ครูอ้อย  มีชื่อจริงนามสกุลจริงว่า  นางสิริพร  กุ่ยกระโทก

เมื่อ 11 ปีที่ผ่านมา  ครูอ้อยได้ย้ายติดตามสามีมารับตำแหน่งใหม่ที่กรุงเทพฯ  ตัวครูอ้อยเองคิดว่าจะอยู่ช่วยราชการที่กรุงเทพฯ เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น  เนื่องจากครูอ้อยได้ซื้อบ้านไว้แล้วที่โคราชและจะปักหลักแหล่งที่โคราชเลยก็ว่าได้

แต่ด้วยเหตุผลใหญ่ที่สุดคือ  ลูกทุกคนได้เรียนในโรงเรียนดีๆ  ตัวครูอ้อยเองก็ได้อยู่สอนโรงเรียนที่ดี  ผู้บริหารดี  ครูดี  นักเรียนดี  ผู้ปกครองดี  ทุกอย่างดี  ก็ว่าได้

ปี พ.ศ.2540  ครูอ้อยได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองคนหนึ่งชื่อ  คุณทวีศักดิ์  อาจารยางกูร  ให้ครูอ้อยไปสมัครเรียนต่อปริญญาโทที่รามคำแหง  ใกล้โรงเรียน  และยังหาหนังสือมาให้ครูอ้อยอ่านก่อนสอบ  ติวเข้าสัมภาษณ์ให้ด้วย  นี่ล่ะความโชคดีของครูอ้อย

เมื่อมาอยู่โรงเรียนใหม่  ก็ต้องมีทุกอย่างใหม่

เพื่อนก็ไม่คุ้นกับครูอ้อย  รวมไปถึง  ไม่คุ้นกับนามสกุล  " กุ่ยกระโทก

หัวเราะด้วยซ้ำ  และยังพูดว่า  " เป็นชั้นไม่เอามาทำเป็นนามสกุลหรอก "

นามสกุลนี้  ครูอ้อยได้รับอนุญาตจากพ่อบ้านให้ใช้  และใช้ด้วยความรัก  เกียรติและความภาคภูมิใจที่ครูอ้อยได้รับนั้น  ได้จากการปฏิบัติ  ไม่ได้จากนามสกุลค่ะ 

ครูอ้อยไม่อาย  ไม่เสียใจเลย  กลับเก็บความรู้สึกนี้ไว้  และตัดสินใจเรียนต่อทันที

ในปีนั้น 2542 เป็นต้นมา  ครูอ้อยเริ่มทำผลงานทางวิชาการ  เริ่มจากการทำวิจัยในชั้นเรียน  เขียนบทความทางวิชาการ  เขียนเรียงความประกวด  จัดทำสื่อประกวด  และเข้าอบรมทั้งที่ทางโรงเรียนส่งไป  และเข้าร่วมการประชุมที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง

ผลตอบแทนคือ 

1.  จบปริญญาโท  สาขาหลักสูตรและการสอนด้วยวิทยานิพนธ์ดีเด่นประจำปีการศึกษา 2543 

2.  ครูดีเด่นการสอนภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2539-2541

3.  รับรางวัลเข็มเชิดชูเกียรติ  " คุรุสดุดี "  ประจำปี 2545

4.  ข้าราชการครูตัวอย่าง ปี 2544

5.  ครูนักวิจัยยุคปฏิรูปการศึกษา ปี 2546

6.  ได้รับคัดเลือกศึกษาดูงาน SEAMEO RELC SINGAPORE 

7.  ขอกำหนดตำแหน่ง  อาจารย์ 3 (เชิงประจักษ์) ภาษาอังกฤษ

รางวัล เกียรติบัตร  วุฒิบัตร  วิทยากรรับเชิญ  ฯลฯ 

เรียนปริญญาเอก  สาขาเทคโนโลยีการศึกษา  ด้วยเงินประจำตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ

จะทำผลงานเพื่อ  ครูเชี่ยวชาญ ในปีการศึกษา 2550 ด้วย

ที่นำมาเขียน  มีจุดมุ่งหวังให้ทราบว่า  นามสกุลนั้น  ไม่ได้ทำให้การเจริญเติบโตของคนเจ้าของนามสกุลตกต่ำลงได้

นามสกุลนั้นเป็นเพียงสิ่งสมมติที่ประกอบเพื่อให้รู้กันในสังคมแยกให้รู้ว่าเป็นลูกเต้าของใคร

หวังว่า  ความคิดที่ได้นำมาเขียนบันทึกนี้  จะเป็นผลบวกต่อไป

มาดูซิว่า  คน(ครู) ที่ว่าครูอ้อยไว้  เมื่อ 11 ปีก่อนเป็นอย่างไร

เอ...(คิด) .อย่าไปว่าท่านเลย  ท่านเกือบไปสบายแล้ว  ให้ท่านเดินลงมาจากเวทีของการเป็นครูอย่างสง่างามเถิด 

เก็บความแค้นไว้เถิดครูอ้อย 

เย็นไว้เถิดโยม  แพ้เป็นพระ  ชนะเป็นมาร  มารไม่มี  บารมีไม่เกิด 

อะไรอีกล่ะช่วยกันคิดหน่อย