ความคิดคำนึงเรื่องน้ำท่วม... กระแสน้ำในธรรมชาติย่อมไหลจากบนลงสู่เบื้องล่าง...แต่กระแสธารแห่งน้ำใจย่อมไหลไปทุกทิศทุกทางครับ...

            ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา  ผมติดตามดูข่าวเรื่องน้ำท่วมแล้วใจหาย...นึกถึงคนผู้เดือดร้อนเพราะภัยจากธรรมชาติ...คืออุทกภัย...แต่เมื่อมองอย่างเป็นวงจรแห่งการหมุนเวียนแล้ว...ก็มาสะดุดใจคิดอยู่ที่คน...ทำลายธรรมชาติ...ตัดต้นไม้ทำลายป่า...

                เมื่อความเป็นธรรมชาติถูกทำลายไป...การทำลายทุกอย่างก็ตามมา...โดยเฉพาะคนเป็นผู้ทำลายธรรมชาติก่อน...และท้ายสุด...ก็คนอีกนั้นแหละที่หันมาทำลายคนด้วยกันเอง...

                   เมื่อคนไม่มีการพัฒนาจิตใจของตนให้เป็นมนุษย์...การดำเนินชีวิตก็ไม่แตกต่างจากสัตว์ทั่วไปบนแผ่นดินโลก...คือ  เวลาง่วงก็นอน...เวลาหิวก็หากิน...เวลาโกรธก็กัดกัน...เวลาเห็นเพศตรงข้ามก็ใช้กำลังข่มขืนจิตใจ...ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี...เพราะดวงสติปัญญามืดบอด...อยู่ห่างกระแสธรรมออกไปเรื่อย ๆ

                   ที่ผมลากยาวทางความคิดนี้อาจจะผิดก็ได้นะครับ...แต่ผมเริ่มเห็นทางเสื่อมจากจิตใจคนเพราะออกห่างจากธรรมะมากขึ้นทุกที...คนเลยไม่เห็นธรรมะจึงมีความทุกข์มากขึ้น...ทำร้ายจิตใจกันมากขึ้น...ก่อเกิดความทุกข์กระจายกระทบคนหมู่มากขยายวงกว้างออกไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุดครับ...

                     เรื่องน้ำท่วมที่ผมเห็นในข่าวนั้น  คือที่ จ. อ่างทอง...เมื่อก่อนที่ผมเคยไปเยื่ยมเพื่อน...และไปวัดต้นสน...ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา...จำได้ว่า...ผมกับเพื่อนลงเล่นน้ำแล้วชวนกันจะว่ายข้ามไปฝั่งโน้น...

                       เราว่ายไปถึงตรงกลางของแม่น้ำเจ้าพระยา...เวลามีเรือใหญ่มา...ผมจะยกมือขึ้นสูงเป็นสัญญาลักษณ์ว่ามีคนบ้าบิ่นหาญกล้าท้าประลองความตายอยู่ตรงนี้...พวกเรือทั้งหลายมีน้ำใจ...หลบให้เรา...และแล้วเพื่อนถอดใจ...ว่ายกลับ...

                      ผมก็เลยต้องกลับตาม...พอมาถึงฝั่งเท่านั้น...เกิดอาการ...หน้ามืดคาลาย...ใจหวิว ๆเต้นไม่เป็นจังหวะ...เกือบหมดลม...นอนแผ่อยู่กลางดินริมแม่น้ำเจ้าพระยานั้นเอง...เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงวัยคะนองของผมครับ

                   บัดนี้ที่ตรงนั้นน้ำกำลังท่วมผู้คนเดือดร้อน...จึงขอสะท้อนความคิดถึงความห่วงใยมาสู่ทุกท่าน...ที่น้ำกำลังท่วมอยู่

ขอเป็นกำลังใจให้อีกหนึ่งคนครับ...