สองวันก่อนพ่อของลูกหน้าตายิ้มย่องผ่องใสบอกว่าบ้านเราโชคดีนะ มีผึ้งมาทำรังใหญ่มาก ที่ต้นมะม่วงหน้าบ้านพร้อมกับยืนรอให้ไปดูตรงถนนหน้าบ้านแล้วบอกให้หาดูว่าอยู่ที่ไหน แล้วปล่อยให้เรามองหาเอง

                                   

        เราแหงนมองกิ่งมะม่วงสายตาเริ่มสำรวจกิ่งที่อยู่ต่ำสุดตั้งแต่ลำต้นไปจนถึงพุ่มใบปลายกิ่ง  ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะมีรังอะไรเลย  มองไล่ระดับสูงไปเรื่อยๆ   ก็ยังไม่เห็นแม้แต่รังมดแดง  เดินถอยหลังออกไปอีกสองสามก้าว  พลางก็นึกว่า  อยู่ไหนหนอ...รังใหญ่ๆตั้งแค่นี้ที่คนบอกทำมือประกอบแสดงว่าต้องใหญ่ไม่น้อย  แต่มันอยู่ไหนกันนะ

                                     

                               เปลี่ยนมุมไปยืนตรงประตูบ้าน มองเฉียงๆหาอีกรอบ  แล้วเลื่อนสายตาขึ้นไปทีละกิ่งๆ    แล้วต้องร้อง อู้ฮู้! อยู่ตรงนี้เอง  รังใหญ่ขนาดนี้มองเห็นแม่ผึ้งจับอยู่เต็มรัง 

                                   

            ทำเลที่ผึ้งเลือกทำรังเป็นเช่นนี้เอง   ปีก่อนต้นมะม่วงต้นนี้มีเถารางจืดเลื้อยคลุมเต็มต้น  หลังจากรื้อเถารางจืดออก  ทำให้มะม่วงแตกยอดใหม่ให้ร่มเงาได้ไม่ทึบเกินไป  มีต้นไผ่อยู่ใกล้ๆเป็นที่กำบังแดดลมได้ดี  ด้านล่างมีต้นหมากชูก้านใบขึ้นไปบังสายตาอีกด้วย

                                 

             ต้นบรเพ็ดที่เหลือไว้บนต้นมะม่วง งอกรากยาวลงมาแกว่งไกวตามสายลมเพื่อจะชอนไชหาอาหารจากพื้นดินที่อยู่ด้านล่า

                                    

            ตอนนี้สมาชิกในบ้ านของเรานอกจาก เจ้าตัวเล็ก เจ้าลีซอ และไก่ แล้วยังมีผึ้งงรังนี้อีกด้วย  

                                                 

บ่ายวันนี้มีพายุ หลังลมพายุสงบแล้ว สิ่งแรกเป็นห่วงคือรังผึ้ง  เมื่อเห็นว่ายังอยู่ก็โล่งใจ  เห็นส่วนล่างของรังผึ้งเป็นสีขาวๆ  ผึ้งที่ทำหน้าที่เฝ้ารังจะถูกพายุพัดไปบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้  มีผึ้งส่วนหนึ่งบินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา  

                                    

                          คืนนี้ผึ้งงานบินมาตอมไฟแล้วก็ตกลงมาตาย  ทิ้งปริศนาให้คิดว่า ทำไมผึ้งมาตอมไฟจึงตาย  ใครตอบได้บ้างคะ