ไม้ตำก้น พพจ. จนตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง? (ของชำร่วยวันวิสาขะ ตอน ๓)
วันวิสาขบูชา เป็นการฉลองวันประสูติตรัสรู้ ปรินิพพาน ในวันเดียวกันเพ็ญเดือนหก ประเด็นสำคัญหนึ่งก็คือสิ่งที่ว่ากันว่า....ตรัสรู้ได้ใต้ต้นโพธิ โดยพระองค์เอง
แต่วันนี้ผมมาคิดว่า ใช่หรือ ถ้าใช่ก็ไม่น่าต่างอะไรกับที่พวกเสื้อแดง glorify ทักษิณ ว่า รวยมาได้ด้วยลำแข้งแรงขาของตนเอง
นั่นอาจจะเป็นอุปมาที่ต่ำเกินไป อาจยกระดับมาเป็นเศรษฐีคนอื่นๆ ก็ได้ เช่น พวกฆ่าสัตว์ ขายน้ำเมา ธนาคาร bill gate ก็อีหรอบเดียวกัน ต่างก็รวยมาได้ด้วยอิงอาศัยเหตุปัจจัยรอบข้างทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนหมู่มาก (ที่อย่างน้อยก็เป็นลูกค้า หรือ ลูกศาสนา)
กว่าพพจ.จะตรัสรู้ในคืนวันพ็ญเดือน ๖ ได้นั้น ต้องเรียนรู้ ผิดถูก (ผิดเป็นครู) มามากหลาย ทั้งครูตรง (เช่น อาฬา-อุทก ดาบส) และครูอ้อม คือการเกิดแก่เจ็บตายของพวกเรานี่เอง อีกทั้งต้องมีบริบทแวดล้ม คนรับใช้บริการ เช่น นางสุชาดาถวายข้าวต้มนมให้มีแคลอรี่ นายอะไรหนอปูหญ้าให้นั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ
ถ้านายอะไรคนนั้นปูไม่ดี มีไม้เสี้ยนโผล่ออกมา “ตำก้นพพจ.” อาจเจ็บก้น เกิดเวทนา จนไม่อาจตรัสรู้ในคืนนั้นก็เป็นได้
นี่เรียกว่า “นายคนนั้น” ไม่ใช่แค่ปิดทองหลังพระ หรอกนะ แต่ปิดนิพพานที่ก้นพระเลยแหละ อิอิ
...คนถางทาง (๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖)
...คนรับใช้บริการ เช่น นางสุชาดาถวายข้าวต้มนมให้มีแคลอรี่ นายอะไรหนอปูหญ้าให้นั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ...
I would have used words like ผู้เมตตาให้ทาน because they were not servants but kind commonfolks who provided services out of compassion. (Servants provide services for rewards or sustenance. Monks and Teachers should provide services for benefits of their laymen and students.)