ทบทวนเรื่องทุนนิยมกันหน่อยนะครับ.....  เพราะเรื่องนี้เป็นหลักคิดใหญ่ของที่มาในปัญหาใหญ่ ๆ ในหลาย ๆ เรื่อง  รวมทั้งการโกง  การเอาเปรียบ  ความทุกข์ร้อนของผู้คนที่มีให้เห็นแต่ละวัน  ถ้าเข้าใจในเรื่องนี้ได้ ก็คิดว่าจะทำให้เข้าใจถึงที่ไปที่มาในหลายๆ เรื่อง ได้ 

ตัวอักษรสีดำเป็นต้นฉบับ ที่ท่านผู้รู้ท่านเขียนมา 

ตัวอักษรสีแดงในวงเล็บเป็นข้อคิดความเห็นของผมนะครับ

  

ทุนนิยม

http://www.kpi.ac.th/wiki/index.php/%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1

ผู้เรียบเรียง รศ.ดร.ปธาน สุวรรณมงคล

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รศ.ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์

ทุนนิยม (Capitalism) หมายถึง ระบบเศรษฐกิจที่นายจ้างคือเจ้าของปัจจัยการผลิต อันได้แก่ ที่ดิน ทุน และการประกอบการ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ผลกำไรสูงสุด (นายทุนเขามีทุนมาเขาจึงเป็นนาย และมีลูกน้อง  ถ้าเป็นเสมือนลูก และน้องจริง ๆ ที่มีการปฏิบัติต่อกันเยี่ยงลูกและน้องก็ไม่มีปัญหา  แต่ถ้ามุ่งกำไรจนลืมความ

เป็นคนของลูกน้อง ก็ต้องยุ่งกันทั้งนายและลูกน้อง) โดยใช้ปัจจัยการผลิตน้อยที่สุด ส่วนแรงงานมีฐานะเป็นเพียงปัจจัยการผลิตอย่างหนึ่ง แรงงานจึงต้องพึ่งพานายจ้าง (มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่ไม่มีทุน ผนวกกับปัญญา  จึงต้องหางานมาทำจากนายจ้่าง นายจ้างดีมีความเมตตาธรรม ก็ช่วยให้ตนเองอยู่รอด และนายจ้างก็อยู่รอดด้วย ถือว่าต่างช่วยกันทำมาหากิน) และด้วยจำนวนแรงงานที่มีอย่างมากมาย จึงมักถูกกดขี่อย่างไร้มนุษยธรรม  ระบบทุนนิยมมีลักษณะที่สำคัญดังนี้

1. การมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคลเป็นปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งหมายความรวมถึงการอนุญาตให้เอกชนสามารถถือครองทรัพย์สินได้มากเท่าที่จะหามาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

2. การแข่งขันเสรี ลัทธิทุนนิยมสนับสนุนให้มีการแข่งขันเสรี ซึ่งจะทำให้ผู้ขายเสนอราคาที่เหมาะสมที่สุดด้วยศักยภาพการผลิตที่ดีที่สุด คนที่ไม่เหมาะสมกับการผลิตประเภทนั้น ๆ จะถูกกดดันออกจากตลาดและเหลือแต่ผู้ผลิตที่มีประสิทธิภาพ (ความเป็นนายทุนใหญ่  เช่น ห้างสรรพสินค้าใหญ่  ร้่านค้าเล็กติดแอร์ที่มีนับพันสาขา  ของนายทุนใหญ่  เป็นที่ถูกใจของผู้ซื้อทั้งหลาย  แต่หากใครจะทำมาค้าขาย ก็อาจกลายเป็นผู้ด้วยประสิทธิภาพ ที่จะถูกดันออกจากตลาดไป  นี่คือพิษภัยของระบบนายทุน  ใช่ไหม)

3. ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด ซึ่งหมายถึงระบบที่อนุญาตให้เอกชนสามารถลงทุนในการผลิตหรือใช้จ่ายเงินเพื่อหาซื้อสินค้าและบริการได้ตามความสามารถและความต้องการ โดยไม่มีกฎระเบียบหรือข้อบังคับจากรัฐบาล 

(หากรัฐบาลมาจากเอกชนที่เป็นนายทุนอยู่ก่อนหน้ามาเป็นรัฐบาล และยังคงใช้เป็นนายทุนใหญ่ที่อยู่ในรัฐบาล ใช้คอกใหญ่ที่เก็บ ส.ส. ไว้ใช้เป็นเครื่องมือ โดยสลัดความเป็นนายทุนใหญ่ออกไปไม่ได้ ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร  ก็ลองคิดกันดู) ที่  โดยเชื่อว่าในที่สุดจะทำให้ราคาของสินค้าและบริการอยู่ในจุดสมดุล (ก็มีทางเป็นไปได้ถ้านายทุนใหญ่ โดยเฉพาะนายทุนที่แฝงตัวอยู่ในรัฐาบาลไม่คิดโกงเสียเอง)  คือจุดที่ผู้ซื้อและผู้ผลิตมีความเห็นตรงกันว่าราคาอยู่ในช่วงที่เหมาะสม

4. อิสระในการบริหาร ลัทธิทุนนิยมต้องการอิสระในการบริหารงานโดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐบาล เพราะในความคิดของพวกทุนนิยมเชื่อว่ารัฐบาลไม่มีทางเข้าใจได้หมดว่าเอกชนต้องการอะไร   

(โดยทั่ว ๆ ไปในประเทศต่าง ๆ เท่าที่รู้ รัฐบาลจะมาจากการอุ้มชูของนายทุนใหญ่ ที่หวังให้รัฐบาลคอยช่วยเหลือ จึงเอาเงินไปอุดหนุนพรรคการเมือง  เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้ว หากกิจการต้องเดือดร้อน เช่น ค่าเงินแพง ขายของแข่งกับต่างประเทศไม่ได้  ก็จะบีบให้รัฐบาลลดค่าเงิน  รัฐบาลที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เช่น มีกิจการอยู่ก่อนหน้า่ ก็จะไม่ยอมตาม  แต่เมื่อไรที่กิจการของตนเองที่มอบให้คนอื่นไปบริหาร  รัฐบาลโกงก็อาจจะทำได้ หากไม่มีคนคอยค้าน ซึ่งจะนำความหายนะมาสู่ประเทศและรัฐบาลก็ได้   ที่ว่า "รัฐบาลไม่มีทางเข้าใจได้หมดว่าเอกชนต้องการอะไร"  นั้นอาจใช้ไม่ได้เสียแล้วในปัจจุบัน เพราะรัฐบาลกับนายทุนนั้นอาจเป็นพวกเดียวกันเสียแล้ว 555)

(เรื่องทุนนิยมมีอีกหลายเว็บไซต์  เช่น

http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=78ed8da78953ee45

http://www.thaidhammajak.com/webboard/detail.php?question_id=11971)