สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการเขียนบันทึกไปเสียนานเลยค่ะ วันนี้ฤกษ์งามยามดี มีเวลาว่างๆ บวกกับอารมณ์ศิลปินไหลมาจึงทำให้เกิดบันทึกตอนที่ 17 เกิดขึ้นค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 6 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของฉัน เส้นทางชีวิตได้หักเหให้เป็นคนครึ่งบกครึ่งน้ำ และเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเส้นทางชีวิตของฉันก็ได้หักเหอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากได้รับโอกาสให้เปลี่ยนสายงานและไปรับตำแหน่งใหม่ ณ บ้านหลังใหม่ที่มีชื่อว่า "T-15" ซึ่งเป็นเรือขุดเจาะน้ำมันน้องใหม่ล่าสุด เพิ่งสร้างที่ประเทศจีน เมืองหนานตง ฉันเป็นหนึ่งในพนักงานนับร้อยที่มีโอกาสไปอยู่บ้านหลังใหม่ มาดูกันค่ะเส้นทางตั้งแต่เริ่มต้นจนจบในการนำบ้านหลังใหม่มาสู่อ่าวไทยเป็นอย่างไร อธิบายจากภาพละกันนะคะ
ปลายเดือนธันวาคม 2012 ฉันได้มีโอกาสเดินทางไปทำงาน ณ บ้านหลังใหม่ มีโอกาสได้ร่วมงานกับเพื่อนใหม่ๆ ไม่แน่ใจว่าโชคดีหรือโชคร้ายนะคะ ช่วงเวลานั้นเป็นหน้าหนาวของประเทศจีนด้วย ชุดทำงานของพวกเราจึงต้องเป็นแบบเสื้อกันหนาวค่ะ ใส่แล้วอุ่นดีค่ะ แต่ที่มันเป็นปัญหาก็คือตอนเข้าห้องน้ำนี่แหละค่ะ โดยเฉพาะผู้หญิง กว่าจะถอดออก ฉี่แทบจะราดซะก่อน แหะๆ
เริ่มแรกฉันต้องไปทำงานที่ "แวร์เฮ้าส์" ที่บริษัทจัดไว้ให้ โดยรวมๆ สถานที่ทำงานก็โอเคนะคะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเกือบจะครบ และที่สำคัญมีฮีตเตอร์ให้คลายหนาวด้วยค่ะ
ตะกี้ที่บอกว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกเกือบจะครบ ที่มันไม่ครบก็คือไอ้เจ้าห้องน้ำนี่แหละค่ะ ที่มันไม่มี และก็เป็นปัญหาใหญ่สำหรับอิชั้น เพราะต้องขับรถมอเตอร์ไซค์ฝ่าความหนาวเหน็บไปขอเข้าห้องน้ำจากตึกที่เหมือนจะร้างที่เห็นลิบๆ อยู่สุดทางโน่นเลยค่ะ คงไม่ต้องบรรยายภาพห้องน้ำนะคะ เป็นเหมือนที่เราๆ เข้าใจห้องน้ำจีนแหละค่ะว่าเป็นอย่างไร เป็นห้องน้ำที่เหมือนไม่ได้ทำความสะอาดมาแรมปี ฉันต้องหอบผ้าหอบผ่อน กลัวว่ามันจะหล่นไปถูกพื้นห้องน้ำทุกครั้งที่ทำธุระส่วนตัวค่ะ
ภาพข้างล่างเป็นบรรยากาศโดยรวมของชิปยาร์ดที่ฉันไปใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่นั่นอยู่หลายเดือน พนักงานที่ใช้แรงงานเป็นคนจีนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ สื่อสารกันลำบากค่ะ ยกเว้นพนักงานที่ยกชั้นขึ้นมาหน่อย ระดับหัวหน้าก็สื่อสารภาษาอังกฤษกันได้ค่ะ ไม่ต้องใช้ภาษาใบ้ แบะๆ กัน
ด้วยความที่ที่ทำงานอยู่ห่างไกลจากเจ้านาย เช้าๆ ก่อนเริ่มงานก็แอบแว๊บไปเติมพลังที่ร้านเล็กๆ แถวๆ ที่ทำงานกันก่อนค่ะ น้ำเต้าหู้ ปลาท่องโก๋ร้อนๆ ที่ทอดด้วยน้ำมันดำๆ หลับหูหลับตากินไปค่ะ นานๆ ครั้ง รสชาติอร่อย มะรงมะเร็งค่อยคิด อิๆๆ
ช่วงแรกๆ ที่พักอยู่โรงแรม บริษัทมีเบี้ยเลี้ยงให้ค่ะ เพราะฉะนั้นอาหารเที่ยงและเย็นต้องหากินเองค่ะ วันๆ หนึ่งเลยทำงานได้ไม่เยอะ เพราะต้องใช้เวลาในการเดินทางไปหาข้าวกิน ที่เห็นเป็นอาหารเที่ยงมื้อพิเศษหน่อย เพราะมีเพื่อนจากที่อื่นมาร่วมแจมด้วย ปกติอาหารเที่ยงจะเป็นอาหารง่ายๆ ร้านเล็กๆ ข้างทางทั่วไปค่ะ
ถ้าวันไหนมีเพื่อนคนจีนไปด้วยก็เหมือนพกดิกชั่นนารีส่วนตัวไป เพราะสั่งอาหารไม่ลำบากค่ะ แต่ถ้าวันไหนที่ไปเฉพาะคนไทยกันเอง ก็ต้องภาษาใบ้ แบะๆ เอาค่ะ ถ้าร้านไหนมีเมนูภาพให้ก็ง่ายหน่อย ชี้ๆ เอาค่ะ แต่ถ้าร้านไหนไม่มีเมนูภาพ หรือภาษาอังกฤษ ก็งานเข้าล่ะค่ะ วิธีที่พวกฉันใช้ๆ กันก็พูดเป็นภาษาจีนง่ายๆ เปิดกูเกิ้ลเอาค่ะ หรือไม่ก็แอบดูจากโต๊ะข้างๆ แล้วก็ชี้ๆ เอา ได้มาถูกมั่ง ผิดมั่ง ก็กินๆ ไปค่ะ ก็สั่งเองนี่นา.....
เส้นทางเดินกลับที่ทำงานค่ะ แห้งๆ แล้งๆ เพราะเป็นหน้าหนาว น้ำไม่ต้องแช่เย็นเลยค่ะ เย็นเจี๊ยบ
สิริรวมเดินไปกลับหาข้าวเที่ยงกินร่วมๆ 2 กม. ไอ้ที่กินๆ ไป ก็ย่อยพอดี เป็นวิธีที่ลดความอ้วนได้ดีวิธีหนึ่งค่ะ
พอตกเย็นก็ได้เวลาเลิกงาน บริษัทก็จะจัดรถจากชิปยาร์ดกลับไปส่งที่โรงแรมที่พัก
ระหว่างทางกลับโรงแรม ที่เมืองจีนมีเลนสำหรับจักรยานด้วยนะคะ อยากให้เมืองไทยเป็นแบบนี้บ้าง
สามอาทิตย์แรกที่เมืองหนานตง ประเทศจีน ฉันพักอยู่ที่โรงแรมที่บริษัทจัดหาไว้ให้ค่ะ โรงแรมสบายมาก แต่ที่ไม่ชินก็คืออากาศที่หนาวเหน็บของประเทศจีนนี่แหละค่ะ ถ้าเป็นการมาเที่ยว มันจะสนุกมากเลยค่ะ แต่นี่เป็นการมาทำงาน งานก็ต้องทำ หนาวก็หนาว ด้วยความไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศ ทำให้สภาพเนื้อตัวฉันเหวอะหวะไปด้วยรอยเกา ก็มันคันนี่คะ พอหนาวๆ ผิวมันก็แตก แตกแล้วก็คัน ทรมานมากๆ
พอตกกลางคืนก็ต้องออกหากินค่ะ อาหารโรงแรมแพงค่ะ มีเงินเลยไม่กิน ต้องออกไปหากินของถูก ของแปลกข้างนอก แหะๆๆ ด้วยความโชคดีที่มีเพื่อนคนจีนพักอยู่ใกล้ๆ กัน จึงมีคนพาออกไปกินของอร่อยๆ ที่ถ้าเราๆ คนไทยไปกันเองก็คงไปไม่ถูก และคงไปได้ไม่หลายที่ ต้องขอบคุณเพื่อนๆ คนจีนที่น่ารักๆ ด้วยนะคะ
ส่วนวันไหนที่ขี้เกียจๆ ออกไปข้างนอกก็จะแวะที่ตลาด พวกพี่ๆ ผู้ชายก็จะไปจ่ายตลาดและมาทำอาหารที่ อพาร์ทเม้นต์ (พนักงานบางส่วนบริษัทเช่าอพาร์ทเม้นต์ไว้ให้) ส่วนฉันผู้หญิง ทำไม่เป็นค่ะ รอกินอย่างเดียว และล้างจาน ทำชามแตกในบางครั้ง
บรรยากาศเมืองหนานตงประเทศจีน มองจากมุมสูงจากที่พักค่ะ
ได้ยินคนจีนที่นี่พูดกันว่าเมืองหนานตงไม่มีหิมะตกมาสี่ห้าปีแล้ว ปีนี้โชคดีหรือกระไร ฉันได้เจอหิมะด้วยค่ะ
คนไทยส่วนมากที่มาทำงานที่นี่ ไม่เคยเจอหิมะตกมาก่อนค่ะ ก็เลยตื่นเต้นกันใหญ่ ส่วนฉันเคยเจอที่เกาหลีมาก่อนแล้ว แต่ก็ยังอดตื่นเต้นด้วยไม่ได้ ทุกคนก็เลยต้องเก็บรูปไว้เป็นที่ระลึกหน่อย เพราะเมืองไทยบ้านเราร้อนแทบตับแตก
มีอยู่วันหนึ่งโอกาสดี เจ้านายแวะไปทำงานที่เรือขุดเจาะน้ำมันอีกลำที่อยู่ห่างไปจากชิปยาร์ด รูปข้างล่างค่ะ พวกฉันจึงได้มีโอกาสได้แวะวัดๆ หนึ่งค่ะ อยู่บนเขา เลยแว๊บไปสักการะ ขอพรซะหน่อย ถ้าไม่แว๊บแบบนี้ก็คงไม่มีโอกาส เพราะฉันต้องทำงานทุกวัน เลิกงานก็มืดค่ำ มองไม่เห็นอะไรแล้ว
บรรยากาศสวนในเขตวัดหลังจากหิมะตกค่ะ
โยนเหรียญ อธิษฐานขอพร
ไหว้พระกันซักหน่อย
วัดบนภูเขาหลิงซาน ถ้าจำไม่ผิดนะคะ ลมโกรก หนาวมากๆ
หลังจากแอบไปเที่ยว ไม่ใช่ๆ แวะไปเที่ยว ก็หมดเวลาสนุกสนานแล้วล่ะค่ะ ถึงเวลาที่เรือขุดเจาะน้ำมันพร้อมสำหรับที่จะให้พนักงานเข้าไปอยู่ล่ะ เมื่อก่อนพักอยู่ที่โรงแรมทำงาน 07.00-17.00 น. พอย้ายมานอนในเรือก็ต้องทำงาน 12 ชม. ต่อวันเหมือนตอนอยู่ในทะเล มาดูส่วนต่างๆในเรือขุดเจาะน้ำมัน บ้านหลังใหม่ของเรา
ออฟฟิศที่เห็นจะไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่นะคะ เพราะเพิ่งย้ายเข้ามา บางส่วนจึงยังรกๆ อยู่ อุปกรณ์สำนักงานก็ยังไม่ครบ แต่ปัจจุบันนี้ออฟฟิศสวยงาม สะอาดกว่านี้เยอะค่ะ แต่ว่ายังไม่มีโอกาสถ่ายรูปปัจจุบันนี้



ห้องครัวค่ะ

ห้องอาหาร

ห้องนอนค่ะ

รูปต่อไปเป็นเรือขุดเจาะน้ำมันยามค่ำคืนในชิปยาร์ดที่หนานตง เมืองจีนค่ะ
มาดูชิปยาร์ดที่เมืองหนานตง ประเทศจีนที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานหลายเดือน
หลังจากเทสระบบเรือขุดเจาะน้ำมันที่ชิปยาร์ดที่จีนเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาลากเรือจากจีนไปเทสระบบขุดเจาะที่สิงคโปร์อีกรอบแล้วล่ะค่ะ ใช้ระยะเวลาลากเรือทั้งหมดด้วยกันประมาณ 19 วันค่ะ ประเทศจีนนี่ใหญ่จริงๆ เลยนะคะ กว่าจะลากออกนอกเขตประเทศจีนก็กินเวลานานหลายวันทีเดียว ภาพข้างล่างนี้ลากผ่านสะพานที่ฉันนั่งรถจากเมืองเซี้ยงไฮ้มายังเมืองหนานตงค่ะ
หลังจากลากเรือจากจีนออกมาได้ซักวันสองวัน ก็มาถ่ายรูปหมู่รวมกันเป็นที่ระลึกค่ะ
ระยะเวลาเกือบสามอาทิตย์ที่ลากก็ต้องมีกิจกรรมรื่นเริงบันเทิงใจให้พนักงานที่ต้องจากบ้านมาทำงานเพื่อเป็นรางวัลปลอบใจกันนะคะ เพราะบางคนเลยรอบทำงานไปหลายวันแล้วแต่ก็ยังคงต้องทำงานต่อ ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันค่ะ ทุกวันเสาร์เราจึงมีบาร์บีคิวเลี้ยงพนักงานค่ะ
ต่อไปมาดูทะเลสวยๆ ที่ถ่ายไว้ขณะลากเรือจากจีนไปสิงคโปร์ค่ะ
ลากเรือจนมาถึงใกล้ๆมาเลเซีย กัปตันเรือประชุมพนักงานบอกว่าแถวๆนี้มีโจรสลัดด้วยนะคะ แหม ฉันก็นึกว่ามีแต่ในหนังซะอีก ไม่คิดว่าชีวิตจริงจะมีนะเนี่ย ตอนประชุมทางเจ้านายก็บอกว่า "อย่าทำตัวเป็นฮีโร่ ถ้าหากว่ามีเรือที่เข้าหาเรือของเราแบบไม่ชอบมาพากลให้รีบรายงานห้องวิทยุทันที จะได้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น" ปกติบนเรือเราจะมีกฎว่าห้ามล็อคห้องนอน อันเนื่องมาจากว่าหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น อาทิเช่น ไฟไหม้ แก๊ซรั่ว ฯลฯ ทางทีมช่วยเหลือจะได้เข้าช่วยเหลือเราได้ทันท่วงที แต่ตอนเข้าเขตโจรสลัด ฉันก็ต้องแอบแหกกฎล็อคห้องค่ะ กลัวโจรสลัดขึ้นเรือกลางคืน แล้วจะแอบเข้าห้องอิชั้น แหะๆๆๆๆๆๆ ขอแอบกลัวนิดนึงนะคะ เพราะผู้หญิงในเรือมีน้อย
และแล้วเรือขุดเจาะน้ำมันของเราก็ผ่านเขตโจรสลัดไปโดยสวัสดิภาพค่ะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ฉันก็นอนไปผวาไปสองคืนเต็มๆ จากนั้นเราก็เข้าเขตประเทศสิงคโปร์แล้วค่ะ น้ำตาไหลพราก เพราะรอนแรมกลางทะเลมาเกือบสามอาทิตย์ ทุกๆ วัน ฉันจะออกมาส่องดูข้างนอกทุกวันว่าถึงไหนแล้ว พอเห็นเรือ เห็นฝั่งก็สุดแสนจะดีใจ
T-15 เทสระบบขุดเจาะน้ำมันอยู่ที่สิงคโปร์เกือบ 3 เดือน และมีกำหนดจะลากเข้ามาขุดเจาะนัำมันในอ่าวไทยในต้นเดือนกรฏาคม 2013 ฉันรู้สึกภูมิใจไม่น้อยที่เป็นหนึ่งในพนักงานชุดแรกของเรือลำนี้ เรือลำแรกที่ฉันทำงานด้วยก็มีอายุการทำงาน 30 กว่าปี ฉันไม่รู้ว่าในชีวิตนี้จะหาโอกาสแบบนี้ได้อีกหรือเปล่า ยินดีต้อนรับบ้านหลังใหม่ "T-15" เข้าสู่อ่าวไทยค่ะ
ขอบคุณมากครับ สำหรบเรื่องราวที่เล่าขานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
ดูแลสุขภาพนะครับ ;)...
ขอบคุณค่ะคุณ Wasawat
ติดตามมานานค่ะ ขอสมัครเป็นแฟนคลับนะคะ อิอิ
เป็นเรื่องที่ยาว แต่ก็น่าติดตามคะ
ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของการทำงาน มาเป็นกำลังใจให้คะ...
จะได้นำเรื่องเล่าชีวิตคนทำงานกลางทะเล ไปเล่าให้นักเรียนฟัง...
ดูแล้วอากาศเย็นมาก หายไปนาน
ขอบคุณสำหรับเรื่องจากแดนไกลครับ
อะโหลๆ พี่ออ สวัสดีค่าา เป็นยางไงบ้างซำบายดีมั้ย ติดตามบล๊อกพี่อออยู่ อิอิ แอบๆๆ เค้าเป็นรุ่นน้องรั้วสีบลูเองน๊า ตอนนี้เพิ่งจะเข้ามาทำซีดริลที่สงขลาค่ะ เป็น Office Clerk เห็นบรรยากาศ offshore แล้วอยากไปอยู่บ้างจุงเบย ^_^ มาเขียนบล๊อกให้น้องๆอ่านบ่อยๆๆนะค๊า ดูแลสุขภาพเย้อๆๆๆน๊า เทคแคร์ๆค่าา
ขอบคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจนะคะ
ดีใจที่น้องใหม่ยังติดตามบันทึกนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอคุณสำหรับกำลังใจจากคุณ PoOmDeE
สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต ดีใจที่ยังจำกันได้ค่
นู๋เล็ก ถ้าเจอกันที่ออฟฟิศก็ทักพี่บ้างนะคะ พนักงานใหม่เยอะเลยไม่รู้ใครเป็นใคร
โอเคค่าาพี่ออ ไว้เจอกันน๊า หาให้เจอนะเค้าตัวเล็กๆๆอ้วนๆ อิอิ ^___^ รักษาสุขภาพนะคะ บับบายค่ะ
งานน่าทึ่ง น่าสนใจมาก ๆ ค่ะ และเอาชนะความเหงา ความคิดถึงบ้านได้ เก่งมาก ๆ ค่ะ
รออ่าน ๆ อีก นะคะ
ขอบคุณค่ะคุณหมอธิรัมภา
พี่ คับ แท่นใหม่นี้รัยสมัคร paramedic ใหมคับ ขอบคุณคับ
พี่ รู้จักบริษัท ces หรือป่าวที่อยู่สงขลาอะ ว่าทำงานเกี่ยวกับอะรัยคับ
ผมติดตามพี่มานาน ชื่นชมมากครับ พี่เก่งมาก เป็นผู้หญิงที่ทำงาน กลางทะเลได้ อย่างไม่มีปัญหา
คือผมอยากจะทำงาน seadrill ต้องทำยังไงครับ rig T 15 เปิดรับพนักงานรึป่าวครับ
ผมมีประสพการณ์ด้านไฟฟ้า กับ เครื่องมาวัดมา 5 ปี จากบนฝั่ง พอจะสมัครได้ไหมครับ
ขอบคุณครับ
งานใหม่ materialsman เป็นไงบ้างครับ
พี่อรย้ายไป ที15 แล้วหรอ ว่าแล้ว ลงไป ที7 ไม่เจอ
ได้อ่านแล้ว น่าตื่นเต้นมากครับ อ่านไปยิ้มไป สนุกมากครับ
ขอคุณมากครับ