สวัสดีครับทุกท่าน   ที่เข้ามาเยี่ยมชม blog ของผม ผมขออนุญาติใช้ blog นี้เป็นเวทีและเครื่องมือจัดการความรู้ [KM]เล่าประสบการณ์ แสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผม ในเรื่องแนวความคิด และการรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆใน แนวการแพทย์ตะวันออก [การแพทย์แผนจีน รวมการฝังเข็ม การกดจุด การนวด tuina และการใช้สมุนไพรจีนด้วย] เพื่อให้เป็น forum ทีผู้สนใจศาสตร์ทางด้านนี้สำหรับผู้ป่วยหรือญาติผป.จะได้เข้ามาอ่านแสดงความคิดเห็นและ แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับผมในด้านต่างๆ  อาทิ  แนวความคิด หลักการที่ใช้ใน การวินิจฉัยโรค การรักษา  ผลการรักษา  

             สำหรับ case ที่จะนำมาเล่าใน blog นี้เป็นประสบการณ์โดยตรงของผมเอง  ส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้อง  เพื่อนของญาติ  เพื่อนของผม รวมถึงผู้ใต้บังคับบัญชา ในที่ทำงาน เนื่องจากเป็นการทำ blog ครั้งแรกในแนวนี้ผมไม่สามารถคาดเดาได้ว่าผู้ที่จะเข้ามาอ่าน blog นี้จะชอบอ่านแนวไหน จึงบอกกับตัวเองว่าจะลองเขียนในแนวการเล่าเรื่องให้ฟัง โดยจะเล่าถึง case ผป.ต่างๆที่น่าสนใจทั้งที่ success และที่ไม่ค่อยจะsuccess และที่ไม่พอใจร่วมด้วย ผมจะคอยสอดแทรกความรู้ทางด้านแพทย์แผนจีนเป็นระยะๆในระหว่างการเล่าเรื่องแต่ละ case จะได้ทำให้ผู้อ่านติดตามเรื่องที่ผู้เขียนได้อย่างสบายๆ ไม่เครียดจนเกินไป

C aseแรกผมขออนุญาตใช้อาการป่วยของแม่ผมมาเป็น case study ครับ  แม่ผมอายุ76 ปี อายุมากแล้วแต่ไม่ยอมเลิกทำงานบ้าน(อยู่เฉยไม่เป็น)   มีอาการไอเรื้อรังมานานหลายเดือน ระยะหลังๆมีไอเป็นเลือด ทั้งแบบเลือดปนเสมหะและ เลือดสดๆ ไม่มีไข้ มีน้ำมูกบ้างไม่มาก บางครั้งมีอาการเจ็บคอ แม่ผ่านการรักษาอาการป่วยจากหลายทั้งรพ.เอกชนและรพ.รัฐ  แพทย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรคถุงลมปอดโป่งพอง [Emphysema] ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของกลุ่มโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่เรียกกันว่า COPD  หรือ  Chronic Obstructive Pulmonary Disease  จากสาเหตุน่าจะมาจากควันบุหรี่ซึ่งคนใกล้ชิดสูบ [Secondhand   smoker] ฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว ผลการรักษาอาการดูเหมือนจะดีขึ้น แต่ก็ไม่หาย โดยเฉพาะ อาการไอที่ไอถี่ๆติดๆกันนานๆ  และมีเลือดออกมาตลอด ถ้าทานยาโดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ยาขับเสมหะและยาขยายหลอดลม อาการก็จะเบาลง ทุกเดือนที่แม่จะต้องไปพบแพทย์เพื่อรับยาจนแพทย์ที่รักษาบอกกับแม่ว่าไม่รู้จะให้ยาอะไรแล้ว

           จนครั้งล่าสุดก่อนที่ แม่จะมารักษาการแทย์แผนจีน มีอาการไอเป็นเลือดสดๆจนต้องเข้ารักษาเป็นผป.ในในรพ.เอกชนย่านรามคำแหงแพทย์ต้องให้เข้าห้อง ICU เพื่อ monitor และวางยาสลบในห้องผ่าตัดเพื่อฉีดสารอุดเส้นเลือดในปอด เพื่อหยุดการไหลของเลือด แม่มีอาการดีขึ้นกลับบ้านได้ แพทย์ได้อธิบายว่าอาการเลือดออกจะดีขึ้นแต่ก็ไม่รับรองว่าจะนานแค่ไหนถ้าเลือดออกมากก็ต้องกลับมาอุดเสันเลือดใหม่แบบนี้อีก หลังจากออกจากรพ.กลับบ้านได้ไม่นานก็เริ่มไอเป็นเลือดอีก ต้องกลับไปหาแพทย์และก็ได้รับยารักษาตามอาการเป็นคราวๆไป แม่เริ่มมีอาการทางด้านจิตใจ เพราะต้องทรมานอยู่กับการไอทั้งวัน การรักษาแผนปัจจุบันจึงยุติลง

เริ่มต้นการรักษาแนวแพทย์แผนจีนความจริงก็ได้รักษาแม่โดยการฝังเข็มให้มาตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะแม่เองก็มีปัญหาเรื่องอื่นๆนอกเหนือจากเรื่องอาการไอเป็นเลือดแล้ว ยังมีอาการปวดเอว ปวดขา ปวดไหล่ ปวดท้อง แน่นท้อง [ผป.กินยาแก้ปวดไม่ได้เพราะยาจะไประคายเคืองกระเพาะอาหาร จะยิ่งทำให้อาการปวดท้อง แน่นท้องเป็นมากขึ้น] จึงได้ฝังเข็มรักษาเรื่องอาการปวดดังกล่าว การรักษาได้ทำไปหลายครั้ง แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลนัก ก็เลยหยุดการฝังเข็ม [เหตุหนึ่งที่การฝังเข็มไม่ค่อยจะได้ผลกับผป.รายนี้ก็เพราะว่าผป.มีรูปร่างผอมบาง  กล้ามเนื้อไม่ค่อยจะมี การลงเข็มจึงทำให้ผป.เจ็บ ทำให้ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ ในที่สุด ก็เลยต้องระงับไว้ก่อน] จึงไม่สามารถใช้วิธีฝังเข็มรักษาอาการป่วยรายนี้ได้ ทั้งๆที่ผมคิดว่าอาการไอเรื้อรังและไอเป็นเลือด การฝังเข็มที่จุดหลักๆและจุดรองหลายจุดสามารถช่วยทำให้อาการทุเลาลงได้

              ผมจึงหันมาใช้สมุนไพรจีนรักษาแทนโดยได้ใช้ทั้งยาสำเร็จรูป [ทั้งยาเม็ดและยาcapsule]ที่มีขายในร้านยาจีนร่วมกับการปรุงสูตรยาขึ้นเองแล้วนำไปต้ม           ก่อนที่จะสั่งยาให้ได้ แพทย์จำเป็นต้องวินิจฉัยอาการป่วยให้ได้เสียก่อนว่าแม่มีพยาธิสภาพที่อวัยวะส่วนใดบ้าง มีปัญหาเรื่องความสมดุลย์ของร่างกาย มีความผิดปกติที่จุดใด  [รายละเอียดในเรื่องนี้จะได้กล่าวถึงในตอนต่อๆไป ] และเมื่อวินิจฉัยได้แล้วจึงจะวางแผนการรักษาได้ <p align="justify"></p><p align="justify">จากการตรวจร่างกายพบว่าผป.เป็นคนรูปร่างเล็ก ผอมบาง พูดเก่ง คล่องแคล่ว เป็นคนชอบทำงานบ้าน ดูลักษณะลิ้นจะเห็นว่าแม่มีลิ้นแดง ฝ้าน้อย มีรอยแตกเล็กๆบริเวณปอด และข้างๆลิ้น           จากการตรวจร่างกายทั้งหมดจึงสามารถสรุปได้ว่าผป.มีอาการป่วยจากร่างกายที่มีความร้อนจากภายในร่างกาย ซึ่งเป็นสภาพพร่องที่มีการสะสมความร้อนเกิดขึ้นภายใน ทำให้เกิดความแห้ง เกิดการระคายเคืองของหลอดลม ทำให้เกิดอาการไอมีเสมหะเกิดขึ้น ความร้อนภายในดังกล่าวเกิดจากสภาพของหยิน [Ying] ของปอดพร่องลง ซึ่งในขณะเดียวกันกลับทำให้สภาพหยาง [Yang] ของปอดเกิดแกร่งทำให้เกิดความร้อนภายในร่างกาย ทำให้ผป.มีอาการไอมาก มีเสมหะมาก มีเลือดออกกับเสมหะมาก [นอกจากจากสาเหตุนี้แล้ว ในทางทฤษฏีแพทย์แผนจีนลักษณะอาการป่วยแบบนี้ยังอาจมีสาเหตุจากอวัยวะอื่นๆได้อีก เช่น ไต ม้าม/กระเพาะอาหาร แล้วผมจะได้นำเสนอใน case ต่อๆไป] </p><p align="justify"></p> <p align="justify">แผนการรักษารายนี้เนื่องจากแม่ผอมมาก ทำให้มีปัญหากับการฝังเข็ม จะรู้สึกเจ็บมากกว่าคนทั่วๆไป จึงเป็นการไม่เหมาะที่จะใช้วิธีนี้ ผมจึงจำเป็นต้องใช้วิธีอื่น เช่นการใช้สมุนไพร โิดยในเดือนแรกๆของการรักษา ได้ใช้ยาสมุนไพรจีนสำเร็จรูป ที่มีขายในร้านยาจีน [แถวๆเยาวราช จะมีร้านยาจีนที่นำเข้ายาจีนสำเร็จรูปอยู่หลายร้าน] จึงได้ใช้ยาในกลุ่มที่ไปลดความร้อนและเพิ่มหยินของปอด [Bai He Gu Jin Tang]ร่วมกับยาในกลุ่มที่ไปช่วยระงับอาการไอและห้ามเลือด [Qing Qi Hua Tan Wan]ร่วมกับยาอมที่ทำมาจากเปลือกแตงโม [Xi Gua Pi]</p>                ผลการรักษาปรากฏว่าในระหว่างเดือนแรกของการกินยาชุดนี้[ผป.ได้หยุดรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันทั้งหมด ] ความถี่ของการไอลดลงไปอย่างมาก และเลือดที่เคยออกมาเป็นประจำก็แทบจะไม่ออกมาอีกเลย ได้ใช้ยาสำเร็จรูปอยู่ประมาณ2-3เดือน ก็ได้ลองเปลี่ยนมาเป็นยาต้มแทน โดยได้ปรับสูตรยา Bai He Gu Jin Tang เสียใหม่โดยได้ตัดยาบางตัวออกไป แล้วเพิ่มสมุนไพรตัวใหม่เข้ามาเสริม [โดยปกติแล้วในยาสูตรหนึ่งๆ จะมีสมุนไพรอยู่ประมาณ 5-10 ตัว แล้วแต่สูตรยาแต่ละตัว] โดยทางร้านยาจีนบางร้าน[ร้านใหญ่ๆบางร้าน]แถวๆเยาวราชจะให้บริการรับต้มยาให้ด้วย โดยจะต้มสมุนไพรในหม้อต้มไฟฟ้าหรือแก๊สขนาดใหญ่ แล้วจึงรินน้ำยาออกมาบรรจุในถุงพลาสติกชนิดพิเศษ แล้วจึงซีลแแบบสูญญากาศเป็นถุงๆให้ผป.รับกลับไปกินที่บ้านได้ ด้วยความสะดวกสบาย สนใจรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพศึกษาได้ที่ http://www.thaiyinyang.com  <p style="text-align: center"></p> <p align="justify">             </p>