P4P แบบนี้จ่ายเท่าไหร่

ชลัญธร
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

P4P แบบนี้จ่ายเท่าไหร่

  วันหนึ่งขณะที่ชลัญกำลังซักประวัติคนไข้เบาหวานอยู่นั้น  มีผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 50 ปี  เข้ามาซักประวัติ  พอมานั่งเธอบอกว่า 

คนไข้ :หมอสงสัยช่วงนี้นำตาลฉันขึ้นแน่ เพราะกินน้ำหวาน ฉันไปรับจ้างหว่านปุ๋ย 30 กระสอบคนเดียวเหนื่อยมาก  ก็เลยกินน้ำหวานไปน่ะ

ชลัญ :  อุ๊ย  ทำไมต้องทำหนักขนาดนั้น ไม่มีคนอื่นช่วยหรือ 

คนไข้ : มีน่ะมีแต่ฉันอยากเหมาหมด  จะได้เงินมาเลี้ยงลูก ฉันมีลูก 5 คน คนโตใจแตกหนีหายตั้งแต่ฉันอยู่ในคุก 

ชลัญ : อ้าว!!!   ไปทำอะไรในคุก  ข้อหาอะไรหรือ 

คนไข้ :  ฉันโดนข้อหารับซื้อของโจร 

ชลัญ :  ยังไง  ????  ( อยากรู้เรื่องชาวบ้านอีกล่ะ )

คนไข้ : เริ่มเล่ายาว เลย  คือว่า  เมื่อ 2 ปีก่อนนี่  ฉันไปซื้อยูคาเขา  เขาบอกขายให้ในราคา 38000 บาท  ซื้อแล้วก็ไปตัดขาย  แล้วอยู่ๆ  ตำรวจก็มาจับ บอกว่าฉันไปตัดยูคาคนอื่นขาย  จริงๆ  น่ะเจ้าของที่บอกขายให้ฉัน  ฉันไม่รู้ว่า ยูคานั้นน่ะมีคนเช่าปลูกอีกที  สรุปก็คือฉันผิดได้ติดคุก 2 ปี  ตอนแรกฉันเครียดมากอยากฆ่าตัวตาย  แต่ก็นึกได้ว่าแล้วลูกจะอยู่กับใคร  น้ำหนักลดมาก  นี่ฉันเพิ่งเริ่มดีขึ้นมา  ที่อยู่ฉันก็ไม่มีตอนนี้ออกมานี่ ต้องไปอาศัย กระท่อมนา เขาอยู่ ใช้ตะเกียง  ตอนฉันอยู่ในคุกทำความดีมาก พอมีเงินออกมานิดหน่อยก็พอขอน้ำประปาเข้า แต่ไฟฟ้าฉันไม่มีปัญญา  น่ะหมอ 

ชลัญ   :  อ้าวแล้วสามีล่ะ

คนไข้: ( แสดงสีหน้าเบื่อๆ เงยหน้ามองเพดานห้อง  ) ฉันติดคุกได้สักปีหนึ่งมันก็มีเมียไม่  ลูกมันก็ปล่อยไว้กับญาติฉัน  เมื่อก่อนฉันมีที่บ้าน แต่หลุดจำนอนหมด  ตอนนี้ฉันต้องดิ้นรนทุกอย่างเพื่อลูกน่ะหมอ  อีก 4  คนยังเรียนหนังสือ ปวส.  ม. 1 ป. 3 และจะขึ้น ป. 1

เมื่อชลัญได้ฟังประวัติเธอคร่าวๆ ก็ให้นึก  สลดใจ  หันไปมองคนไข้อีกคนที่นั่งอยู่ด้านหลังเอามือเช็ดน้ำตา  มีคนสะเทือนใจเหมือนเราทีเดียว  ชลัญจึงรีบซักประวัติเบาหวานให้แล้วเสร็จ  เพราะมีคนไข้รออีกมาก  แล้วบอกเธอว่า  สัก 10 โมงน่าจะซักประวัติหมด  ให้ขึ้นมาหาใหม่  จะสอบถามประวัติเพิ่มเติม 

...............................................................................................................................

พอถึงเวลาประมาณ 10 โมงเช้า  คนไข้คนนี้ก็ขึ้นมา  พร้อมลุกอีก 2 คน  คนผู้หญิง  กำลังจะขึ้น ป.3  คนเล็กขึ้น ป.1  ชลัญจึงสอบถามประวัติเพิ่มเติมว่า  ลูกๆ ได้ช่วยอะไรมั๊ย  เธอเล่าต่อว่า  คนที่อยู่ ปวส.กับคน ม. 1  นั้นไปช่วยบ้าง หรือไม่ก็รับจ้างอย่างอื่น  ก็พอได้ค่าใช้จ่าย 

ชลัญถาม เหนื่อย?  เครียดมั๊ย  ?

คนไข้น้ำตาคลอ  เหนื่อยมาก  แต่ฉันท้อไม่ได้ หมอ  อีก 4 ชีวิต ไม่มีใคร  หากไม่มีฉันเขาคงลำบากกว่านี้  ฉันต้องสู้เพื่อพวกเขา

ชลัญก็เลยถาม  ตอนนี้กังวลเรื่องอะไร

คนไข้ตอบ  กังวลเรื่องลูกฉันอยากได้ทุนการศึกษาลูก  นี่เข้าโรงเรียนฉันก็ไปเป็นหนี้ครูมา 

ฉันอยากหาทุนสักก้อน  ขายของ ฉันมีฝีมือทำอาหาร ฉันจบ ปวช. อาหาร  ฉันตำส้มตำอร่อย  เมื่อก่อนติดคุกฉันก็ขาย แต่พอฉันติดคุกญาติฉันก็ขายอุปกรณ์หมด  เอาเงินมาเลี้ยงลูกฉันให้  พวกอุปกรณ์ขายก๋วยเตี๋ยวอย่างงี้ 

ชลัญ : หากลงทุนพวกนี้คง ต้องใช้เงินพอสมควร และอาจต้องมีทุนหมุนเวียน  น่าจะยังไม่เหมาะ เอางี้ สนใจ ไอติมหลอดมั๊ย  ลงทุนแค่อุปกรณ์  กับน้ำอัดลมหรือน้ำหวานไม่แพงมาก  พอจะขายได้คล่องหน้าร้อน ด้วย แล้วชลัญก็เปิด อินเตอร์เน็ตให้ดู คนไข้กระตือรือร้นและสนใจทีเดียว ชลัญจึงถามต่อว่า  แล้วหากอยากทำจะเอาเงินที่ไหน

คนไข้เงียบ  แล้วก็พูดขึ้นว่า หยิบยืมคงไม่ไหว กลัวหาใช้เขาไม่ได้ หมอ 

ชลัญตัดบทก่อน คือที่ให้มาหาใหม่นี่จะเอาชุดนักเรียนให้เจ้าตัวเล็ก  (พอดีชลัญซื้อมาให้เด็กอีกคนอายุเท่ากันเลย  กำพร้าพ่อแม่หนีไปมีสามีใหม่ ตอนนี้อยู่กับย่าแค่ 2 คน ย่าอายุ 62 ปี เป็นทั้งเบาหวานและหอบหืด มีรายได้จากเงินรายเดือนสูงอายุ และรับจ้างอีกเล็กน้อย แต่ยังไม่มาเอาจึงให้ลูกคนนี้ไปก่อน แล้วเดี๋ยวเด็กนั้นคงต้องซื้อมาให้ใหม่ )  เมื่อเด็กน้อยเห็นชุดนักเรียนใหม่ก็ดีใจกระโดดกอดชุดทีเดียว  คนไข้ยกมือไหว้ขอบคุณ

...................................................................................................................................

จากนั้นชลัญก็จดชื่อ่ที่อยู่คนไข้สอบถามข้อมูลจากสถานีอนามัย เมื่อได้ข้อมูลตรงกันไม่โกหก  จึงได้คุยกับเพื่อนๆทั้งแพทย์พยาบาล เพื่อรวบรวมเงินซื้ออุปกรณ์ขายไอติมหลอดให้คนไข้ คงพอช่วยเขาบรรเทาทุกข์ได้บ้าง

ที่เขียนบันทึกนี้ขึ้นมานี่  ไม่ได้อยากมาอวดเพื่อให้คนอื่นมาชื่นชมเราว่า โห! เป็นคนดีจริง  แต่ที่บันทึกนี่ต้องการ ถ่ายทอดบริบทของ รพ.ชุมชนที่เราอยู่นั้น มันมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ที่เราต้องทำในชุมชน สังคม ซึ่งมันไม่ใช่เพียงเพื่อการรักษาโรคเท่านั้น แต่หากเรายังต้องรักษาจิตใจ  คุณค่าของคน หรือแม้กระทั่งต้องช่วยเขาทางด้านเศรษฐกิจ  แล้วอย่างนี้หากคิด แต้ม P4P จะให้แต้มเท่าไหร่ มิทราบ 

ในสังคมชนบทของเรานั้น การเอื้ออาทรยังมีให้เห็น ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่งดงามของคนภูธรอย่างเราเงินอาจเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิต แต่ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง


ชลัญธร


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การดูแลผู้ป่วย



ความเห็น (8)

P4P อย่างนี้ต้องไปเบิกจาก คุณพ่อ่อของน้องไจไจ๋ ใช่มั้ยน้องชลัญ

เขียนเมื่อ 

เรื่องเล่าที่แสนงดงามครับ...ทำให้เห็นความงดงามของการมีชีวิตอยู่...ความงดงามของการเกื้อกูลกัน...อนุโมทนาบุญด้วยครับ...กับทึม P4P ครับ

เขียนเมื่อ 

And how do we measure the performance this work?

Misuse of time on duty? Creating patients' dependency on hospitals?

Salute. You know what is the right thing to do. Not doing that will make suffer more -- for a long time.

;-)

เขียนเมื่อ 

ได้บุญกุศลมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณน้องโจ้ที่ตั้งคำถามด้วยคำตอบที่เห็นชัดมากค่ะ เป็นตัวอย่างที่ดีของการเรียกร้องหาความยุติธรรมที่ใช้บริบทของตัวเองมาชี้ให้เห็น คนที่มีอำนาจตัดสินใจอาจจะไม่ฟังแต่ประชาชนคนทั่วไปจะเข้าใจได้ชัดเจนเลยค่ะ (แต่ผลคงไม่มีไปถึงคนตัดสินใจระดับนโยบายเท่าไหร่ ตรงนี้แหละที่น่าเสียดาย...)

ถ้ามีรางวัลเกี่ยวกับบุคคลต้นแบบอะไรสักอย่าง พี่โอ๋จะเสนอน้องโจ้เป็นคนแรกเลยค่ะ ไม่ใช่เฉพาะเพื่อเป็นกำลังใจให้น้องโจ้นะคะ แต่ถ้าสิ่งที่น้องโจ้คิดและทำเสมอๆรวมทั้งสิ่งที่น้องโจ้กำลังต้องอยู่กับมันนั้นได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง พี่โอ๋เชื่อว่าน้องโจ้จะช่วยคนได้อีกเยอะ แล้วยังจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนได้อีกเยอะด้วยค่ะ

ต้องขอบคุณ GotoKnow ที่ทำให้เราได้รู้จักคนมหัศจรรย์อย่างน้องโจ้ค่ะ  

เอาเงินเดือนผู้ที่อยู่ในกระทรวงมาจ่ายค่า P4P ดีมั้ย

เขียนเมื่อ 

มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ....ชาวพยาบาลไทย

เขียนเมื่อ 

ทำงานกับคนนี่นะคะ    สมัยทำงานกะคนไข้ ก็ต้องควักกระเป่าจ่ายให้เสมอๆ ค่ะ  

 ตอนนี้  มาทำงานกับเจ้สหน้่าที่  ต้องมาควักกระเป่าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ใน รพ.  

เชื่อว่า ทำดี ความดีคงไม่ไปไหน  อยู่ในใจเรานี่แหละค่ะ   อนุโมทนาสาธุ ด้วยค่ะ