เมื่อฉันรู้จักกับศพ


เส้นทางธรรมคงเปิดรับเราอีกครั้งแล้ว เราจะไม่พลั้งเผลออีกต่อไป

                  เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากบันทึกเดิม ที่เคยเขียนทิ้งไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน  จากการที่ได้ทำความสะอาดร่างกายที่ไร้วิญญาณ  ของพระรูปหนึ่ง  -- ที่มีผิวพรรณที่เหลืองแปลกๆ  พร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม นั้น -- มันยังอยู่ ในความทรงจำของเรา ไม่จางหายไปไหน  เหตุการณ์ นี้เป็นครั้งแรกในชีวิต และในประสบการณ์ ของวิชาชีพที่เราทำอยู่    (เพียงเห็นแบบนี้แรงศรัทธา มันก่อตัวขึ้นอย่างประหลาดในใจเรา  ลึกๆ เราก็อยากรู้ต่อนะว่า ท่านเป็นพระที่ไหน ปฏิบัติมามาก น้อย อย่างไร ) 


                   เย็นวันนั้น มีเหตุการณ์ต่อมา  -- อยู่ๆ ก็มีโทรศัพท์  มาถามน้องพยาบาล  โดยคนโทรมาเป็นคุณครูของลูกสาวพยาบาลคนนั้น  โทรมาถามอาการของพระรูปนี้  เอาหล่ะซิ .. ชักแปลกใจ สงสัย ท่านอยากให้เรารู้หรือป่าวนะ  ว่าท่านอยู่ที่วัดไหน  เราก็เล่าอาการไปตามนั้น .. ในเวรก็ยุ่งๆ เลยไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม


                   เย็นวันต่อมาเรามารับเวรอีก ก็มาเจอน้องพยาบาลคนนั่นอีก  ทำให้เราอยากรู้ รายละเอียดของพระรูปนั้นอีกครั้ง  โดยให้น้องโทร ถามตำแหน่งของวัด และ การตั้งบำเพ็ญกุศล  -- รัชนี จะต้องไปงานศพ ให้ได้  เราตั้งใจอย่างนั้น จริงๆ --


                วันก่อน เราลงเวรเช้า จึงขับรถไปตามหาวัด นั้น -- หาไม่ยากเลย  ห่างจากตัวเมืองราว 15 กิโลเมตร และเลี้ยวจากทางแยกไปอีก ราว 1 กิโลเมตร   และเลี้ยวลงจากถนนใหญ่เข้าไปในถนนหมู่บ้านอีกราว 800 เมตร  เป็นวัดในหมู่บ้าน  กลางทุ่งนา  มีลักษณะเป็นวัดป่า ที่มีต้นไม้ร่มรื่น  เงียบ สงบ พอควร มีกุฏิเรียงราย อยู่ ห่างๆ กัน ราว 4~5  หลังได้  เราไม่ทันได้สังเกตอะไรมากนัก   เราเล่อกจอดบริเวณใกล้ๆ เมรุ ตรงเยื้องศาลาที่สวดศพ  พอจอดรถ ก็งงๆ ว่า เอ๊ะ  ทำไมได้ยินเสียงสวดมนต์ ตอน ห้าโมงเย็นนะ -- พอเดินเข้าไป ทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เรา  ทุกคนคงมีคำถามในใจ -- นังนี่ ใครอ่ะ  --  เราก็เข้าไปนั่งฟังพระสวดจนจบ  กรวดน้ำ    ก็ถึงบางอ้อ ว่า พระที่มานำสวดหน่ะมาจากต่างอำเภอ เลยขอสวด ก่อน ตอนค่ำท่านไม่สะดวก แต่ทางวัดก็ยังสวดพระอภิธรรมเหมือนเดิม  


             หลังจากนั้นเราเลยคุยกับ ชาวบ้านที่มางาน โดยถามข้อมูล ของพระรูปนี้ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่  ท่านทำอะไรบ้าง  -- คำตอบที่ได้คือ  ท่านมีความรู้ด้านสมุนไพร รักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย เยอะแยะ     ทำน้ำมนต์ให้อาบเพื่อรักษาคนไข้ด้วย  วันนี้ยังมีคนไข้มาหาเลย --เค้าไม่รู้ว่าท่านมรณะภาพแล้ว    ท่านมีวิชาและมีญาณหยั่งรู้หลายเรื่อง   รวมทั้งเรื่องที่ท่านจะมรณะภาพด้วย   ท่านบอกว่า ท่านขอผลัดมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ผลัดไม่ได้อีกแล้ว    วันผ่าตัด คือ วันมรณะ ของท่าน (ซึ่งตรงกับ ข้อมูลของศัลยแพทย์ที่พูดคุยกันในขณะผ่าตัดว่า  พระท่านไม่มาตามนัดหลายครั้ง แล้ว แต่ครั้งนี้ ท่านมาตามนัด ผมดีใจมาก)  ท่านได้จัดแจง เงินทองไว้ และบอกว่า ให้นำออกมาใช้เพื่องานศพ ของท่าน  แต่ไม่มีใครคิดว่า เป็นการสั่งเสียเลย  


                    พอเราฟัง อย่างนั้น  รู้สึกถึงความปิติอย่างบอกไม่ถูก  มันท่วมท้น น้ำตาเราเอ่อ คลอเบ้า เลย  -- เรารวบรวมคำพูด อยู่นาน กว่าจะบอกว่า เราเป็นใคร และมาทำอะไรที่นี่   --  เรามา เพื่อรู้จัก กับ ร่างที่ไร้วิญญาณ  แบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน   สักครู่ เราจึงได้สนทนาธรรมกับเจ้าอาวาส ท่านเล่าว่า  พระรูปนี้ เป็นพระครู ที่เป็นพระนักปฏิบัติ  มีวิชา และมีญาณ  ทำให้รู้วันมรณะได้  ไปดูที่ข้างกุฏิท่านซิ ท่านเขียนไว้เลยว่า วันผ่าตัด คือ วันมรณะ  ท่านคงรู้อยู่แล้ว และไม่แปลกหรอกที่เรา ได้เห็น ร่างที่ไร้วิญญาณ ของท่านเป็นแบบนั้น  -- เราก็เกิดอาการขนลุกทั่วร่างกาย เพราะเป็นสิ่งที่วิเศษ ในชีวิตของเรา    จากนั้นท่านเจ้าอาวาสได้ล้วงพระออกมาจากย่าม และบอกเราว่า นี่เป็นพระที่พระครูท่านนี้ได้จัดทำขึ้น เหลืออยู่ หนึ่งองค์พอดี  ให้โยมไว้นะ  --   - เราเชื่อว่าทุกอย่างมีอยู่จริง   หลังจากสนทนาสักครู่ เราร่วมทำบุญ ถวายปัจจัย และขอตัวกลับก่อนเพราะเย็นมากแล้ว   -- บรรดาชาวบ้าน พอ รู้เรื่องต่างจับกลุ่ม พูดคุย กันใหญ่ พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นว่า  พระครูคงอยากให้เรามางานศพท่าน 


             วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ เราจะไม่ลืม    สิ่งที่ดีๆ -- การบำเพ็ญบุญ บารมี  มันแสดงออก  หรือ บอกคนอื่นๆ ได้ โดยไม่ต้องพูด สามารถสื่อสารได้ แม้ว่า ท่านจะลาโลกนี้ไปแล้ว   ความดีนี่ซิ อยู่คงทน   --  เส้นทางธรรมเปิดต้อนรับ เราอีกครั้งแล้ว   เราจะไม่พลั้งเผลออีกต่อไป  


หมายเลขบันทึก: 534869เขียนเมื่อ 6 พฤษภาคม 2013 03:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 พฤษภาคม 2013 00:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ เป็นบุญที่ได้อ่านบันทึกนี้ค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณ kunrapee       นับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าปิติเป็นอย่างมากค่ะ ..  เป็นบุญตาที่ได้เห็น -- ทำให้รุ้สึกหายเหนื่อย และ เป็นสิ่งที่บอกว่า เราน่าจะมาถูกทางแล้วค่ะ  ตอนนี้ไม่บ่นเรื่อง  คนไข้เยอะ  ค่าตอบแทนไม่ทัดเทียมคนอื่น  -- เพราะรุ้แล้ว ว่า เป็นสิ่งสมมติทั้งสิ้น  ควรสนุกให้ balance  ทั้งทางโลก และทางธรรม ค่ะ   -- พยาบาลเป็นวิชาชีพที่พิเศษ ใกล้ชิดทั้งบุญ และบาป อย่างที่สุด ขึ้นอยู่ที่เราจะเลือกก้าวขา ไปทางไหน  -- ได้หมดเลยค่ะ 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี