ตลกเศร้าที่มองโกเลีย

ถ้าผมเขียนคลิปให้นายกฯปูพูดที่มองโกเลีย

น่าจะบันทึกเป็นประวัติศาสตร์โลกได้ว่าผู้นำประเทศประชาธิปไตยเต็มใบ ที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ จะเอาประเทศตัวเองไปประณามต่อหน้าเวทีโลกแบบท่านนายกฯปูเช่นนี้  เห็นมีแต่เขาชมประเทศตัวเอง  ถ้าจะมีบ่นบ้างก็อาจแสดงความน้อยใจนิดๆ แบบอ้อมๆ  ซึ่งเป็นธรรมเนียมผู้ดีของนักการเมืองระดับโลก  (คุณเคยได้ยิน ปธด. เมกา ทุกคน  ด่า usa บ้างไหม ทั้งที่ประเทศเขามีชื่อกระฉ่อนโลกว่าเอาเปรียบคนอื่น) 

แต่เอาเถอะ นายกเราเธอที่เป็นเพียงหุ่นเชิด ก็อย่าไปถือสาอะไรเธอมากนักเลย เพราะเธอถูกเชิดมาอีกต่อ  ป่านนี้คงนอนไม่หลับไปหลายวัน  อาจตลอดชีวิต   

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริงไหม แต่ถึงแม้ว่าเป็นความจริงเต็มร้อย ในฐานะผู้นำประเทศก็ไม่ควรเอาไปพุดอยู่ดี   แม้แต่นางอองซานฯ แห่งพม่า ที่โดนเผด็จการทหารจับติดคุก ๑๗ ปีก็ยังไม่ออกมาประณามประเทศตนเองแบบนางปูของเราเลย เพราะเธอมืออาชีพ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร  อาจเรียกว่าความเป็นผู้ดีทางการเมืองระหว่างประเทศ

ถ้าให้ผมเขียนสคริปท์ให้นายกนกแก้วอ่าน ผมอาจเขียนล้อเลียนประมาณนี้

ท่านผู้มีเกียรติ

การที่ดิฉันได้มายืนอ่านสคริปท์ต่อหน้าพวกท่านทั้งหลายในวันนี้  ดิฉันต้องขอขอบคุณระบบประชาธิปไตยไทยเป็นอย่างมาก  ที่ได้เทคะแนนเลือกดิฉันขึ้นมาเป็นนายกรมต.  จนดิฉันได้มีวันนี้  ทั้งที่ดิฉันไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน ไม่มีประสบการทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งไม่ได้มีผลงานอื่นใดที่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์มาก่อนเลย  เว้นแต่อย่างเดียวว่า ดิฉันมีเงิน และมีพี่ชายที่คอยสนับสนุนจากระยะไกล

แม้ดิฉันจะไม่รู้ว่าหาดใหญ่คืออำเภอ ไม่ใช่จังหวัด  ไม่รู้ว่าซิดนีย์เป็นเมือง ไม่ใช่ประเทศ  ไม่รู้ว่ามาเลเซียใช้ระบบนายก ไม่ใช่ ประธานาธิบดี ไม่รู้ว่าหญ้าแฝกต่างจากหญ้าแพรกอย่างไร  แต่ดิฉันรู้ดีเสมอว่าต้องใช้เงินในการธำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตยแบบไทยๆ 

คงไม่มีที่ไหนในโลกนี้ ที่จะสามารถสร้างอุบัติการณ์อันเหลือเชื่อเหมือนกับสิ่งที่เกิดต่อดิฉันได้ ยกเว้นที่ในเมืองไทยของดิฉันเท่านั้น  ซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตยทีน่ารักที่สุดในโลก  ว่าไหมคะ  (โปรยยิ้ม three times)

ท่านผู้มีเกียรติคะ ....การเมืองไทยของประเทศดิฉัน แม้จะเลือกดิฉันขึ้นมาเป็นนายกฯได้อย่างสง่างาม ไร้มลทินเพียงใด บริสุทธิ์ผุดผ่อง ปราศจาการซื้อขายเสียงโดยสิ้นเชิงเพียงใด  แต่ก็ยังมีปัญหาอีกมาก  ปัญหาประการหนึ่งคือ บรรดาสส.น่ะค่ะ  ดิฉันสั่งว่าขอให้ยกมือโหวตให้ฝ่ายค้านบ้างสักคนสองคนก็ยังดี  พอสร้างภาพว่าเป็นประชาธิปไตยที่เจ้าของพรรคสั่งให้สส.โหวตไม่ได้  แต่กลับไม่มีใครเสียสละ  สส. ทุกคนในพรรคต่างโหวตยกมือให้พรรคเสมอ พร้อมกันทุกคน  แต่แบบนี้ดิฉันก็สบายใจได้ในระดับหนึ่งนะคะ  เพราะเรามีเสียงข้างมาก จะทำอะไรเพื่อพัฒนาชาติก็ง่ายดาย ไม่ต้องยุ่งยากเหมือนประเทศปชต.อื่นๆ   เช่น  กู้เงินสองจุดสองล้านๆ  ก็ผ่านฉลุยค่ะ หนี้พวกนี้จะก่อเกิดความรักสามัคคีของคนในชาติค่ะ  เพราะลูกหลานจะรู้สึกผูกพันกัน รักกันไปอีกนาน เนื่องจากต้องใช้หนี้ร่วมกันอีกหลายสิบปีค่ะ 

ต่อไปเราจะแก้ รธน.  เราจะผ่านพรบ.ปรองดอง เพื่อนำพี่ชายดิฉันกลับประเทศอย่างเท่ห์ๆ แบบไร้มลทินให้ได้  เชื่อว่าก็จะผ่านฉลุยเช่นกันค่ะ  เพาะปชต.ไทยเรา ฝ่ายบริหารปรองดองกับฝ่ายนิติบัญญัติอยู่แล้วค่ะ  เราสามัคคีเป็นพวกเดียวกัน  ฝ่ายบริหารสั่งอย่างไรฝ่ายนิติก็ยกมือเสียงข้างมากให้เสมอค่ะ  ความสามัคคีแบบนี้แหละค่ะ ที่ดิฉันอยากฝากให้เป็นมรดกทางประชาธิปไตยต่อประเทศทั่วโลก  

ประชาธิปไตยในประเทศของดิฉันจะมีปัญหาหนักที่สุดก็ที่ไอ้พวกตุลาการ และ องค์กรอิสระนี่แหละค่ะ  พวกนี้ไม่เป็นปชต. ไม่ยอมปรองดองกับพวกอิฉัน  พวกมันมักมาถ่วงดุลกับฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติเสมอ  ไม่รู้จะถ่วงดุลไปทำหอกอะไรหนักหนา  ขออภัยด้วยค่ะที่เอ่ยคำไพร่ออกไปแบบยั้งอารมณ์ไม่อยู่   นับเป็นการถ่วงความเจริญที่พวกดิฉันกำลังจะนำมาสู่ประเทศ  ที่มาของคนพวกนี้ก็ไม่เป็น ปชต. เพราะเสียงข้างมากของพวกดิฉันไม่อาจเข้าไปชี้นำอะไรได้เลย  ไม่เป็นประชาธิปไตยเลยนะคะ เราต้องปรับใหญ่ตรงนี้เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่ดิฉันและพวกชี้นำได้หมดในเร็ววันนี้ค่ะ 

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้นต้องกินได้ค่ะ  โดยเฉพาะพวกนักธุรกิจการเมือง ต้องให้พวกนี้กินได้อย่างเป็นรูปธรรมและบูรณาการในบริบทของโลภาภิวัฒน์  มิฉะนั้นแล้วความยั่งยืนของประชาธิปไตยก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้  อย่าลืมว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง ฉันใด  ประชาธิปไตยต้องเดินด้วยเงินฉันนั้น

ขอบคุณค่ะ  (three times)


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สะกิดกวน...ชวนแหกค่าย----->สู่แดนใหม่...ไตเสรี



ความเห็น (5)

sr
IP: xxx.184.224.31
เขียนเมื่อ 

This represents a reaction from the oppositions:

 'ด้วยความเจ็บปวดครอบครัว'
http://thaipost.net/news/010513/72926
  เปลว สีเงิน  1 May 2556

  "...เมื่อยิ่งลักษณ์ยืนยัน การนำประเทศตัวเองไปด่าประจานให้คนอื่นฟังในเวทีโลก ด้วยข้อมูลที่บิดเบือนคือประชาธิปไตย ก็หมดประเด็นที่ต้องพูดกัน ยิ่งในนาม "คณะรัฐมนตรี" บอกว่า...นี่คือปาฐกถาที่สะท้อนความเป็นจริงของไทยครบถ้วน ถูกต้อง แหลมคม ทรงพลัง พร้อมทั้งให้นำปาฐกถานั้นเผยแพร่สู่ประชาชนให้กว้างขวาง ผมก็คงต้องบอกว่า
  "ขอบคุณครับ!"
  ที่ตบหน้าประเทศไทย-คนไทยได้ครบถ้วน-ถูกต้องที่สุด.....
  แหลมคมทิ่มฝ่าเท้าทะลุหัวใจ เจ็บปวดทรงพลังกว่าที่ครอบครัวผมได้รับที่สุด!!..."

This what the Mongolian President says :

http://www.president.mn/eng/newsCenter/viewNews.php?newsId=905

....Mongolia does not have an intention to teach others about democracy and freedom. Yet we have lessons to share. Mongolia’s road to democracy was not easy. And it is not easy today as well. Democracy is not a destination, it is a way to go. Both freedom and democracy do not aim to implant happiness by force. It is just an opportunity for the people to live by their choices and enjoy their rights. In a human society, especially, in an open society issues to be solved never end. A solution after solution invites more room for more issues to be addressed and solved. The process of learning this very inherent feature of democracy is still on in Mongolia.....(see above link for the full speech)

One OKNation blogger puts this on:

http://www.oknation.net/blog/canthai/2013/05/01/entry-1
MR. TAKHIAGIIN ELBEGDORJ president of Mongolia

....The trials and miseries of most of the countries which failed
or are being unsuccessful to build democracy
stem often times not from the people, but from bad governance.
Democratic orders in many cases are threatened and shattered
not by external factors, but by internal, from inside.
The losers of corruption are the people,
and winners are the corrupt officials.
Corruption, bad money and their dirty networks are powerful.
Corruption destroys people’s confidence in democracy.
Everyone knows that corruption and bad governance are
the mortal enemies of freedom and democracy.
Fighting corruption is the toughest test for officials in office.
Transition from rule of man to the rule of law
is one of the hardest challenges for any developing and aspiring state.
The state must serve not the power, but the people.
The same is true about the law. Judicial and public sector reforms,
the changes in the mindset of people do require time,
patience and persistence.
It’s been over 20 years since Mongolia began her strides
to democracy, yet there remain many issues pending solution........

บวร ยสินทร :แปล)

.... จากประสบการณ์ของประเทศที่ล้มเหลวหรือไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างประชาธิปไตยพบว่า ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากประชาชน แต่เกิดจากรัฐบาลที่ใช้ธรรมาภิบาลด้านเลว

หลักการประชาธิปไตยในหลายกรณีถูกคุกคามและทำลายไม่ได้จากปัจจัยภายนอก
แต่เกิดจากปัจจัยภายในประเทศ และจากภายในตัวรัฐบาลเอง

ประชาชนเป็นผู้เสียหายจากการทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองโดยผู้ได้ประโยชน์ก็คือเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองผู้ทุจริตนั้น

การฉ้อราษฎร์บังหลวง เงินทุจริต และโครงข่ายที่สกปรกมักทรงพลัง

การทุจริตคอรัปชั่นนี่เอง คือ ตัวบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย

ทุกคนย่อมรู้ดีว่าการทุจริตคอรัปชั่นและการใช้ธรรมาภิบาลด้านเลวคือศัตรูตัวฉกาจของเสรีภาพและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น คือ บททดสอบที่แสนยากสำหรับทางการ

การที่จะเปลี่ยนจากการใช้กฎกติกาที่กำหนดโดยผู้มีอำนาจมาเป็นการใช้กฎกติกาตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดจึงเป็นความท้าทายที่ยากที่สุดในการพัฒนาประเทศและประชาธิปไตยตามที่มุ่งมาดปรารถนา

รัฐต้องไม่เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ แต่ต้องรับใช้ประชาชน

เช่นเดียวกับกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การปฏิรูปองค์กรสาธารณะก็เพื่อการรับใช้ประชาชน

การเปลี่ยนแปลงความนึกคิดเหล่านี้ล้วนต้องใช้เวลาด้วยความอดทนและความเพียรกว่า 20 ปี ที่มองโกเลียก้าวเดินสู่ระบอบประชาธิปไตยก็ยังมีปัญหาอีกมากมายหลายประเด็นที่รอการแก้ไข.....

Thais had been explicitly insulted by their Prime Minister and Thailand has been implicitly shafted by Mongolian President. How do we feel?

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับท่าน sr   ผู้นำมองโกเลียกับไทย  เปรียบดังนักปราชญ์กับยาจก

on time
IP: xxx.169.205.11
เขียนเมื่อ 

ขออนุญาต ท่านอาจารย์ คนถางทาง  และท่านอาจารย์  sr  มาปะข่าวตัวโตๆ  ขอบคุณค่ะ



" />

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ อ่านกระทู้ของอาจารย์ และท่านอื่นที่ให้ความเห็นเพิ่มทำให้เห็นโลกทัศน์กว้างขึ้นครับ

อยากรู้จังว่าใครเป็นคนเขียนให้นายกอ่าน