เมื่อเอ่ยถึงพิธีทำบุญล้างป่าช้า  หลายท่านคงระลึกภาพเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละท่าน   พิธีกรรมนี้ได้รับอิทธิพลจากชาวจีนโพ้นทะเลซึ่งมีตำนานเล่าว่า    ครั้งหนึ่งเกิดอุทกภัยร้ายแรงส่งผลให้มี
ผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  มีนักบวชจีนรูปหนึ่งได้เก็บศพไร้ญาติมาทำพิธีเพื่อส่งวิญญาณขึ้นสวรรค์โดยมิได้รังเกียจ  และกลายเป็นประเพณีบุญที่สืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้

             การทำบุญล้างป่าช้าถือเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยกันเก็บกระดูกของศพไร้ญาติเพื่อทำพิธีส่งวิญญาณไปสู่สุคติ   ผู้ที่เข้าร่วมพิธีต้องถือศีลกินเจล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วัน  ๕  วัน  ๗  วัน  หรือ ๙ วันแล้วแต่สะดวกเพื่อให้มีร่างกายสะอาดและปกป้องตนเองจากอาถรรพณ์ต่าง ๆ ที่เรามองไม่เห็น  และในวันที่ทำพิธีต้องสวมชุดขาวรักษาศีลกินเจอย่างเคร่งครัด

            ผู้เขียนไม่เคยเข้าร่วมพิธีดังกล่าว  แต่วันนี้นึกอยากเขียนเรื่องนี้เพราะได้ทราบข่าวซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ล้างป่าช้าที่หาคำตอบบางอย่างไม่ได้จีงอยากให้ผู้อ่านช่วยกันคิด  ช่วยกันวินิจฉัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            นายกร (นามสมมุติ) วัยสามสิบเศษ ๆ มีฐานะดี  และมีครอบครัวแล้วมีบุตร ๓ คน  เป็นผู้ที่ไม่เคยเชื่อในเรื่องของอาถรรพณ์  ดวงชะตา เวทมนต์คาถา  และมีความมั่นใจในตนเองสูง

            ครั้งหนึ่งนายกรได้ไปสังเกตการณ์พิธีล้างป่าช้าที่วัดศาลาตึก  อำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม ซึ่งจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน  ๒๕๕๖  ขณะที่ซินแสได้ทำพิธีขุดศพไร้ญาติ  ศพแล้วศพเล่าขึ้นมา   ซินแสเหลือบไปเห็นดวงวิญญาณดวงหนึ่งหนีจากพิธีและติดตามนายกรไป   ซินแสกวักมือเรียกนายกรพร้อมกับเรียกให้มารับฮู้ (กระดาษยันต์ป้องกันอาถรรพณ์)  แต่นายกรปฏิเสธไม่ยอมรับและไม่สนใจพร้อมกับอ้างว่าตนเองดวงดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องรับ    จากนั้นก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านซึ่งอยู่ห่างจากวัดศาลาตึกไม่มากนัก

             เมื่อมาถึงบ้านในตอนบ่ายก็เดินดุ่ม ๆ ไม่พูดจาทักทายกับใครหายเข้าไปหลังบ้าน  จนกระทั่งถึงเวลาเย็นมีผู้ไปพบศพในสภาพศีรษะทิ่่มลงไปในรองปลูกดอกบัวซึ่งมีความลึกไม่ถึงครึ่งเมตร  ลักษณะนัยน์ตาค้างเหมือนมีใครจับกด

             นายกรจากไปสองสัปดาห์แล้ว  ทิ้งไว้เพียงคำถามว่่าอะไรคือสาเหตุแท้จริงที่ทำให้คนหนุ่มร่างกายแข็งแรง  ไม่มีโรคประจำตัวต้องจากโลกนี้ไปอย่่างง่ายดายโดยไม่คาดคิด  หรือมันคืออาถรรพณ์ของพิธีล้างป่าช้าใช่หรือไม่? 
แล้วผู้อ่านละคะคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

                                                                                                                ธรรมทิพย์
                                                                                                         ๑ พฤษภาคม  ๒๕๕๖