"สามหนุ่มสามมุม...กับคำถามของน้องๆ อีกหกคน"

          วันนี้มีเรื่องดีๆหลายเรื่องราวแต่สิ่งที่อยากถ่ายทอดลำดับแรกคือ วงสนทนาน้ำเปล่าของศิษย์เก่าสามคน ศิษย์ปัจจุบันหกคน กับครูที่ตัวเชื่อมจากรุ่นสู่รุ่นอีกหนึ่งคน  เริ่มจากพี่ๆ สามคนมาเยี่ยมเยือนโรงเรียนพร้อมกับบรรดาครูๆ มานั่งคุยกันฟังหลายเรื่องราวรับรู้ได้เลยว่า ลูกศิษย์เราโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพแน่นอนจากนั่นก็ผลัดกันเล่าสู่กันฟังระหว่างครูกับศิษย์จนครูนกเล่าเรื่องสอนวิชา IS (Independent Studies) หรือการศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างองค์ความรู้ และประจวบกับเวลาที่เรานั่งคุยกันใกล้เวลาที่ครูนกจะสอน IS แต่เนื่องจากวันนี้สมาชิกของห้องที่ครูนกสอนไปทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้นักเรียนแลกเปลี่ยนจากโรงเรียน Science Kepala Batas Secondary School ที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมเป็นเวลา ๓ วัน ทำให้เหลือสมาชิกจำนวน ๖ คนครูนกเลยขึ้นไปที่ห้องเรียนแล้วถามเด็กๆ ว่า จะเรียนกันหรือไม่  เด็กๆ ถามครูนกกลับว่า "แล้วเราจะเรียนอะไรกันละครับ"  ครูนกเลยบอกความตั้งใจว่าจะสอนการเขียนสื่อความเพราะเด็กๆ ที่เหลือเป็นเด็กผู้ชายที่มักจะเขียนอะไรสั้นๆ ต้องเพิ่มฝึกขยายความ ครูนกเลยให้เวลาเขาตัดสินใจว่าจะเรียนหรือไม่  โดยกลับมานั่งรอกับบรรดาศิษย์เก่าที่ยังคุยกันได้อย่างยืดยาว  นั่งสักระยะปรากฏว่า  ตัวแทนกลุ่มวิชา IS วิ่งมาบอกว่า พร้อมจะเรียน  ประโยคบอกเล่าของน้องทำให้ศิษย์เก่าแปลกใจว่า ถ้าเป็นรุ่นผมคงบอกว่า ไม่เรียนก็ได้ครับ  ครูนกเลยชวนศิษย์เก่าไปคุยกับน้องๆ (หากมีเวลา ซึ่งเด็กๆ ก็ไม่ปฏิเสธ)  เลยทำให้เกิดวงสนทนาน้ำเปล่าขึ้นในเวลา ๑ ชั่วโมงเต็มๆ

                    
                                      "รุ่นพี่สามคนที่ตั้งใจบอกเล่า ถ่ายทอดประสบการณ์"
                  ช่วงแรกครูนกชวนรุ่นน้องคนหนึ่งไปเตรียมน้ำดื่มเพราะคิดว่า บรรดาศิษย์เก่าครูนกต้องคอแห้งแล้วละ เพราะเราคุยกันนานมาก ระหว่างรอครูกับน้องไปซื้อน้ำก็ให้แนะนำตนเองกันก่อนพร้อมกับแจ้งว่า  น้องๆ อยากถามอะไร อยากคุยอะไรก็ให้ถามรุ่นพี่ในสิ่งที่เราอยากรู้ สิ่งที่เราอยากถาม สิ่งที่เราอยากคุย
                  คำถามของรุ่นน้องจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาต่อเนื่องจากเป็นประเด็นยอดฮิตของนักเรียนระดับชั้นม.ปลายโดยเฉพาะ ม.๕ และ ม.๖

  • การเรียนวิศวะฯ ยากหรือเปล่า
  • ถ้าเราไม่เก่งหรือเกียจคร้านจะเรียนได้หรือไม่
  • จบสายวิทย์แล้วไปต่อคณะด้านศิลป์จะเป็นอย่างไร
  • เรียนในสถาบันมีชื่อเสียงหรือไม่มีชื่อเสียงต่างกันหรือไม่
    และอีกมากมายตามความอยากรู้ของเด็กๆ
                        
                คำตอบของพี่ๆ เป็นคำตอบที่ครูนกบอกได้เลยว่า เฉียบคม กว้างไกล มีวิสัยทัศน์ เป็นแบบอย่างที่ดีของคนรุ่นใหม่  ครูนกได้เรียนรู้จากคำตอบของเด็กๆ ก็มากมาย
  • พี่คนแรก สุขุมในการใช้ชีวิต ประสบการณ์เดินทาง ประสบการณ์ทำงานมากมาย สอนให้น้องๆ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง  และไม่ประมาทกับชีวิต  ครูนกประทับใจในความสุขุมทางความคิดที่ถ่ายทอดสู่น้อง
  • พี่คนกลาง เป็นคนคิดสร้างสรรค์ มองต่างมุมและคิดนอกกรอบเก่งมาก  ให้คำคมกับน้องและครูมากมายว่า หลายๆ อย่าง หลายอาชีพเหมาะกับเรา  แต่เราคงไม่เหมาะกับทุกอาชีพ (หาตนเองให้เจอ)  พร้อมกับย้ำให้น้องๆ เปิดใจ เปิดโอกาสในการเรียนรู้เพื่อจะได้ค้นหาคำตอบให้กับตนเอง ที่ครูนกประทับใจคือการสร้างแรงบันดาลใจในการพูดคุยเช่น การทำงานเราอาจทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ  ในขณะเดียวกันต้องมีการทำงานเพื่อสร้างชีพ
  • พี่คนสุดท้่าย (หน้าตายังเด็กเหมือนม.หกเลย) เป็นคนโชคดีที่ค้นตนเองได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ระดับม.ต้นว่า สนใจการดูแลสุขภาพ และอยากจะให้ๆ หรือช่วยเหลือเพื่อนๆ เช่น ตอนเรียนเป็นหัวหน้าจะช่วยให้เพื่อนได้เรียนรู้เท่าเทียมกัน ดูแลการติด 0 ติด ร  เมื่อเติบโตเรียนรู้เพื่ออยากให้การแพทย์แผนไทยซึ่งมีมาตั้งแต่โบราณกาลเคียงคู่สังคมไทยมีคุณค่า มีประโยชน์
                  
  •             สุขจริงๆ ค่ะวันนี้เป็นวงสนทนาที่สนุกบ้าง  เครียดบ้างตามจังหวะของเรื่องราวที่พี่ๆ พยายามสื่อสารสู่น้องให้น้องได้เลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเองให้ได้เร็วๆ สร้างการกระจัดให้กับน้องไม่ต้องเดินหาระยะทางให้อ้อม (ภาษาวิทยาศาสตร์)  ที่สำคัญจะได้ทำงานใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเป็นประโยชน์ต่อโลกบ้างตามศักยภาพที่เรามี  ครูนกบอกได้เลยว่า  บทเรียนวันนี้จะเป็นบทเรียนที่สร้างได้เพียงครั้งเดียวบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน เพราะโอกาสที่ศิษย์เก่าสามคนสามมุม  กับศิษย์ปัจจุบันจำนวนเหมาะในการเปิดวงสนทนา  พร้อมกับครูที่คอยเสริม คอยเติม และคอยเรียนรู้พร้อมกับศิษย์ไปด้วย  ขอบคุณลูกๆ ที่มาเยี่ยมครูค่ะทำให้วงน้ำเปล่ามากมายไปด้วยสาระที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตน้อยๆ และกำลังใจของครูให้เบิกบานอีกต่อๆ ไป


<p></p>