หน้ากากขาว เรื่องราวที่น่าฉงน
รัฐบาลกำลังให้ร้ายคนหน้ากากขาวว่าเป็นพวกเดียวกับพวกเสื้อเหลือง แต่ผมว่าไม่ใช่ เหตุผลคือพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่เข้าระบบ social network ซึ่งคนพวกนี้เป็นชนกลุ่มน้อยมากในบรรดาคนเสื้อเหลืองซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกสูงวัย รุ่นพ่อแม่ของคนพวกนี้
เป็นไปได้มากว่าคนหน้ากากขาวนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของคนเสื้อแดงด้วยซ้ำไป ที่ต้องใส่หน้ากากเพราะไม่อยากทำร้ายน้ำใจพ่อแม่ที่อาจเห็นหน้าจริงหากพวกสื่อแอบไปถ่ายออกประกาศ
อายุของคนพวกนี้คะเนว่าเฉลี่ยที่ ๓๐ สำหรับระดับการศึกษาคะเนว่าเฉลีย ๓.๕ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) เป็นระดับเกรดของผมเอง คือ ต่ำกว่าม๖ เกรด ๐.. ม.๖ ปวช. เกรด ๑...ปวส. เกรด ๒..ป.ตรี เกรด ๓ ...โท..๕ ...เอก ๑๐
คนพวกนี้พันคน ยังมีน้ำหนักเกรดเฉลี่ยการศึกษาสูงกว่าพวกเสื้อแดง แสนคนเสียอีก ..น่าตกใจนะผมว่า เพราะได้ข่าวว่าพวกนี้ออกมากันเป็นพันๆคนเข้าไปแล้ว
ทฤษฎีของผมที่ได้ตั้งไว้แต่คราวเสื้อเหลืองคือ รัฐบาลที่ไม่ได้รับการยอมรับจากชนชั้นกลางส่วนใหญ่ ย่อมไม่อาจอยู่รอดได้
เหตุผลของผมคือ คนพวกนี้มีปริมาณมากพอควร (เกินระดับมวลวิกฤต) เช่น นักคิด นักเขียน วิศวกร แพทย์ พยาบาล อีกทั้งมีพลังมวลรวมมาก ไม่ว่ากำลังซื้อ กำลังคิด...ถ้าพวกนี้รวมกันติด เพียงแค่นัดหยุดงาน ก็แย่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงการเข้าถึงสื่อในการเรียกร้องมากกว่าพวกรากหญ้าหลายร้อยเท่า แม้จะโดนบีบเค้นจากรัฐบาลก็ตามทีเถิด
สวนพวกชาวไร่ชาวนา แรงงานขั้นต่ำ นัดหยุดงาน มันไม่กระทบมากนักหรอก หยุดนานๆ ไม่มีกินจะทำอย่างไร แต่พวกชั้นกลางเขามีทุนสำรอง ถ้าจำเป็นหยุดเป็นปีก็พอมีกิน
พวกคอมมิวนิสต์รัสเซีย จีน ล้มทั้งที่มีมวลชนรากหญ้ามหาศาลเป็นพวก ก็ด้วยเหตุนี้แหละ ..มันแพ้ความคิด ปัญญา ของคนฉลาดๆ เพียงไม่กี่คน
ถ้าผมเป็นรัฐบาลผมจะกังวลเรื่องหน้ากากขาวมาก เพราะมันส่งสัญญาณประหลาดที่ว่าคนหนุ่มสาว มีการศึกษา เป็นคนที่เริ่มต้นจะเป็นคนชั้นกลาง เริ่มออกมาต่อต้านรัฐบาล โดยไม่ได้เชื่อมโยงกับพวกเสื้อเหลือง ฟ้า อะไรสักเท่าใดนัก อาจมาจากลูกหลานเสื้อแดงเกินครึ่งด้วยซ้ำไป
เอ..แล้วผมมาเตือนรัฐบาลด้วยความหวังดีทำไมหนอ สงสัยแอบหลงรัก
...คนถางทาง (๖ มิถุนายน ๒๕๕๖)
อ่านวิเคราะห์ของอาจารย์ก็พอแล้ว ขี้เกียดอ่านข่าว...เบื่อ..ฮิอิอิ
ฏ็..น่าน..น่ะ..สิ..สงกะสัยพี่เราแอบหลงรักรัฐบาลจริงๆ อิ อิ น้องไม่ชอบทั้นนั้นแหละทั้งพวกแบ่งสีน่ะ แบ่ง ทำไมมีแต่ทะเลาะกัน เฮ้อ!เมื่อยตุ้ม(แต่ไม่มี อิ อิ)
ก็อย่างที่ว่าเละคะ ใส่หน้ากากแล้วไม่รู้ว่าคือใคร คนเลยกล้ามากขึ้น (เรียกว่ากล้า แต่ก็ยังกลัวอยู่บ้าง อิอิ)