มีการรายงานจาก Institute of Medicine ว่า คนไข้ประมาณ 98,000 คนในสหรัฐอเมริกาเสียชีวิตในโรงพยาบาล เนื่องจากการรักษาผิดพลาด และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เองหนังสือพิมพ์รายของสหรัฐ ตีพิมพ์ข่าวว่าเพราะการทำงานที่ผิดพลาดของพยาบาลเพียงอย่างเดียวนั้นทำให้คนไข้ในโรงพยาบาลต้องได้รับบาดเจ็บและ เสียชีวิตกันเป็นจำนวนนับพัน      การสำรวจตัวเลขดังกล่าวข้างต้น จัดทำโดยหนังสือพิมพ์ Chicago Tribune ซึ่งพบว่า การได้รับการฝึกอบรมที่ไม่ดีพอและการที่ต้องรับผิดชอบงานหนักเกินไป ทำให้พยาบาลทำงานผิดพลาด ซึ่งนับตั้งแต่ปี 1995 มีผู้เสียชีวิตเพราะความผิดพลาดดังกล่าวเป็นจำนวน 1,700 คนแล้วส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนถึง 9,548 ราย หนังสือพิมพ์ยังระบุอีกว่าสาเหตุที่นำไปสู่การทำงานหนัก ของพยาบาลหรือการฝึกอบรมไม่เพียงพอนั้น เป็นเพราะทางโรงพยาบาล มักจะมีการลดจำนวนเจ้าหน้าที่ในรายงานยังระบุอีกว่ากรณีการดูแลรักษาผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับคนไข้บ่อย ๆ ได้แก่ การให้ยามากเกินขนาดและความชักช้าในการให้การดูแลรักษากรณีที่มีความสำคัญ ซึ่งบ่อยครั้งที่พยาบาลเข้าให้การดูแลช้ากว่าที่ควรไปนานถึงชั่วโมงรวมไปถึงการขาดความชำนาญในการดูแล คนไข้บางกรณีอย่างไรก็ตาม ผลการรายงานของหนังสือพิมพ์ ครั้งนี้ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เชี่ยวชาญ บางคน  Dr.John Eisenberg แห่ง Agency for Healthcare Research and Quality กล่าวว่า สัดส่วนของพยาบาลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลนั้น มีความแตกต่างกันมากทางด้าน The American Nurses Association เองก็ระบุว่า ทางสมาคมเองก็ได้พยายามเตือน ผู้บริโภคในเรื่องขีดความสามารถในการให้การดูแลรักษา ที่ไม่เพียงพอของพยาบาลขณะเดียวกันก็พยายามกระตุ้นให้ทางโรงพยาบาลหันมาใส่ใจกับปัญหาการขาดแคลนพยาบาลนี้ด้วยPatricia Underwood แห่ง American Nurses Association กล่าวว่า เมื่อการหาพยาบาล ใหม่ ๆ นั้นเป็นไปได้ยากทางโรงพยาบาลก็จะให้อยู่ OverTime แทนที่จะลองหาวิธีสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดึงดูดใจ เพื่อให้พยาบาลใหม่ ๆ มาสมัครอีกปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการดูแลคนไข้ของพยาบาลนั้นก็คืออายุโดยในปัจจุบัน มีพยาบาลมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดทั่วสหรัฐ ที่อายุมากกว่า 45 ปี อีกทั้งพยาบาลรุ่นเก่า ๆ จำนวนมาก ก็เกษียรอายุ และในยุคปัจจุบันคนในวัยสาวก็เลือกอาชีพพยาบาลกันน้อยลง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">Cover Story from CNN Health
http://www.cnn.com/2000/HEALTH/09/15/your.health/index.html</p>

บทความดังกล่าวพี่ว่าน่าสนใจมากพวกเราคิดกันอย่างไรบ้าง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p>
</span>