จากกรณี นักเรียนม.6 ร่ายบทกลอนก่อนฆ่าตัวตาย
          ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตล่าสุด พบว่ามีจำนวนการฆ่าตัวตายในประเทศไทยเกิดขึ้น โดยเป็นผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ 6.9 รายต่อประชากรแสนคน หรือประมาณ 7,200 รายในหนึ่งปี ถ้าเฉลี่ยออกมาเป็นวันก็ประมาณ 20 คนต่อวัน ในขณะที่ค่าเฉลี่ยระดับโลกจะอยู่ที่ 8 รายต่อประชากรแสนคน
          มีข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ว่าผู้มีประวัติและลักษณะต่อไปนี้ หลายประการร่วมกัน มีอันตรายสูงที่จะฆ่าตัวตายมากกว่าพวกที่มีลักษณะตรงข้าม เช่น มีประวัติเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โรคซึมเศร้าชนิดต่างๆ มีโรคประจำตัวร้ายแรง หรือ สุขภาพเสื่อมโทรมาก เป็นโสด, หย่า, ร้าง, ม่าย หรือ สมรสแล้วแต่ไม่มีบุตรเลย เกิดภาวะเศรษฐกิจคับขัน อยู่ในเมืองใหญ่ที่มีพลเมืองหนาแน่น เป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน มีประวัติติดสุราหรือยาเสพย์ติดอื่น มีประวัติผิดปกติทางจิตเวช มีประวัติการฆ่าตัวตายในครอบครัว การฆ่าตัวตายตามที่มีบุคคล ที่มีความสำคัญต่อชีวิตของผู้ป่วยเกิดจากกลไกการเลียนแบบ มิใช่พันธุกรรม พวกวิกลจริตที่มีความขัดแย้งภายใน มีประวัติบ้านแตก หรือครอบครัวแตกแยก ก่อนอายุ 15 ปี
          ที่ สสจ.พัทลุง ปี 2549 ปัญหาการฆ่าตัวตายสำเร็จ ถูกจัดให้เป็นปัญหาสำคัญ ทั้งจากการจัดลำดับความสำคัญ และการให้ความตระหนักจากผู้บริหาร