อาจารย์กาญจนา เกาะทอง
เรื่อง สารพัด “ทุกข์”
ของครูไทย
“วันครู”16 มกราคม
ได้เวียนมาบรรจบครบอีกปีกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ)ได้จัดงานรำลึกถึงพระคุณของคุณครู
ในฐานะผู้ที่เสียสละ ประกอบคุณงามความดีเพื่อสังคม และประเทศชาติ
รวมถึงเชิญคุณครูของนายกรัฐมนตรี “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ทั้ง 3 ท่าน
มาให้นายกได้คารวะ นอกจากนี้
ยังมีพิธีมอบเสมาทองคำ และเงินรางวัลแก่ยอดครูผู้มีอุดมการณ์ มอบเกียรติบัตรแก่ครูในดวงใจ
ปี 2556 และมอบรางวัล “หนึ่งแสนครูดี ประจำปี 2555” เนื่องในงานวันครู พ.ศ.2556
เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคุณครูทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม
ก่อนจะถึงวันครูเพียงไม่กี่วัน หนังสือพิมพ์มติชน ได้หยิบงานวิจัย “เหตุแห่งทุกข์ที่นำไปสู่ความสิ้นหวังในการปฏิบัติหน้าที่ของครูไทย”ที่วิจัยโดย
ดร.จันทร์แรม เรือแป้น และคณะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
ภายใต้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตครู
โดยคณะกรรมการศึกษาวิจัยและประเมินของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตครู ของ ดร.พลสัณห์
โพธิ์ศรีทอง ออกมาเผยแพร่ โดยงานวิจัยดังกล่าว
ได้สำรวจเหตุแห่งทุกข์ของครูไทยและระดับความรุนแรงของเหตุแห่งทุกข์แต่ละสาเหตุกับความสิ้นหวังในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของครู
เปรียบเทียบความแตกต่างของเหตุแห่งทุกข์ของครูไทย เป็นต้น ผลวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า
สถานการณ์ปัจจุบันในการปฏิบัติหน้าที่ครูไทยโดยรวม
ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เลวร้ายเท่าใดนัก
จะเห็นได้จากระดับความรุนแรงของเหตุแห่งทุกข์ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย
และระดับความสิ้นหวังในการปฏิบัติหน้าที่ของครูไทยในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย
แต่ยังพบว่าเหตุแห่งทุกข์ทั้ง 4 ด้าน คือ 1.ด้านการทำงาน 2.ด้านชีวิตส่วนตัว
3.ด้านสุขภาพ และ4.ด้านศาสนา และความเชื่อส่วนบุคคล
มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสิ้นหวังในการปฏิบัติหน้าที่ของครูไทยอย่างมีนัยสำคัญ จากการสัมภาษณ์เชิงลึก
ยังพบว่าครูจำนวนมากที่ยังไม่สิ้นหวังกับการปฏิบัติหน้าที่ครู
เพียงแต่สภาพปัญหาที่ต้องเผชิญทำให้รู้สึก “ท้อแท้” มากกว่า “สิ้นหวัง”
และยังอยู่ในวิสัยที่ครูคลี่คลายความรู้สึกท้อแท้ที่เกิดขึ้นด้วยตนเองได้ ขณะเดียวกันมีครูที่บอกว่ารู้สึกสิ้นหวังกับการปฏิบัติหน้าที่ครูด้วย
โดยพบว่าปัญหาด้านการงานเกือบทุกปัญหา
ทำให้ครูมีความสิ้นหวังในการปฏิบัติหน้าที่ครูได้ทั้งสิ้น ส่วนความรุนแรงของเหตุแห่งทุกข์ด้านการงานที่รุนแรงมากที่สุด
3 ลำดับแรก คือ1.เงินเดือน และค่าตอบแทน 2.สวัสดิการ และ3.งานสนับสนุน
ที่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับครูส่วนใหญ่
“วันครู”16 มกราคม ได้เวียนมาบรรจบครบอีกปีกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ)ได้จัดงานรำลึกถึงพระคุณของคุณครู ในฐานะผู้ที่เสียสละ ประกอบคุณงามความดีเพื่อสังคม และประเทศชาติ รวมถึงเชิญคุณครูของนายกรัฐมนตรี “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ทั้ง 3 ท่าน มาให้นายกได้คารวะ
นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบเสมาทองคำ และเงินรางวัลแก่ยอดครูผู้มีอุดมการณ์ มอบเกียรติบัตรแก่ครูในดวงใจ ปี 2556 และมอบรางวัล “หนึ่งแสนครูดี ประจำปี 2555” เนื่องในงานวันครู พ.ศ.2556 เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคุณครูทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงวันครูเพียงไม่กี่วัน หนังสือพิมพ์มติชน ได้หยิบงานวิจัย “เหตุแห่งทุกข์ที่นำไปสู่ความสิ้นหวังในการปฏิบัติหน้าที่ของครูไทย”ที่วิจัยโดย ดร.จันทร์แรม เรือแป้น และคณะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ภายใต้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตครู โดยคณะกรรมการศึกษาวิจัยและประเมินของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตครู ของ ดร.พลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง ออกมาเผยแพร่
โดยงานวิจัยดังกล่าว ได้สำรวจเหตุแห่งทุกข์ของครูไทยและระดับความรุนแรงของเหตุแห่งทุกข์แต่ละสาเหตุกับความสิ้นหวังในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของครู เปรียบเทียบความแตกต่างของเหตุแห่งทุกข์ของครูไทย เป็นต้น
ผลวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ปัจจุบันในการปฏิบัติหน้าที่ครูไทยโดยรวม ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เลวร้ายเท่าใดนัก จะเห็นได้จากระดับความรุนแรงของเหตุแห่งทุกข์ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย และระดับความสิ้นหวังในการปฏิบัติหน้าที่ของครูไทยในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย แต่ยังพบว่าเหตุแห่งทุกข์ทั้ง 4 ด้าน คือ 1.ด้านการทำงาน 2.ด้านชีวิตส่วนตัว 3.ด้านสุขภาพ และ4.ด้านศาสนา และความเชื่อส่วนบุคคล มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสิ้นหวังในการปฏิบัติหน้าที่ของครูไทยอย่างมีนัยสำคัญ
จากการสัมภาษณ์เชิงลึก ยังพบว่าครูจำนวนมากที่ยังไม่สิ้นหวังกับการปฏิบัติหน้าที่ครู เพียงแต่สภาพปัญหาที่ต้องเผชิญทำให้รู้สึก “ท้อแท้” มากกว่า “สิ้นหวัง” และยังอยู่ในวิสัยที่ครูคลี่คลายความรู้สึกท้อแท้ที่เกิดขึ้นด้วยตนเองได้
ขณะเดียวกันมีครูที่บอกว่ารู้สึกสิ้นหวังกับการปฏิบัติหน้าที่ครูด้วย โดยพบว่าปัญหาด้านการงานเกือบทุกปัญหา ทำให้ครูมีความสิ้นหวังในการปฏิบัติหน้าที่ครูได้ทั้งสิ้น
ส่วนความรุนแรงของเหตุแห่งทุกข์ด้านการงานที่รุนแรงมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ1.เงินเดือน และค่าตอบแทน 2.สวัสดิการ และ3.งานสนับสนุน ที่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับครูส่วนใหญ่
เหตุจากโทสะ โลภะ และโมหะ เป็นปัจจัยหลัก ;)...
หนึ่งครูแสนดี ครูดีเด่น ครูแกนนำ แต่หากไม่พัฒนาต่อเนื่อง ก็จะหยุดอยู่ได้แค่นั้น