ผ้าขี้ริ้ว มักขี้เหร่จนใครก็ไม่อยากแตะต้อง แต่ผ้าขี้ริ้วเป็นสิ่งใกล้ตัว ใครก็ขาดไม่ได้ มันคอยเช็ดถูสิ่งสกปรกให้พ้นไปจากชีวิตของคนเรา

ผ้าขี้ริ้วมีปรัชญาที่น่าศึกษา คือเป็นผืนผ้าที่ขี้เหร่ แต่มีเสน่ห์ 

เพราะ.........

              

            ๑.  ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด

เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบาก เพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข เช่น พ่อแม่ยอม

เหนื่อย เพื่อให้ลูกหลานสุขสบาย ยอมโน้มตัวจากสูงลงสู่ต่ำได้ ยอมถูก

ขัดเกลาเพื่อให้สวยงามเหมือนพุทธปฏิมาที่งามได้ เพราะทนได้ต่อการ

ขัดถูแต่งปั้นของช่างศิลป์ ฉะนั้น


. ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้

ตลอดเวลา

เสน่ห์ของคนที่รู้ตัวเองว่าสกปรก เมื่อถึงเวลาก็ชำระล้างให้สะอาด เหมือนชำระ

ล้างร่างกายประจำวัน มิใช่อมความสกปรกไว้แล้วแกล้งหลอกตัวเองว่าสะอาด

หมดจด คือรู้จักยอมรับว่าตนก็ทำผิดได้ มิใช่ถูกเสมอไป ขอบคุณเมื่อมีคนตัก

เตือน


๓. ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนอื่นมองว่าสกปรกที่สุด

เหมือนยคนที่หมั่นฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่

โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น หากทำเช่นนี้ เขาก็จะ

เป็นคนมีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด หรือมีการศึกษามากน้อยเพียง

ใดก็ตาม หัดทำตัวให้เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดรู้ เป็นเหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทองคำ

ไว้ภายใน ไม่ใช่เป็นทองคำห่อผ้าขี้ริ้ว


๔. ผ้าขี้ริ้วแม้นใครจะมองว่าเป็นผ้าที่ไร้ราคา แต่ก็มีคุณค่าสูงส่งภายใน

ตัวเสมอ

เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่าด้วยการทำงาน มิใช่ด้วยการประจบ ทำ

ตนให้เป็นประโยชนื์ให้มีคุณค่า ให้งามด้วยงาน ไม่งอมืองอเท้า หรือเอาแต่

น้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนาชะตาชีวิต แม้ใครจะดูถูกปรามาสอย่างไรก็ตาม 

เกิดเป็นคนต้องมีกำลังใจ มุมานะทำงานหนัก เพราะงานคือเสน่ห์ของ

ชีวิต มิใช่โคตรตระกูล ทรัพย์สมบัติ หรือคำยกยอปอปั้นจากคนเพียงบางคน


๕. ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร ตรงไหน เมื่อไร

เหมือนคนที่ยอมอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น แต่อดทน

มุมานะบากบั่น ทำให้สำเร็จ ให้มีความสุขกับงาน ให้รู้จักอาสาคน อาสางาน 

หัดเสนอตัวเข้าทำงาน คิดงาน มิใช่ยืนรอคำขอร้องอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นงาน

ใดๆก็ตาม เมื่อเห็นว่าควรทำก็ตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน หรือไม่รอให้ใคร

ออกคำสั่งให้ทำจึงทำ เสน่ห์ของคนอยู่ที่ความสามารถสั่งตนให้ทำงานที่

เห็นว่าควรทำได้ไม่เพิกเฉยนิ่งดูดาย


๖. ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด

เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ เห็นว่าไร้ค่าเป็นงานชั้น

ต่ำ แต่ก็ตั้งใจทำงานนั้น ให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการ

บริการเหมือนคนที่เอิบอิ่มเมื่อชีวิตได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม 

ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ความสามารถของตน และยินดีที่จะ

เสนอตัวเข้าไปบริการ แปลว่าทำตัวให้เหมือนผ้าขี้ริ้วที่ยอมเป็นผู้บริการ 

ยอมขจัดความสกปรกทุกหนทุกแห่งที่เกิดขึ้น  ยอมอยู่เบื้องหลังของ

ความสะอาด ยอมให้ผู้อื่นมีเกียรติยิ่งใหญ่ ยอมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

ของงานนั่นเอง เมื่อยอมได้จึงจะได้สิ่งที่ปรารถนา หากเป็นผู้ใหญ่ ก็เป็น

ผู้โน้มตัวลงมาติดดิน รับรู้สัมผัสดิน ไม่ตัดสินปัญหาตามเขาว่า เขา

รายงาน แต่ตัดสินบนข้อมูลของตนเอง

 

             จากข้อคิดข้อเขียน ของ พระศรีญาณโสภณ


 

 

 

 

 

 

 

 


ขอบคุณเพลงประกอบจาก  You Tube