การทำลายอย่างสร้างสรรค์

          กลับมาสู่เรื่องราวทางเศรษฐศาสตร์ของเราอีกครั้งผมไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องราวเศร้าสร้อยมากนัก
เพียงแต่ผมอยากให้กำลังใจทุกคนที่เผชิญกับคืนวันอันเลวร้าย แต่ปรัชญาของผม คุณสุรศักดิ์ และรายการของเรา ที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ การสร้างแรงบันดาลใจให้ความหวัง และต้องไม่เลื่อนลอย แต่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง
เพราะมีแต่ความจริงเท่านั้น ที่ทำให้มนุษย์มีความสุขได้อย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงชั่วครั้งคราว หรือละเมอเพ้อฝัน

           โลกใบนี้เป็น Non Linear ของดีมีคุณภาพจะได้รับการยกย่องเชิดชู สิ่งที่คุณภาพปานกลาง ต้องถูกทำลายไปในท้ายที่สุด มนุษย์จึงละทิ้งชีวิตเร่ร่อน ชีวิตถ้ำ  เพื่อเข้าสู่ชีวิตเพาะปลูกตั้งหลักแหล่ง และเมื่อสังคมพัฒนาถึงระดับหนึ่ง  จะต้องมีการสร้างสังคมเมือง ซึ่งมีกฎเกณฑ์อันสลับซับซ้อน แต่ย่อมมีผลตอบแทนคือชีวิตที่สะดวกสบายเป็นรางวัล หากไม่เป็นเช่นนี้  มนุษยชาติย่อมไม่อาจพัฒนาได้ อาจต้องหยุดนิ่งแบบสัตว์โลกชนิดอื่น  ที่เต็มใจหยุดพัฒนาการของชีวิตไว้เพียงเท่านั้น

            หากเราตระหนักถึงกฎข้อนี้ของธรรมชาติ  เราต้องเตรียมพร้อมปรับตัวเพื่อเข้าสู่ความจริงใหม่อยู่เสมอ
เราอาจต้องตัดใจจากบางสิ่งที่มีคุณภาพต่ำ เพื่อเลือกสิ่งที่มีคุณภาพสูงมาแทนที่  การทำเช่นนี้ ผมขอเรียกว่า “การทำลายอย่างสร้างสรรค์” เพราะหากท่านมัวแต่หวงแหน คืนวันเก่าก่อน หวงแหนธุรกิจที่ก่อร่างสร้างมากับมือ แต่ไม่เป็นที่ต้องการของสังคมอีกต่อไปเท่ากับว่าท่านฝืนต่อกฎการพัฒนาของมนุษย์ชาติ คนที่ต้องถูกทำลายหาใช่สังคม
แต่เป็นท่าน ดังนั้น แทนที่จะถูกทำลายจากสังคมโลก เราต้องกล้าหาญพอที่จะ “ทำลายอย่างสร้างสรรค์”
 หากท่านคิดไม่ออกว่า  ตนเองซึ่งอยู่ในวัยกลางคนแล้ว จะเริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกครั้งได้อย่างไร  ท่านอาจขายกิจการทิ้งในขณะที่มันยังดีอยู่ ก่อนที่มันจะล้มเหลวในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อนำเงินที่ได้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่และท่านอาจไม่ต้องเริ่มกิจการเอง เพราะทางเลือกในยุคโลกาภิวัตน์มีอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นระบบ Franchise ซึ่งท่านไม่ต้องเรียนรู้ด้วยตนเองแต่มีเจ้าของระบบมาคอยให้คำชี้แนะ ไม่ใช่แค่นี้ท่านอาจสร้าง Venture Capital เพื่อสนับสนุนคนหนุ่มไฟแรง เพื่อร่วมกันสร้างธุรกิจใหม่และแบ่งปันผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน หรือหากท่านไม่ไว้ใจคนหนุ่ม ท่านอาจมอบความไว้วางใจไปที่ธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ธุรกิจที่ก่อร่างสร้างตัวจนมีความมั่นคง มีกำไรงดงาม และปันผลยอดเยี่ยมให้ท่านได้เลือกลงทุนอย่างมากมาย
แต่ทั้งหมดที่ว่ามาท่านจะต้องลงทุนในเรื่องหนึ่งเสียก่อนซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีทางเลือกมากมายจนเวียนหัวต้องทราบคือ “ความรู้มูลค่าเพิ่ม” ท่านต้องมีความรู้สุดยอดที่จะตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรกับชีวิตดี หากท่านไม่มีความรู้ ท่านอาจจบสิ้นตั้งแต่เริ่มต้นเพราะไม่รู้ว่าธุรกิจที่ท่านทำอยู่จะกลายเป็นอดีตอันสวยงามหากท่านมีความรู้พอจะมองเห็น ท่านยังต้องกล้าหาญพอที่จะตัดใจและยังต้องฉลาดพอที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ดีเพื่อให้สถานะความมั่งคั่งของท่านได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน


           อย่ายึดติดว่าท่านต้องทำธุรกิจเดิมท่านสามารถดื่มด่ำมีความสุขในการมองเห็นธุรกิจที่ท่านลงทุนงอกเงยเติบโต อย่าดูถูกวิถีแห่งการลงทุน ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่แห่งชีวิตของท่านเพราะหากต้องการทำมันให้ดี ท่านจะต้องศึกษาหาความรู้ หรือเรียกว่า สร้างธุรกิจข่าวสารข้อมูลขึ้นมา ทดแทนธุรกิจไร้อนาคตที่ท่านขายทิ้งไปธุรกิจนี้มีอนาคตอันสดใส และเช่นเดียวกันย่อมไม่ง่ายดายท่านต้องใช้เวลากับมันอย่างมากมาย เหน็ดเหนื่อยไม่แพ้ธุรกิจเดิม
และอาจเหมาะกับช่วงอายุของท่าน ซึ่งร่างกายเสื่อมสังขารลงแต่จิตใจและสมองยังคงสดใส โดยเฉพาะประสบการณ์ในธุรกิจอันยาวนานย่อมทำให้ท่านได้เปรียบนักลงทุนรายอื่น


             ยิ่งกว่านั้น การรักษาเงินทุนไม่ให้จมปลักไปกับธุรกิจเก่าที่กำลังล่มสลายขณะที่มีความงอกเงยไปกับการลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคต เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสมเมื่อท่านมีเวลาในการขบคิดค้นคว้ามากพอ ผ่านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ผ่านระบบ VentureCapital ผ่านการเปิดมุมมองใหม่ๆ ท่านอาจค้นพบ model ทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่
ซึ่งจะทำให้ท่านได้เริ่มต้นบุกบั่นฝ่าฟันมุ่งตามความฝันอีกครั้งหนึ่งแต่หากไม่มีการทำลายละทิ้งธุรกิจเก่า ความเชื่อเก่า ความภูมิใจเก่าๆท่านย่อมไม่สามารถค้นพบความรุ่งโรจน์เช่นนี้ได้


             “การทำลายอย่างสร้างสรรค์” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้วแต่ไม่มียุคใดที่เข้มข้นเหี้ยมโหดเท่ายุคนี้ ดังนั้น
ผู้ที่ต้องการอยู่บนโลกอย่างมีความสุข จะต้องเรียนรู้ไว้ให้มาก หมั่นศึกษาทบทวนปรากฏการณ์ต่างๆ เพื่อไม่ให้ตนเองถูกทำลายจากความไร้คุณภาพไร้ประสิทธิภาพ

              ในแง่มุมนี้ ได้เปิดโอกาสให้กับธุรกิจใหม่ซึ่งหากทำได้ดี อาจช่วยเพิ่ม GDP ให้กับประเทศอย่างมหาศาล นั่นคือ  ธุรกิจวิเคราะห์หาแนวโน้มอนาคต มองหาการทำลายอย่างสร้างสรรค์ที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจต่างๆ ซึ่งเผชิญการแข่งขันอันเชี่ยวกราก เพื่อแนะนำให้คนไทยและนักธุรกิจทั้งหลาย“กล้าหาญพอที่จะละทิ้งอดีต เพื่อแสวงหาอนาคตที่ดีกว่า”ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถโดยไม่จำกัดขอบเขตจินตนาการ แนบชิดกับความจริงใหม่ของโลก  ต้องมีวิสัยทัศน์อันยาวไกล มองเห็นกระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ก่อนที่พายุใหญ่จะพัดพามาและมนุษย์ผู้หลับใหลเชื่องช้าจะไม่สามารถหลบหนีได้ทัน ต้องถูกกวาดล้างตกเวทีประวัติศาสตร์โลกไป นอกจากนี้ ท่านยังต้องมีพลังโน้มน้าว ศิลปะในการเกลี้ยกล่อม ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่า “อนาคตใหม่ต้องเริ่มต้น  ณ บัดนี้” และต้องกล้าที่จะลงทุนเพื่อการพัฒนาในธุรกิจที่ก้าวไกลในโลกแห่งอนาคต

ที่มา: โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit




 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา



ความเห็น (0)