มีคนชอบมาล้อเล่นว่า
ขอสมัครเป็นศิษย์ ด้วยคน
ผมก็มักจะตอบว่า
"กลัวไม่จริง จริงไม่กลัว อิอิอิ"
เพราะ ถ้าเป็นศิษย์ต้องตั้งใจเรียน คือต้องมีใจ เอาใจมา เอาใจใส่ ตั้งใจฟัง ตั้งใจคิด จึงจะได้
พอผมชี้ให้ดูอะไร ก็ควรต้องพยายามมองให้เห็น คือต้องเอา "ตา" มา บางคนให้ส่องเม็ดผดปูนดิบ อยู่ตั้ง 2 ชั่วโมง ยังไม่เห็นเลย นี่แสดงว่า ยังไม่เอา "ตา" มา อธิบายยังไง ก็ยังมองไม่เห็น ขนาดนั้นเลยครับ
และเมื่อผมอธิบายหลักการ วิธีการต่างๆ ก็ต้องจำ พยายามเข้าใจ คิดและถามแบบคนเข้าใจ ไม่ใช่ตั้งคำถามแบบคนไม่มีสมอง
เช่น ถามว่า พระสนิมแดงจะต้องมีผิวเป็นสนิมแดงทุกองค์ไหม ผมเลยต้องอุปมาว่า งั้นวัวทุกตัวที่เดินมาเป็นฝูงๆนั้น จะต้องมีหนังวัวหุ้มอยู่ทุกตัวหรือไม่ ประมาณนี้ อิอิอิอิ
ดังนั้น คนที่ไม่ชอบเรียน แต่อยากรู้เฉยๆ
ส่วนใหญ่ที่มาขาด "ใจ" อันดับ 1 "ตา" อันดับ 2 และ "สมอง" อันดับ 3
เช่นนี้เอง เลยสอนยากครับ
ขาดอย่างเดียวก็เหนื่อยแล้ว บางคนขาด 2 อย่างก็มี 3 อย่างก็มี
ยากจริงๆครับ
อิอิอิอิอิ
ศิษย์จริง vs ศิษย์ปลอม
7 คนชอบ
เรียนอาจารย์ครับ
ผมประมวลสิ่งที่ได้อ่าน และลองนำมาใช้ดูครับ
ผมกลับไปส่องพระสมเด็จที่สะสมไว้ครับ ที่เคยดูว่ามีเค้า ก้ำกึ่ง
การดูในครั้งนี้ ผมมุ่งไปที่ ส่องหาหลักฐานการเปลี่ยนไปตามระยะเวลา ตามอายุพระที่ถูกสร้าง
พระเกือบทั้งหมดที่ผมนำมาส่องใหม่ในครั้งนี้ ไม่มีธรรมชาติความเปลี่ยนแปลงไป ตามแบบพระอายุร้อยกว่าปี
ผมไม่เห็นการงอกของเนื้อ การยุบตัวของพื้นผิว ไม่มีเส้นตังอิ๊ว ไม่มีปื้นตังอิ๊ว
ส่องเจอแต่ธรรมชาติที่ผ่านมาไม่กี่ปี กะเจอสิ่งที่ทำมาปิดบัง อำพรางผิวพระ
ผมลองตะแคงส่องผิวพระดูครับ
ไม่พบพื้นผิวที่แสดงถึงความเก่า ไม่พบการซ้อนกันของผิว ไม่พบรอยเหี่ยว ย่น บ่อ เนิน หลุม ต่างๆ
แต่พระเหล่านี้ก็......ถ่ายรูปขึ้นนะครับ.........
เฉลยเลยครับ ที่โดนมาเกือบทั้งหมด เป็นพระที่ซื้อจากในเว็ป ดูรูปแล้วรีบตัดสินใจซื้อเลย กลัวโดนแย่ง
จากหลักการที่อาจารย์ให้ไว้ ทำให้ผมแยกแยะพระได้จริงๆ ครับ
เพราะเมื่อธรรมชาติตามอายุพระไม่มีให้เห็น ก็ไม่มีอะไรต้องอาลัยอาวรณ์อีก ฟันทิ้งไปเลย
ขอบพระคุณอาจารย์ครับ
ด้วยความเคารพอาจารย์แสวงครับ
อิอิอิอิอิ
คนเราก็เหมือนบัวสี่เหล่าแหละครับอาจารย์ แต่บัวใต้น้ำอย่างผมก็อยากพ้นน้ำเหมือนกันครับ ยังไงรบกวนอาจารย์ช่วยแนะนำด้วยนะครับ อิอิ
ก็แค่เอาตา ใจ และสมองมาก็ได้แล้ว เอาแต่ปาก มาก็ดีแต่พูด น่าเบื่อครับ