เขียนโดย  รติรัตน์  รถทอง 

ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน กศน อำเภอเมืองสมุทรสาคร

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฝันของคนท่าฉลอม

ความเดิมปฐมบทของตำบลท่าฉลอม

ตำบลท่าฉลอมเป็นตำบลหนึ่งในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร และเป็น 1 ใน 3 ของตำบล

­ในเขตเมืองสมุทรสาคร ได้แก่ตำบลท่าฉลอม มหาชัย และโกรกกราก  สิ่งที่ท่าฉลอมได้รับการขนานนามและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ  คือ เรื่องการเป็นกำเนิดสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย  มีภูมิปัญญาท้องถิ่น  ครูเพลงชื่อดัง ชาลี  อินทรวิจิตร  แต่งเพลง “ท่าฉลอม”  ให้ชนิทร์  นันทนาคร ร้องจนเพลงอมตะ  “ท่าฉลอมกับมหาชัย”  เป็นสิ่งที่โด่งดังขึ้นมาเป็นที่รู้จักของชาวไทยจากเพลงนี้  แต่เอ๊ะท่าฉลอม และมหาชัยนี่อยู่จังหวัดอะไร  คนอื่นมักเข้าใจว่าอยู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ความเป็นจริงคืออยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจังหวัดเล็ก มี 3 อำเภอ เมือง กระทุ่มแบนและบ้านแพ้ว

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  5  ทรงเสด็จมาทำพิธีเปิดถนน “ถวาย”

เมื่อวันที่  18  มีนาคม  2548  หลังจากทรงคิดและดำริมานานตั้งแต่ พ.ศ. 2540  ว่าทรงอยากที่จะกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นของประเทศ  เนื่องจากสมัยนั้นประเทศไทยถูกรุกรานโดยชาติอังกฤษ และฝรั่งเศสที่จะยึดครองประเทศ  ถ้าประชาชนยังไม่มีความรู้เห็นจะเสียอธิปไตยของประเทศไปอย่างแน่นอน  จนกระทั้งมาถึงปัจจุบันนี้ก็มาผ่านมาถึง  107  ปี  แล้วก็ตาม   การกระจายอำนาจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถให้ประชาชนเข้าถึงภาครัฐได้โดยง่ายและเป็นประชาธิปไตยที่สุด   ตำบลท่าฉลอมมีปัญหามากและมีประชากรเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัด  ซึ่งทีมงานสมัชชาสุขภาพ จังหวัดสมุทรสาคร  เห็นความสำคัญว่าอยากให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดชีวิต  กำหนดบทบาทของตนเอง  สามารถเข้าถึงแหล่งทุนแหล่งทรัพยากรต่างๆ ได้โดยง่าย  จึงนำเสนอให้มีการจัดเวทีสาธารณะขึ้นโดยใช้ “ธรรมนูญชุมชน”  เป็น ตัวจับทำกิจกรรมครั้งนี้  เป็นตัวตั้งให้ประชาชนได้เรียนรู้และเล็งเห็นความสำคัญ  ความจำเป็นในการบริหารจัดการตำบลด้วยตนเองเป็นสิ่งสำคัญ  เพื่อความเป็นหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร   สุดยอดที่สุดในการบริหารตนเองของท่าฉลอม

ความเดิมคราวที่แล้ว   เมื่อวันที่  6 กรกฎาคม  2555  ได้ประชุมคณะกรรมการสุขภาพ

แห่งชาติ (สช)  นำทีมโดย  นายแพทย์อำพล  จินดาวัฒนะ  กับทีมงานนับสิบชีวิตได้มาร่วมประชุมร่วมที่สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร  มีผู้เข้าร่วมประชุมอีกว่า  60  กว่าชีวิต  ทีมงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร  เข้าร่วมประชุมด้วยอย่างพร้อมเพรียง นำทีมโดยนายสุทัศน์  ตระกูลบางคล้า ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร  และนายวรวุฒิ   บุญเพ็ง  ประธานกรรมการวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร  นายอนุชา  คูเจริญไพศาล  ผู้อำนวยการกองสวัสดิการเทศบาลนครสมุทรสาคร  นายพิสิทธิ์  แสงจันทร์  นักวิชาการจากสำนักงาน สิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร  และทีมงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร  ได้นำเสนอถึงกระบวนการสมัชชาสุขภาพสมุทรสาครดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อน  มี พรบ. สมัชชาสุขภาพแห่งชาติด้วยซ้ำ   

ครั้งนี้ได้เสนอชุมชนต้นแบบให้ทางตัวแทนสมัชชาสุขภาพชาติได้รับรู้   โดยจะเริ่มจาก  

“ตำบลท่าฉลอม”  ได้นำเสนอ พูดคุย  ใส่ข้อมูลไปสู่  “ธรรมนูญสุขภาพ”  โดยมี  พรบ.สุขภาพแห่งชาติเป็นกฎหมายที่รองรับการจัดเวทีสาธารณะในชุมชน  ตำบล  ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต  เป็นการนำเสนอปฏิญญาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน  นักวิชาการ  และภาคประชาชนนั่นเอง ว่าจะจัดกิจกรรมเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน

ในการประชุมครั้งนี้บทสรุป  การประชุมเมื่อวันที่  6 กรกฎาคม  2555  ผู้เข้าร่วม

ประชุมจำนวน  60 คน  โดยมีคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพ สมุทรสาคร  พอช.สมุทรสาคร หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร  และภาคประชาชน  ร่วมกันสรุปงานในเรื่องต่างๆ ทั้งสิ่งปัญหาแวดล้อม ภัยพิบัติ แรงงานข้ามชาติ  รวมไปถึงเรื่องของการจัดเวทีสาธารณะ  เพื่อกำหนดอนาคตของคนท่าฉลอมก็อยู่ในประเด็นในการพูดคุยกันในครั้งนี้  การประชุมต่อยอดในทศวรรษที่  2  ยังมองไม่เห็นรูปธรรมในการทำงาน แต่ได้มีการวางแผนไปสู่การขับเคลื่อนแผนอยู่ดีมีสุขในปี  2556  เพื่อเป็นการนำไปสู่ธรรมนูญชุมชน  ตำบลสุขภาวะ นักวิชาการชุมชน  โดยมีเครือข่ายสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ที่ตำบลท่าฉลอม ซึ่ง  เป็นตำบลหนึ่งในสมุทรสาคร  ที่มีปัญหาที่หลากหลาย รอวันแก้ไขปัญหาทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ  และภาคประชาชนจะต้องร่วมมือกัน

นายแพทย์อำพล  จินดาวัฒนะ เลขาคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้สรุปถึง

จังหวัดสมุทรสาครพอสังเขปดังนี้  สมุทรสาครมีคุณภาพชีวิตที่เกี่ยวโยงกันทั้งเรื่องของยาเสพติด  เรื่องความเป็นอยู่ อาชญากรรม  เรื่องสิ่งแวดล้อมซึงก็ต้องมีการจัดการแก้ไขปัญหา สมุทรสาครมีการเคลื่อนไหวของทุน  ซึ่งเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันทั้งหมด  เมื่อทุนในสมุทรสาครเติบโต ปัญหาก็เติบโตตามมาด้วย  ทำให้สมุทรสาครที่เคยเป็นชนบท กลายมาเป็นชุมชนเมือง  ทำให้เราเสียทั้งสุขภาพชีวิต  สิ่งแวดล้อมบางที่เสื่อมโทรม  บางพื้นที่เสียทั้งชุมชนไปเลยก็มี  นพ.อำพล  เน้นให้ทุกคนมาช่วยกันเป็นแนวร่วม ปรารถนาดีต่อกันทั้งชุมชน  เชื่อว่าหากสมุทรสาครใช้เครื่องมือสมัชชาสุขภาพ  เชื่อมโยงให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทร่วม  ในการแก้ปัญหาของจังหวัด  เชื่อว่าอีก 20 ปี ข้างหน้าจังหวัดสมุทรสาครจะเป็นเมืองที่น่าอยู่  และอาจนำไปเป็นบทเรียนให้จังหวัดอื่นนำไปเป็นแบบอย่างได้ด้วย

  สู่เวทีสาธารณะครั้งแรก

จากปี 2555 มาถึงวันนี้ วันที่  21  มีนาคม  2556  ณ ห้องประชุมที่เหล่ากาชาด

สมุทรสาคร ตำบลมหาชัย ทีมสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร ได้เกิดกิจกรรมโครงการเวทีสาธารณะ  “ท่าฉลอม”  ชุมชนต้นแบบจัดการตนเอง  ด้วยธรรมนูญสุขภาพ  นำเสนอโครงการให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  นายแมนรัตน์  รัตนสุคนธ์  ณ ห้องประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ได้ประสานพลังไปที่เทศบาลนครสมุทรสาคร  เรื่องขอความร่วมมือ สถานที่  และงบประมาณบางส่วนในการจัดกิจกรรมเวทีสาธารณะซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี  การจัดเวทีสาธารณะในภาคประชาชนในครั้งนี้  ยังมีทีมงานเครือข่าย พอช. เครือข่ายชุมชนเมืองเทศบาลนครสมุทรสาคร  เข้าร่วมสนับสนุนในการดำเนินงาน ช่วยเป็นวิทยากรกระบวนการ  และวางแผนการทำงานตามกระบวนของสมัชชาสุขภาพ   

  หลังจากนั้น  ก็มีการประชุม เมื่อวันที่  1  เมษายน  2556  และวันที่  18  เมษายน  2556  ที่โรงเรียนวัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลท่าฉลอม โดยทีมงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร  ร่วมกับผู้นำชุมชนในตำบลท่าฉลอม  ในการดำเนินการขับเคลื่อนแผนงานยุทธศาสตร์จังหวัด  “แผนอยู่ดีมีสุข”  ซึ่งได้ขับเคลื่อนไปสู่ผลการนำไปใช้เป็นรูปธรรม  โดยการจัดเวทีสาธารณะ “ท่าฉลอม” จัดการตนเอง

ทีมงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร เริ่มต้นคุยกันมาตั้งแต่หลักการประชุมที่

สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร  ได้มีการพูดคุยกันเริ่มต้นจากประธานสมัชชาจังหวัดสมุทรสาคร  อาจารย์สุทัศน์  ตระกุลบางคล้า  ได้จัดเวทีพูดคุยเนื้อหาที่โรงพยาบาลมหาชัย  ห้องสโมสรโรตารี่  จังหวัดสมุทรสาคร  โดยมีทีมงานแกนนำ  ได้แก่คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร   อันได้แก่ อาจารย์นภาศักดิ์  พูลสวัสดิ์  อาจารย์พจนารถ  วีระชุน  อาจารย์พรหมภัสสร  พสุสิทธิพงษ์  จากโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย  อาจารย์พัธรา  เลิศประเสริฐศิริ  จากสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตสมุทรสาคร   นายพิสิทธิ์  แสงจันทร์  จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร  นางดนุชา  พุทธิสมสถิต  สำนักงานองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสาคร  นางสาวรติรัตน์  รถทอง  ครูอาสาสมัคร กศน. อำเภอเมืองสมุทรสาคร  นอกจากนี้ยังมี  นางสาวศุภัทรศิริ  กุลวานิช  อดีตสาธารณสุขอำเภอ และนางสาววนิชา มาลากุล  จากเทศบาลตำบลนาดี  และมีนางสาวนิลวรรณ  ทุ้นคุ้มทอง  สปพ. สมัชชาสุขภาพ เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่  3  มิถุนายน  2556  เนื้อหา คือ  การกำหนดอนาคตของท่าฉลอม  อยากเห็นท่าฉลอมเป็นเช่นไร  อยากให้ท่าฉลอมพัฒนาพื้นฟูประวัติศาสตร์  แหล่งการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม แม้แต่ปัญหาแรงงานข้ามชาติ ซึ่งจะเข้าสู่อาเซียนแล้ว  ท่าฉลอมเป็นชุมชนเศรษฐกิจซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมถึงปัญหาของคนท่าฉลอมมากมาย 

เพื่อร่วมรับรู้รับทราบปัญหาท่าฉลอม  เมื่อประชุมเสร็จได้นัดหมายกันจัดประชุมร่วมกับ นายสวัสดิ์  ทองสมุทร  ประธาน กกต.จังหวัดสมุทรสาคร  และนางอรุณรัตน์  น้อมนพ  พอช. สมุทรสาคร  ที่ร้านอาหารเมืองเล  ตำบลมหาชัย เพื่อสรุปประเด็นและจัดทำกำหนดการอีกครั้ง และมอบหมายหน้าที่ให้ในการจัดกระบวนการให้ครบถ้วนในวันที่  8  มิถุนายน  2556  จบลงด้วยการกำหนดตัวบุคคลที่จะจัดกระบวนการ  โดยครั้งนี้กำหนดเป้าหมายไว้  120  คน

  ท่าฉลอมอยู่ในการปกครองของเทศบาลนครสมุทรสาคร  มีจำนวน  6  ชุมชน  ได้แก่ชุมชนท้ายบ้าน  ชุมชนหัวรถไฟ  ชุมชนตลาด  ชุมชนวัดแหลมสุวรรณาราม  ชุมชนท้องคุ้ง  ชุมชนศาลเจ้ากลางซึ่งเป็นคณะกรรมการและยังเป็นวิทยากรการจัดกระบวน ของสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร  พูดคุยพบปะทั้งเวทีย่อยและประชุมปรึกษาหารือกัน  ระหว่างคณะทำงาน  ถึงเวทีสาธารณะในครั้งหน้าที่จะทำที่ตำบลท่าฉลอม ประชุมร่วมกันเพื่อหาแกนนำตำบลที่เหมาะสม  มาบรรจบลงตรงที่ตำบลท่าฉลอม  ซึ่งเป็นตำบลที่มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากที่สุดในจังหวัดสมุทรสาครตำบลหนึ่ง  บริบทของตำบลท่าฉลอมมีความหลากหลายบนปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกอีกหลายปัญหาซึ่งต่อรอให้มีการพูดคุยกันเพื่อความสามัคคี 

เวทีสาธารณะครั้งแรกที่ท่าฉลอม

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน  2556 ณ โรงเรียนเทศบาลวัดช่องลม ( เปี่ยมวิทยาคม )  ได้จัดเวที

สาธารณะ “ท่าฉลอม”  ชุมชนต้นแบบจัดการตนเองด้วยธรรมนูญสุขภาพ  ผู้เข้าร่วมฟังเป็นตัวแทนของทั้ง 6 ชุมชน   สมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาครได้ นำโดยนายสุทัศน์  ตระกูลบางคล้า  และคณะวิทยากรกระบวนการ พร้อมผู้เข้าร่วมประชุมได้ทำพิธีเปิด โดย นายสวัสดิ์  ทองสมุทร  จากนั้นก็แยกย้ายแยกกลุ่ม  โดยมีตัวแทนจำ 6 ชุมชน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม  ขอสรุปเนื้อหาข้อมูลที่ได้จากภาคประชาชน  ดังนี้ 

กลุ่มที่  1  มีนายณรงค์  จารุปราโมทย์  ประธานชุมชนท้ายบ้าน  เป็นตัวแทนสรุป

ข้อมูลว่าอยากได้ตลาดที่มีคนเดิน  การจราจรที่เป็นระเบียบ  ควรจัดระเบียบให้คนท่าฉลอม  เรื่องความสะอาดของคลองสอนอ้อย  คลองประวัติศาสตร์  เรื่องของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ให้ท่าฉลอมมีการรวมพลังรักและสามัคคีมากขึ้น  ปลอดจากปัญหายาเสพติด  และให้ช่วยกันรักษาโบราณสถาน  ที่มีความสะอาด  เช่น ศาลเจ้าสำคัญของท่าฉลอม  วัดสุทธิวาตวนาราม  “วัดช่องลม” และดูแลพัฒนาจัดระเบียบสามล้อถีบ  ให้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้ 

  กลุ่มที่  2  นางพรจิตร  สร้อยเพ็ชร  ประธานสภาสตรีตำบลท่าฉลอม  สรุปข้อมูลโดยการนำเสนอว่าอยากให้ตำบลท่าฉลอมมีตลาดการท่องเที่ยวเหมือนกับตลาดอัมพวา  จังหวัดสมุทรสงคราม  โดยจัดเป็นตลาดได้ตั้งแต่ท่าเรือมาจนถึงถนนถวาย  เป็นสถานที่ขายสินค้า  หรือตรงวงเวียนท่าฉลอมจัดเป็นศูนย์รวมของตลาดท่าฉลอม  และขอให้ติดตั้งป้าย “ตำบล”  2 แห่ง  ตรงท่าเรือ  และปากทางเข้าตรงพระราม  2  ซึ่งตัวแทนของเทศบาลนครสมุทรสาคร  นายชุมพล  จันทร์จรัสวัฒนา  รองนายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร ได้รับปัญหานี้ไว้ทันที  นอกจากนี้ยังมีความต้องการให้มีการปรับภูมิทัศน์ริมเขื่อน สายไฟฟ้า  และโทรศัพท์ที่ระโยงรยางค์เป็นอันตรายต่อการสัญจร  จัดระเบียบให้เรียบร้อย และสุดท้ายอยากให้มีโรงพยาบาลตำบลท่าฉลอมที่ทันสมัย แต่ติดเรื่องงบประมาณในการดำเนินการ

  กลุ่ม 4  นายประเสริฐ  แก้วหาวงษ์  ประธานชุมชนหัวรถไฟ  ได้สรุปว่าอยาก

เห็นท่าฉลอมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  นำมรดกวิถีชีวิตประมงดั้งเดิมของชาวประมงมาจัดเป็นอาชีพอนุรักษ์  เช่น อาชีพการทำกะปิ  น้ำปลา  รวมถึงอุตสาหกรรมแปรรูป  จัดระบบสามล้อถีบให้สามารถเป็นมัคคุเทศน์ท้องถิ่น  ดูแลนักท่องเที่ยว  อยากเห็นตลาดร่มหุบเหมือนสมุทรสาครที่ชุมชนหัวรถไฟท่าฉลอม  มีได้แต่ต้องปรับปรุงสถานที่หลายแห่งในชุมชน  เช่น สถานีรถไฟประวัติศาสตร์สายบ้านแหลม – แม่กลอง  ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว  ท่าฉลอมมีสถาปัตยกรรมมากมาย เช่น  บ้านศิลาสุวรรณ   ซึ่งเป็นไม้สักทองทั้งหลังของคุณวีณา  ตะเคียนนุช  อนุรักษ์โรงเรียนแห่งแรกอายุ 80 ปี โรงเรียนสาครวิทยา  (สคว.)  อนุรักษ์บ้านคุณยายสงวน  และสถานีประวัติศาสตร์สายที่สั้นที่สุดในโลก  อนาคตอยากเห็นท่าฉลอมเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด

  กลุ่ม  1  นายปัญญา  ศรีสุข  ตัวแทนชุมชนท้ายบ้าน   อยากเห็นเขื่อนรอบตำบลท่าฉลอมมีความสมบูรณ์  สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ อยากให้มีกล้องวงจรปิดหลายจุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน  จัดสถานที่ท่องเที่ยวให้ดีและเหมาะสม  จัดให้มีจุดชมวิว  เช่น หน้าวัดช่องลม  จัดหารายได้เพิ่มให้กับผู้สูงอายุที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น  ให้ชาวบ้านมีสถานที่รวบรวม  แหล่งความรู้ มีอาชีพ มีการศึกษา  อยากให้ช่วยกันทำความสะอาดเมืองให้สะอาด  อยากให้มีตลาดสดได้มาตรฐาน  ไม่ให้ขายของข้างถนน  จัดระเบียบของคนต่างด้าว  แรงงานข้ามชาติ  ให้อยู่ในที่ทาง ไม่ว่าเรื่องที่พักอาศัยและอื่นๆ  และสุดท้าย  อยากให้คนท่าฉลอมร่วมมือร่วมใจและมีจิตสำนึกรักกัน

  บทสรุปสุดท้าย  จากคุณนิลวรรณ  ทุมคุ้มทอง  และอาจารย์สุทัศน์  ตระกูลบางคล้า  การสานฟันในครั้งนี้  มิได้คาดหวังมาก  เพียงแต่อยากเห็นภาพของท่าฉลอมว่าเป็นอย่างไร  เป็นเรื่องที่ดีๆ  ทำให้เห็นภาพลักษณ์ท่าฉลอมเป็นเช่นไร  ในการจัดเวทีสาธารณะครั้งนี้  ถึงมีปัญหาอุปสรรคมากมาย  กว่าจะมีวันนี้ได้ แต่ก็นำมาซึ่งสิ่งที่ดีๆ มากเหลือเกิน  เห็นจะสรุปได้ว่าท่าฉลอมต้องการให้มีการพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลักใหญ่ หรืออะไรอื่นๆ ก็ตาม  ซึ่งจะนำไปสู่การจัดเวทีย่อยทีละชุมชน ตามที่คุณณรงค์  จารุปราโมทย์ ได้บอกว่าควรจะทำทีละชุมชนก่อนทั้งตำบลซึ่งมี  6 ชุมชน  เพื่อให้ชุมชนเข้าใจว่าเวทีสาธารณะ ท่าฉลอม  เป็นเวทีเพื่ออะไร  สมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร  เป็นตัวกลางในการจัดเวทีในครั้งนี้   จะนำผลไปสู่การจัดกิจกรรมแบบเชิงรุกไปยังชุมชนต้นแบบท้องถิ่น  ทำในสิ่งที่ประชาชนหรือแกนนำในภาคส่วนสำคัญของท่าฉลอมอยากทำ  ร่วมคิดร่วมปรึกษาหารือกันในภาพรวม  ถึงแม้จะมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องการประชาสัมพันธ์บ้าง  ประชาชนไม่เข้าใจบ้าง จึงขอให้ร่วมกันประชามิติว่าวันนี้อยากให้มีการประชุมเวทีสาธารณะอีกครั้ง  และ  “เอาแน่”  ในเรื่องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นจริง  จะลงเจาะชุมชนเพื่อระดมความคิดเห็นต่างๆ และนำมาสรุปในภาพรวมทั้ง  6  เพื่อให้ชุมชนรวมเป็นหนึ่งเดียว  อาจมีรัฐธรรมนูญชุมชนหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้าเป็นธรรมนูญชุมชน  ก็มี พรบ.สุขภาพแห่งชาติ  ซึ่งมีกฎหมายชัดเจน  เพื่อให้ท่าฉลอมในอนาคตได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข  .....


การประชุมร่วมกันอีกครั้งของวิทยากรกระบวนการทั้งหมด จำนวน  6 คน


คุณณรงค์ จารุปราโมทย์  แกนนำและประธานชุมชนท้ายบ้าน ตำบลท่าฉลอม  สมุทรสาคร

ระยะหลังๆ มานี้รู้สึกว่าการทำงานชุมชนและเครือข่ายง่ายขึ้นมาก  มีภาคีเครือข่ายหน่วยงานศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร  สิ่งแวดล้อมจังหวัด  ท้องถิ่นจังหวัด ฯลฯ  เพื่อร่วมข้อมูลในการดำเนินงานในเรื่องนี้มากขึ้น ข้อมูลนี้เป็นการทำงานมายาวนานถึง 2 ปี เนื่องจากต้องเกี่ยวข้องกับชุมชน และหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ข้าพเจ้าได้ทำการ Swot ข้อมูลเบื้องต้นให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนบทความข้างต้นนี้เป็นบทความการดำเนินการร่วมกับหน่วย      งานอื่นๆ  เช่น สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ  โดยได้รับการร้องขอจากคุณนิลวรรณ  ตัวแทนของสมัชาชาชาติได้ให้เขียนเรื่องนี้  ก็เขียนไปให้เรียบร้อยแล้ว เพื่อประชาสัมพันธ์ต่อไป

 

คุณวนิชา  มาลากุล  รักษาการ ผอ.กองสวัสดิการสังคม  เทศบาลตำบลนาดี หรือพี่หน่อยนั่นเองเป็นวิทยากร พี่หน่อยกับตัวผู้เขียนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องสมัยเรียน ม.ราชภัฏนครปฐม นั่นเอง กำลังดำเนินงานเป็นวิทยากรกระบวนการกลุ่ม 4


กลุ่ม 2 ที่ผู้เขียนเป็นวิทยากรกระบวนการ ได้พูดคุยกันในหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในท่าฉลอม เช่น โรงพยาบาลท่าฉลอม ซึ่งยังไม่เสร็จ และยังมีปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไขต่อไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการท่องเที่ยวท่าฉลอมที่ยังไม่เป็นรูปธรรมต้องรอการจัดเวทีกลุ่มย่อย



ผลสรุป  ของเวทีสาธารณะในครั้งนี้ ได้มีตัวแทนของเทศบาลนครสมุทรสาคร  รองนายกเทศมนตรีนครสมุทรสาครได้เข้ามาอยู่ร่วมเวที ได้รับไปในหลายๆ เรื่องที่จะนำไปเข้าสภาฯ เพื่อที่จะทำงานต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องป้ายประชาสัมพันธ์  ตลาด การท่องเที่ยวของท่าฉลอม ก็หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า การทำงานในครั้งนี้จะกระทุ้นให้นักการเมืองท้องถิ่นได้เห็นความสำคัญของความคิดของประชาชนมากขึ้น


รักงานพื้นที่มากๆ ก็ตรงได้เห็นความบริสุทธิ์บางอย่างที่เราคนของภาครัฐต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาที่เห็นและเป็นอยู่ของภาคประชาชนให้มาก เช่น ขาดความรู้ ให้ความรู้ ขาดการศึกษา  ให้การศึกษา เหล่านี้เป็นงานของ กศน.ทั้งนั้น