แม้เศษชูซิก็ไม่ได้กิน
วานก่อนคุยกับญาติ ทราบว่าหลานสาวเพิ่งย้ายงานจากบริษัทการตลาดญี่ปุ่น มาทำกับบริษัทอาหารฝรั่ง อายุ ๓๒ จบโท เมืองไทย (ตรีโท จุฬา) ได้เงินเดือน ๗ หมื่น ก็พอทน (ส่วนหลานสาวอีกคน อายุ เท่ากัน จบตรีเกษตร โท usa) ทำงานบ.ฝรั่ง (อีกแล้ว) เงินเดือนแสนนึง
ผมเป็นคนซอกแซกถามก็เลยถามญาติว่า ทำงานบ.การตลาดญี่ปุ่นนี่ทำอะไร ได้รับคำตอบว่า ทำการตลาดให้บริษัทญี่ปุ่นทั้งหลาย ไม่ว่าผงชูรส อาหาร ไปถึงรถยนต์
ว้าย..ตาเถร มันเล่นกันขนาดนี้แล้วหรือ ขนาดว่าเศษซูชิหล่นๆพื้น มันก็จะไม่ให้คนไทยเราเก็บกินบ้างเลยหรือ
ผมหมายความว่า บ.ต่างชาติมันเข้ามาลุยถั่วกินประเทศเราจนเละไปหมดแล้ว จนเกิดปัญหามลภาวะไปทั่ว ครอบครัวอีสานก็ล่มสลายไปมาก เพราะพ่อแม่ไปทำงานไกล ไม่มีเวลาดูลูก พวกธุรกิจเหา (เช่น การตลาด การขนส่ง) พวกเศษซูชิหล่นๆ มันปล่อยให้คนไทยหากินบ้างได้ไหม
..แบบนี้มันกินรวบหมดเลย เหลือแต่งานระดับลูกน้องของลูกน้องให้เรา กลายเป็นพลเมืองชั้นสองในประเทศเราเอง เรื่องเงินไม่ต้องพูดถึง เขาก็สูบความมั่งคั่งกลับไปประเทศเขาเป็นส่วนใหญ่ ปล่อยให้เรายิ่งซีดลง ซีดลง จนกว่าจะหมดเลือด ตาย เขาก็คงผละไปหาเหยื่อรายใหม่
เรื่องการท่องเที่ยวก็รู้กันมานานแล้วว่า พวกญี่ปุ่น เกาหลี (แม้แต่ฝรั่ง) เวลามาก็บินสายการบินเขา พักโรงแรมเขา กินอาหารโรงแรมเขา แถมการทัวร์ก็ใช้บริษัททัวร์ของเขาเอง...รายได้ของคนไทยคือ ยกกระเป๋าขึ้นห้อง นวดฝ่าเท้าริมหาด ขายพวงมาลัยหอย และ สภณ. เท่านั้นเองหรือ
ส่วนรัฐบาลทุกยุคสมัยก็คุยโวกันจังว่าจะทุ่มงบส่งเสริมการท่องเที่ยว
เสริมแบบนี้เสริมไปทำหอกอะไรฟะ (ขออนุญาตใช้ภาษาอดีตนายกสมัคร ผู้ล่วงลับ) เพราะยิ่งเสริมยิ่งเสีย เมือไหร่จะฉลาดกันเสียทีหนอ รัฐบาลไทยเอ๋ย
...คนถางทาง (๑ พค. ๒๕๕๖)
Obviously, you haven't been to big shopping complexes in BKK where there are long queue (of Thais) waiting to dine in Japanese restaurants.
We even support them when they take all the bits they can!
เห็นด้วยกับอ.ถางและอ.SR ครับ