข้อมูลแล้วเดินทางมากกว่า ๗ บั่วโมงเพราะต้องผ่านเทือกเขาจึงเปลี่ยนใจ จะหาที่เที่ยวแถว Burgas ให้ละเอียด

วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ตื่นเช้าแต่งตัวลงไปกินอาหารที่ชั้น M มื้อเช้ากินโยเกิตกับเมล็ดธัญญพืชตามด้วยกาแฟ นัดหมายจะไปดูเขาแข่งวอลเล่ย์บอลชายหาดที่ริมทะเลติดสวนสาธารณะของเมือง ต้องเดินไปประมาณ ๓ กม.ใชถนนหลังโรงแรมที่ลาดสูงขึ้นเหมือนเนินลาดเอียง ขาขึ้นจึงเหนื่อย ขากลับสบายเพราะเดินลง

สองฟากถนนเต็มไปด้วยร้านค้าขายเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของที่ระลึก ร้านอาหาร ตลอดเส้นทาง ผู้คนเป็นมิตร เวลาถามว่าเรามาจากไหน เราบอกว่าไทยแลนด์ จะฟังเป็นไต้หวันเกือบทุกราย ข้ามถนนสายหลักที่ไป sunny beach ก็จะเป็นสวนสาธารณะของเมือง บรรยากาศสวนแห่งนี้สงบและร่มรื่น ด้วยไม้ดอกไม้ยืนต้น มีตัวอาคารแบบชั้นเดียวอยู่เป็นระยะ นอกนั้นเป็นบูธร้านขายอาหารและน้ำเล็ก ๆ น้อย ๆ ชายหาดอยู่ลึกลงไปแบบตลิ่งสูงมีชายหาดให้พักกางร่มอาบแดดเหมือนกัน การแข่งขันวอลเล่ย์บอลชายหาดจัดบริเวณภัตตาคารปลายสุดของสวน มีทีมแข่งขันทั้งนักเรียนและครู เราก็ส่งทีมเข้าแข่งเช่นกัน มีครูและนักเรียนมัธยมมาอำนวยความสะดวก ครูท่าทางใจดีเสียงดังฟังชัดไปรับพวกเราจากอิสตันบูล ยังมาบริการดูแล

ทีผอ.เกษม ศุภรานนท์ ผอ.ชัชวาล พรหมเทศ ครูชัชวาล เลิศไกรมงานเดิม ๆ เดินพลัดหลงกัน จึงเดินถ่ายภาพดอกไม้ใบไม้ แล้วเดินกลับโรงแรมที่พัก เที่ยงขึ้นไปทานข้าวที่ชั้น M บ่ายเดินไปที่สวนสาธารณะเพื่อร่วมพิธีเปิด BIMC 2013 ใช้เส้นทางเดิม ไปถึงก่อนเวลาจึงได้ชมสวน ชมนกชมไม้ไปตามเรื่อง อาคารแสดงอยู่ในสวนติดทะเล แม้จะเก่าเรียบง่ายแต่มั่นคงดี ได้ดูการซ้อมแสดงพิธีเปิด นั่งรอจนขบวนพาเรดมาถึง เป็นธงชาติสมาชิกรวมทั้งไทย เข้าไปนั่งร่วมพิธีเปิดหัวหน้าของไทยคือ ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการ กพฐ. มีการแสดงก่อนพิธีเปิด ๑ ชุด ฝ่ายสมาคมคณิตศาสตร์และเจ้าภาพปราศรัย มีการแสดงอีก ๑ ชุด พิธีเปิด

ดร.ซุนและนายกเทศมนตรีเมือง Burgas ลั่นฆ้อง ๑ ครั้ง มีการแสดงอีก ๑ ชุด เป็นเสร็จพิธี หลังขึ้นถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบนเวทีเดินกลับเส้นทางเดิม แต่เป็นขาลงพื้นลาดเอียง ไม่เหนื่อยเหมือนขามา

แวะซื้อปลาน้อยทอดกรอบ ๓ กล่อง ๆ ละ ๒ เลฟ มากินกับข้าวในอาหารร้านติดโรงแรม สั่งซี่โครงหมูอบมาสมทบอีกสองที่ สำหรับคน ๔ คน ราคารวมเบียร์และน้ำ ๔๕ เลฟ(๑ เลฟประมาณ ๒๐ บาท) กลับขึ้นห้องพักอาบน้ำนอนเพราะพรุ่งนี้จะเดินทางไกลแต่เช้า

วันอังคารที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ วันนี้เป็นวันสอบของนักเรียน พวกเราก็ฟรีไทม์อีก ๑ วัน ตื่นตั้งแต่ตี ๔ ทั้งผมแล ผอ.สมยศ ศิริบรรณ อาบน้ำแต่งตัวแต่เช้ามืด ตี ๕ ลงมารอทีมงานอีก ๓ ท่าน คือ ผอ.เกษม ศุภรานนท์ ผอ.ชัชวาล พรหมเทศ และครูชัชวาล เลิศไกร ครึ่งชั่วโมงต่อมาทุกอย่างก็พร้อม เดินเท้าไปยังสถานีรถไฟซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ ๕ นาที ติดต่อซื้อตั๋วเพื่อเดินทางไปเมือง SLIVEN ซึ่งอยู่ห่างเมือง BURGAS ไปทางตะวันตก ๑๑๐ กม. เพราะเคยค้นดูในเน็ตพบว่าเป็นเมืองที่เขาเล่นสะกียามหน้าหนาว ซื้อตั๋วคนละ ๖ เลฟ รถออกจากสถานี BURGAS เวลา ๐๖.๒๕ น. วิ่งผ่านไร่ทานตะวันที่กว้างใหญ่ และพืชชนิดอื่นที่เราไม่รู้จัก ขวามือเป็นแนวภูเขาสูง เห็นชุมชนเป็นระยะ ๆ พอถึงสถานีก็จอดให้ผู้โดยสารลงและรอหลีกรถสวนทาง นายสถานีจะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายใส่หมวกหม้อตาลสีแดง ใช้เวลา ๒ ชั่วโมงรถมาจอดชานชาลาสถานี SLIVEN เวลา ๐๘.๒๐ น.

สภาพตัวเมืองเป็นตึกเก่า ๆ เงียบ ๆ แต่กว้างขวาง เราสอบถามตำรวจและคนขายตั๋วว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ตำรวจและคนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ โชคดียังมีคนรุ่นใหม่ที่พอพูดคุยกันรู้เรื่อง ในที่สุดตำรวจก็เรียกรถแท็กซี่ส่วนบุคคลให้หนึ่งคัน แต่ขนาดเล็กมาก ยี่ฮ้อ OPEL เจ้าของบอกว่าไปได้หมดลองนั่งดูแม้จะเบียดเสียดแต่ก็ไปได้ทั้งห้าคนรวมเป็นหกทั้งคนขับ เขาพาปุเลง ๆ ไปที่โรงแรมชื่อ SPORT PALACE เพื่อให้ Reception อธิบาย เราอยากเที่ยวชมเมือง อยากขึ้นยอดเขา Karandila (Карандила)เพราะมีกระเช้าให้ขึ้น แต่ที่นี่เขาเรียกว่าลิฟ ตัวเลือกสุดท้ายเราถามคนขับว่าถ้าเหมาเที่ยวยอดเขาด้วย เที่ยวในเมืองจนรถไฟขบวนที่กลับ BURGAS ๑๔.๕๕ น. ออกจากสถานี คิดเท่าไหร่ เขาเสนอ ๑๐๐ เลฟต่อรองเหลือ ๘๐ เลฟ รถคันเก่งควบพาพวกเราวกไปวนมาขึ้นภูเขาที่ร่มรื่นไปด้วยไม้ยืนต้นและดอกไม้ริมทางนานาพันธ์ุ เวลา ๐๙.๒๗ น. เราก็ได้จอดรถถ่ายภาพกับรูปปั้นที่ทำด้วยหิน พร้อมดอกไม้ภูเขาแค่นี้เราก็รู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่า เพราะไม่เจออากาศดีอย่างนี้มานานหนักหนาแล้ว ลมเย็นพัดอ่อน ๆ นำความสดชื่นไปถึงปอดเหมือนทุ่งนายามเช้าเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ปัจจุบันไม่มีให้เจออีกแล้วเพราะเช้าขึ้นมาแดดก็ร้อนจนเหลือทน

คูลลูพาไปจุดชมวิวที่อุทยานแห่งชาติเขียนป้ายบอกทางไว้ แถมเก็บผลไม้ป่ากินให้ดูและชวนพวกเรากินตาม ลูกขนาดเล็กคล้ายหมักเม่า แต่รสชาติไปทางฝาดอมหวาน พาไปดูภัตตาคารบนภูเขามีน้ำจากภูเขาที่ต่อท้อและก๊อกสามารถดื่มได้ เขาก็ดื่มให้ดูก่อน วันนี้ภัตตาคารไม่มีคนอยู่ จุดนี้มีดอกไม้ป่าขึ้นและออกดอกหลายชนิดหลากสี มีป้ายชื่ออุทยานแห่งชาติ Nature park Sinite Kamani (Сините камъни) พวกเราอ่านภาษาบัลแกเรียไม่ออก

เห็นเวลาพอสมควรอยากกลับลงไปในเมือง เขาไม่ยอมฟังเสียงดั้นด้นพาพวกเราขึ้นจุดสูงสุดของยอดเขา มองเห็นตัวเมืองและทิวเขาป่าไม้รอบด้าน เข้าใจทันทีว่าหากเราพลาดจุดนี้ไปก็เสียเวลาที่ขึ้นมาบนยอดเขาแห่งนี้ จากยอดเขาเรามองเห็นฐานติดตั้งกระเช้าขึ้นลงอยู่ต่ำลงไปมาก หลังเราดื่มด่ำกับบรรยากาศที่มหัศจรรย์ตัวเองว่าคิดได้อย่างไรจึงตัดสินใจชวนกันมาสูดอากาศบริสุทธิ์และทิวทัศน์ตรงหน้ายิ่งกว่าภาพในเทพนิยาย

คูลลูพาไปดูที่ฐานด้วยความภูมิใจว่า เขาพามาดีกว่าขึ้นกระเช้าหลายเท่าน้ก เราก็สำนึกเช่นนั้น จากเพื่อนต่างชาติเริ่มคุ้นเคยและเข้าใจกัน แม้เขาจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง แต่เขาก็รู้เรื่องว่าเราต้องการอะไรและพยายามนัดสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเราซึ่งเป็นลูกค้าของเขา ลงจากยอดเขาขับรถตรงแน่วไปอีกโรงแรมหนึ่งชื่อ VISTA เพื่อให้เราสื่อสารกับ Reception เพื่อจะได้บอกเขาเป็นภาษาบัลแกเรียว่าเราต้องการให้เขาพาไปไหนบ้าง รีเซฟชั่นเป็นคนมีอายุ อัธยาศัยดีมาก เราเลยกินอาหารกลางวันที่โรงแรมเพราะเที่ยงพอดี เป็นสเต็กหมูกับขนมปัง รวม ๖ คน ๖๑ เลฟ ราคาไม่แพงเพราะรวมเบียร์และน้ำเปล่าด้วย ประมาณบ่ายโมงคูลลูพาซิตี้ทัวร์ไปรอบเมือง จุดสุดท้ายขึ้นไป ติดตัวเมือง เป็นอนุสรณ์สถานมองเห็นตัวเมืองรอบทิศทาง ลงจากเนินเขาเวลาประมาณ ๑๔ นาฬิกาให้เขาไปส่งสถานีรถไฟแต่เขามาแวะร้านผลไม้ คูลลูซื้อลูกท้อฝากพวกเรา พอมาถึงสถานีรถไฟเขานำไปล้างให้เสร็จเพื่อพร้อมกินระหว่างเดินทาง น่ารักจริง ๆ เพื่อนใหม่ตัวอ้วน ๆ สั้น ๆ ผิวสีขาว ชาวบัลแกเรียที่เพื่งรู้สักกันแค่ ๖ ชั่วโมง จัดแจงส่งพวกเราขึ้นรถไฟ รถขบวนนี้ไม่ใช่รถเร็วจึงจอดทุกสถานี แต่ที่นั่งออกแบบเหมือนรถไฟชั้น ๑ ของไทย เพียงไม่ติดแอร์ มองที่ราบบัลแกเรียที่ยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยทุ่งทานตะวันสีเหลืองสด เป็นบรรยากาศที่สบาย ๆ

นั่งมาได้ครึ่งทางมีเพื่อนร่วมทางเข้ามานั่งด้วย ๒ - ๓ คน เป็นเด็ก ๆ คงไม่ได้เรียนหนังสือ ขอร้องให้ถ่ายภาพพวกเขา เราก็ตามใจ พอให้ดูภาพ เขาแสดงความตื่นเต้นและหัวเราะอย่างมีความสุข ไปตามพรรคพวกมาอีกเป็น ๑๐ คน ให้เราถ่ายรูปให้มีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เป็นที่สนุกครื้นเครง

จนถึงสถานีที่เขาลงยังโบกมืออำลากันยาวนาน มีคนบอกว่าเป็นพวกยิปซีเร่ร่อน เป็นความดีใจที่เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เพื่อนมนุษย์ได้มีความสุขในสิ่งที่เขาไม่มีและอยากเห็น ผู้โดยสารรถไฟมีน้อยทั้งขาไปและกลับ ส่วนใหญ่เป็นประชาชนในชนบทมีบัตรยกเว้นค่าโดยสาร ดูไปก็คล้ายบ้านเรา แต่เขามีความซื่ออยู่เต็มร้อย โดยเฉพาะน้ำใจช่วยเหลือ มาถึงสถานี BURGAS เวลา ๑๗.๒๗ น. เดินกลับโรงแรมที่พักเพราะอยู่ใกล้ แวะแลกเงินดอลลาร์เป็นเงินเลฟอีก ๑๐๐ ดอลลาาร์ เย็นกินข้าวที่โรงแรมเจ้าภาพจัดเลี้ยงตามปกติ
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑