ปรับวันเปิดปิดเรียนมหาลัย...ให้ตรงตามชาวนาฝรั่ง
วันนี้เรามีสมาคมรวมฝูงควายกินฟ่อนฟาง (AEC) แล้ว มีสัญลักษณ์เป็นฟ่อนฟางสิบฟ่อนผูกมัดติดกันด้วยเชือกแห่งความโง่ คอคอดตรงกลาง นำขบวนโดยมหาลัยทั้งหลายที่เป็นสมองขององค์กรนี้
นอกจากการสร้างวาระให้เห่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษกันอย่างบ้าคลั่งเกินจำเป็นไปร้อยเท่าแล้ว พวกเขายังได้มีมติให้ปรับวันเปิดปิดการเรียน จากเดิม มาเปิดให้ตรงกับระบบฝรั่งตะวันตก เฉยเลย อ้างว่าต้องตรงกัน เพื่อจะได้เชื่อมกับระบบฝรั่งได้เต็มที่ ตรงเวลา สอดรับกัน
แล้วเคยคิดกันบ้างไหมว่า ทำไมฝรั่ง เช่น usa มันเปิดเรียนกันที่ปลาย สค. ถึงต้น กย. เรียกกันว่า Fall semester
รับรองไม่รู้ ...เอ้าสงสาร ตอบแทนให้ก็ได้ว่า เพราะมันเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวพอดี พอลูกหลานช่วยพ่อแม่ทำงานเก็บเกี่ยวเสร็จ ก็ไปเข้าเรียนมหาลัยได้พอดี มันมีเท่านี้เอง
ก็เรียนกันไปจนหมดเทอร์ม หยุดพักช่วง มค. หนาวจัด ไปดูแลพ่อแม่แก่เฒ่า เริ่มเปิดเรียนใหม่อีกทีเทอร์มสอง ทีเดือน กพ. เรียกว่า ภาคฤดูหนาว (Winter semester) เรียนมาได้สองเดือนกว่า กลางเดือนเมษา ก็หยุดใบไม้ผลิ (Spring break) สองอาทิตย์
ถามว่า หยุดทำไม....เด็กหญิงชายเมกาสมัยนี้ รับรองตอบตรงกันว่า หยุดให้พักผ่อน หลังจากเครียดการศึกษามานาน ให้ไปตากแดด นุ่งบิกินี่ มีเซกส์กัน ที่หาดทะเลภาคใต้แถวฟลอริด้า หรือ คาลิฟฟอร์เนีย
(เด็กนศ. ฝรั่งยังไม่รู้...แล้วนักวิชาการอาเซียนจะรู้หรือว่าทำไมต้องมี spring break)
แต่ผมบอกว่า ...ที่เขาหยุดสองอาทิตย์นี้เป็นประเพณีการเกษตรแต่โบราณ ให้ลูกหลานกลับไปไร่นา เพราะได้เวลาไถพรวน หว่านกล้า ทำนาฝรั่งพอดี (ข้าวสาลี เพื่อเอามาทำหนมปังกินกันตาย)
เมื่อก่อนระบบการศึกษาไทยเรา “เป็นสากล” ก็หยุดตรงกับเวลาหว่าน และ เวลาเก็บเกี่ยวพอดี เหมือนระบบฝรั่งเลย เพื่อให้ลูกหลานไปช่วยพ่อแม่ “ทำนาหากิน”
แต่วันนี้อะไรๆ มันก็ปรับให้ตรงฝรั่งไปหมด (ซึ่งไม่เป็นสากลเลย) ไม่ว่าระดับมาโคร หรือไมโคร เช่น เมื่อก่อนในระดับไมโคร เราก็หยุดเรียนกันวันพระวันโกน เดี๋ยวนี้ปรับมาเป็นหยุดวันพระเจ้าพักผ่อนตามหลักศาสนาของฝรั่ง
ขอเสนอว่าเพื่อให้สอดรับกับระบบฝรั่งให้ดีถึงที่สุด ให้เลิกทำนาข้าวเจ้า หันมาปลูกข้าวสาลี (wheat) แบบฝรั่งด้วย ก็น่าจะดี
สำหรับคำขวัญประเทศไทยที่ขอเสนอเข้าประกวดคือ......
กินขนมปัง
เปิดปิดรร.ตามฝรั่ง
ส้วมนั่งชักโครกสบายตรูด
ลื่นรูดบัตรเครดิท
ยอมติดหนี้กันสลอน
ลาก่อนชีวิตตายแลนด์ที่แสนล้าหลัง
..อิอิ
...คนถางทาง (๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖)
อาจารย์เคยพูดว่า การไม่รู้ ก็เป็นความสุข แต่ทำไงใด้ครับ มันเกิดอยากรู้ขึ้นมา แล้วรู้มากๆ รู้จริงซะด้วยอาจารย์ เลยนอนปวดกะโหลกแบบนี้ เราปิดของเราแบบเดิม ดีแล้วและถูกกับฤดูด้วย ปิดกลางเดือน ตุลาคม เพื่อให้เด็กๆ ลูกเกษตรกร ใด้เวลาเก็บเกี่ยว ปิดหน้าร้อน เดือน มีนา-เมษา-พฤษภา มันร้อนมาก ก็เป็นหน้าปีใหม่ไทย มีงาน เทศกาลต่างๆมาก เกี่ยวกับศาสนา พอพ้นพฤษ ก็เข้าฝน เด็กไปเรียนใด้ ทุกอย่างทางบ้านก็เรยบร้อย นี่จะเลื่อนตามฝรั่งให้ยุ่งอีก โฮยย ปวดหมอง การไม่รู้ เป็นความสุข จำใด้ แต่ทำตามอยากนะครับอาจารย์
ตายแลนด์ ;)...